Vera Rubin NVL72 คือระบบ AI ระดับแร็กแบบครบวงจร ไม่ใช่เพียง GPU รุ่นใหม่ โดยรวม 72 Rubin GPU, 36 Vera CPU, NVLink 6, ConnectX 9 SuperNIC และ BlueField 4 DPU ไว้ในแร็กระบายความร้อนด้วยของเหลว Nvidia อ้างว่า NVL72 ให้ปริมาณงาน Agentic AI ต่อเมกะวัตต์สูงสุด 30 เท่า และลดต้นทุนต่อโทเค็นสูงสุด 35 เท่าเมื่อเทียบกับ GB300...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Nvidia announce about its next generation Vera Rubin NVL72 platform, Vera CPU, Scale In networking, and partnerships, including the. Article summary: Nvidia’s announcement positions Vera Rubin as a rack scale, full stack “AI factory,” not merely a faster GPU generation: it combines custom GPUs, CPUs, scale up and scale out networking, DPUs, and power management softwa. Topic tags: general web, llm, agents, ai, workflow. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with
Nvidia วางตำแหน่ง Vera Rubin ให้เป็น “โรงงาน AI” (AI factory) แบบครบวงจรระดับแร็ก มากกว่าจะเป็นเพียงการเปิดตัว GPU รุ่นใหม่ แพลตฟอร์มนี้รวม GPU, CPU, เครือข่ายแบบเชื่อมต่อภายในและระหว่างแร็ก, DPU รวมถึงซอฟต์แวร์จัดการพลังงาน เพื่อเพิ่มปริมาณงาน Agentic AI ที่ทำได้ต่อหน่วยพลังงาน และลดต้นทุนการให้บริการโมเดล
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขประสิทธิภาพสำคัญที่ Nvidia นำเสนอเป็น คำกล่าวอ้างจากการทดสอบที่ได้รับการสนับสนุนโดยผู้ผลิต ไม่ใช่ผลการตรวจสอบแบบอิสระหรือการทดสอบที่ผ่านการทบทวนโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 8
Vera Rubin NVL72 เป็นระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวที่รวมส่วนประกอบหลักไว้ด้วยกัน ได้แก่
ระบบถูกออกแบบให้ GPU ทั้ง 72 ตัวทำงานเสมือนเป็นคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่เครื่องเดียวในโดเมนแบบ Scale-up ขณะที่การเชื่อมต่อออกไปยังแร็กอื่นใช้ Quantum-X800 InfiniBand หรือ Spectrum-X Ethernet 3
6
แนวคิดสำคัญของ Nvidia คือการออกแบบทั้งระบบร่วมกันตั้งแต่ชิป เซิร์ฟเวอร์ เครือข่าย ซอฟต์แวร์ ไปจนถึงการใช้พลังงาน เพื่อให้เหมาะกับงาน AI ที่ต้องทำงานต่อเนื่องและมีการโต้ตอบหลายขั้นตอน
Nvidia ระบุว่า Vera Rubin NVL72 ให้ปริมาณงานสำหรับ Agentic AI ต่อเมกะวัตต์สูงสุด 30 เท่าเมื่อเทียบกับ GB300 NVL72 และลดต้นทุนต่อโทเค็นได้สูงสุด 35 เท่า ในการเปรียบเทียบที่อ้างถึง 8
9
สำหรับ Rubin โดยรวม Nvidia ยังเคยระบุว่าสามารถลดต้นทุนโทเค็นในการอนุมานได้สูงสุด 10 เท่าเมื่อเทียบกับ Blackwell 11
ตัวเลขเหล่านี้ควรอ่านเป็นผลลัพธ์ที่ขึ้นอยู่กับรูปแบบงาน โมเดล การตั้งค่าระบบ และเป้าหมายด้านความเร็วในการตอบสนอง ไม่ควรตีความว่าเป็นราคาการให้บริการ AI ที่ใช้ได้กับทุกกรณี
การทดสอบดังกล่าวใช้ AgentX ของ SemiAnalysis ซึ่งจำลองเซสชันเขียนโค้ดโดย AI ในลักษณะใกล้เคียงงานจริง โดยยังคงองค์ประกอบอย่างการเพิ่มขึ้นของบริบท การเรียกใช้เครื่องมือ และการสร้างผู้ช่วยย่อย (sub-agent) เอาไว้ 8
Nvidia ใช้ DeepSeek V4 Pro เป็นโมเดลในการทดสอบที่ถูกอ้างถึง 8
9
งานลักษณะนี้แตกต่างจากคำถามแบบถาม-ตอบครั้งเดียว เพราะตัว AI อาจต้องวางแผนหลายรอบ เรียกใช้เครื่องมือ รันโค้ด ดึงข้อมูล ประสานงานระหว่างกระบวนการ และตอบกลับแบบโต้ตอบต่อเนื่อง ดังนั้นประสิทธิภาพจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวน FLOPS ของ GPU เท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับกำลังประมวลผลของ CPU แบนด์วิดท์หน่วยความจำ และประสิทธิภาพของเครือข่ายด้วย
ข้อมูลที่มีอยู่ในแหล่งอ้างอิงนี้รองรับการเปรียบเทียบกับ GB300 แต่ยังไม่มีตัวเลขจากแหล่งข้อมูลหลักที่เปรียบเทียบกับ Hopper โดยตรงในเงื่อนไขเดียวกัน จึงยังไม่ควรสรุปตัวคูณประสิทธิภาพของ Vera Rubin เหนือ Hopper แบบเจาะจง
เช่นเดียวกัน ยังไม่มีตัวเลขดอลลาร์ต่อการประมวลผลหนึ่งล้านโทเค็นที่เผยแพร่อย่างตรวจสอบได้ในข้อมูลชุดนี้ ตัวเลข “ต้นทุนต่อโทเค็น” ที่ Nvidia อ้างเป็นการเปรียบเทียบเชิงสัมพัทธ์จากเวิร์กโหลดและการกำหนดค่าที่ระบุ ไม่ใช่ราคากลางสำหรับผู้ให้บริการทุกราย
เหตุผลที่ Agentic AI ใช้โทเค็นมากกว่าการสนทนาทั่วไปก็เพราะกระบวนการทำงานมีการคิดแบบวนซ้ำและเรียกใช้เครื่องมือหลายครั้ง โดย Nvidia อ้างข้อมูลจาก OpenRouter ว่างานลักษณะนี้อาจใช้โทเค็นมากกว่าคำขอแชตทั่วไป 15 เท่า แต่ตัวเลขดังกล่าวไม่ควรนำไปใช้แทนการคำนวณต้นทุนของทุกระบบโดยอัตโนมัติ
Nvidia นำเสนอ DSX เป็นแนวทางออกแบบ AI factory ตั้งแต่ชิป ระบบ ซอฟต์แวร์ อาคารสถานที่ และเทคโนโลยีจากพันธมิตร โดยมี DSX MaxLPS เป็นซอฟต์แวร์ที่มุ่งเพิ่มจำนวนโทเค็นที่ประมวลผลได้ต่อเมกะวัตต์ เพื่อลดต้นทุนต่อโทเค็น 12
15
แนวคิดนี้ต่างจากการพยายามใช้อุปกรณ์ให้ทำงานที่กำลังสูงสุดตลอดเวลา เพราะเป้าหมายคือการจัดสรรพลังงานให้ทั้งโรงงาน AI ทำงานได้คุ้มค่าที่สุด เมื่อข้อจำกัดของศูนย์ข้อมูลอยู่ที่ไฟฟ้า ระบบจ่ายไฟ หรือการระบายความร้อน การเพิ่ม “ปริมาณงานที่มีประโยชน์ต่อเมกะวัตต์” อาจสำคัญไม่แพ้การเพิ่มความเร็วสูงสุดของชิปแต่ละตัว 18
20
21
Nvidia เรียก Vera ว่า CPU ที่ออกแบบมาสำหรับยุค Agentic AI โดยเป็นซีพียูแบบกำหนดเองที่เข้ากันได้กับชุดคำสั่ง Armv9.2 มีรายละเอียดหลักดังนี้
Vera ไม่ได้มีหน้าที่เพียงรันโปรแกรมทั่วไป แต่เน้นงาน CPU ที่อยู่รอบกระบวนการอนุมาน เช่น การจัดการข้อมูล การประสานงาน การดึงข้อมูล การเรียกใช้เครื่องมือ การรันโค้ดในสภาพแวดล้อมแยกส่วน และการจำลองสถานการณ์ 2
10
เมื่อเทียบกับ Grace Nvidia ระบุว่า Vera มีแบนด์วิดท์หน่วยความจำสูงกว่า 2.4 เท่า ความจุหน่วยความจำมากกว่า 3 เท่า และมีแบนด์วิดท์ NVLink-C2C สำหรับการทำงานร่วมกันระหว่าง CPU กับ GPU เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า 1
คำว่า Scale-In ในบริบทนี้หมายถึงการเชื่อมต่อส่วนประกอบภายในระบบให้ทำงานเป็นคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่เครื่องเดียว หรือมักเรียกในความหมายใกล้เคียงว่า Scale-up โดย Nvidia แบ่งบทบาทของเครือข่ายออกเป็น 3 ระดับ
นอกจากนี้ NVLink-C2C ยังเชื่อม Vera CPU กับ GPU ด้วยแบนด์วิดท์แบบ coherent สูงสุด 1.8 TB/s ซึ่ง Nvidia ระบุว่าสูงกว่า PCIe Gen6 ถึง 7 เท่า
Nvidia ระบุว่า SpaceXAI จะนำ Vera CPU ไปใช้เร่งงาน Agentic AI รุ่นถัดไป และขยายโครงสร้างพื้นฐานเบื้องหลัง Grok บนแพลตฟอร์ม Vera Rubin ขณะที่บริษัทมุ่งสู่ขีดความสามารถด้านการประมวลผลระดับกิกะวัตต์ 10
ทั้งสองฝ่ายยังมีแผนต่อยอดสถาปัตยกรรมนี้ไปยังโครงการประมวลผลในวงโคจร Starmind โดยดาวเทียมรุ่นแรกมีแผนใช้ระบบ Vera Rubin NVL72 ที่ได้รับการปรับให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมอวกาศ 10
14
จุดสำคัญคือ นี่เป็น แผนการติดตั้งที่ประกาศไว้ ยังไม่ใช่หลักฐานว่ามีศูนย์ข้อมูล AI ในวงโคจรที่เปิดใช้งานอยู่แล้ว และแหล่งข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่ได้ยืนยันตารางการปล่อยหรือรายละเอียดการปฏิบัติงานทั้งหมด
หากตัวเลขประสิทธิภาพของ Nvidia สามารถเกิดขึ้นได้ในการใช้งานจริงของลูกค้า ผลประโยชน์หลักของ Vera Rubin จะไม่ใช่แค่การรันโมเดลได้เร็วขึ้น แต่คือการทำงานของ AI Agent ที่มีประโยชน์ได้มากขึ้นภายใต้ข้อจำกัดด้านพลังงานเท่าเดิม ซึ่งอาจช่วยลดต้นทุนไฟฟ้า การระบายความร้อน เครือข่าย และเงินลงทุนต่อโทเค็นที่สร้างขึ้น
การเปิดตัวครั้งนี้ยังสะท้อนว่า Nvidia กำลังขยายพื้นที่การแข่งขันจาก GPU ไปสู่หลายส่วนพร้อมกัน ได้แก่
การรวมทุกชั้นไว้ในสถาปัตยกรรมเดียวอาจทำให้ Nvidia มีจุดแข็งเหนือคู่แข่งด้าน GPU และผู้ผลิต CPU แบบดั้งเดิม เพราะลูกค้าได้รับระบบที่ออกแบบและปรับแต่งร่วมกันตั้งแต่ชิปถึงซอฟต์แวร์ แต่ในอีกด้านหนึ่ง แนวทางนี้ก็อาจเพิ่มการพึ่งพาสถาปัตยกรรม เครื่องมือ และระบบนิเวศของ Nvidia มากขึ้นเช่นกัน
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Vera Rubin NVL72 คือระบบ AI ระดับแร็กแบบครบวงจร ไม่ใช่เพียง GPU รุ่นใหม่ โดยรวม 72 Rubin GPU, 36 Vera CPU, NVLink 6, ConnectX 9 SuperNIC และ BlueField 4 DPU ไว้ในแร็กระบายความร้อนด้วยของเหลว
Vera Rubin NVL72 คือระบบ AI ระดับแร็กแบบครบวงจร ไม่ใช่เพียง GPU รุ่นใหม่ โดยรวม 72 Rubin GPU, 36 Vera CPU, NVLink 6, ConnectX 9 SuperNIC และ BlueField 4 DPU ไว้ในแร็กระบายความร้อนด้วยของเหลว Nvidia อ้างว่า NVL72 ให้ปริมาณงาน Agentic AI ต่อเมกะวัตต์สูงสุด 30 เท่า และลดต้นทุนต่อโทเค็นสูงสุด 35 เท่าเมื่อเทียบกับ GB300 NVL72 ในการเปรียบเทียบที่อ้างอิงการทดสอบ SemiAnalysis AgentX
Vera CPU ใช้คอร์ Olympus 88 คอร์, 176 เธรดแบบ Spatial Multithreading, แบนด์วิดท์หน่วยความจำสูงสุด 1.2 TB/s และแบนด์วิดท์ของ Scalable Coherency Fabric สูงสุด 3.4 TB/s
Vera Rubin NVL72 คือระบบ AI ระดับแร็กแบบครบวงจร ไม่ใช่เพียง GPU รุ่นใหม่ โดยรวม 72 Rubin GPU, 36 Vera CPU, NVLink 6, ConnectX 9 SuperNIC และ BlueField 4 DPU ไว้ในแร็กระบายความร้อนด้วยของเหลว Nvidia อ้างว่า NVL72 ให้ปริมาณงาน Agentic AI ต่อเมกะวัตต์สูงสุด 30 เท่า และลดต้นทุนต่อโทเค็นสูงสุด 35 เท่าเมื่อเทียบกับ GB300...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Nvidia announce about its next generation Vera Rubin NVL72 platform, Vera CPU, Scale In networking, and partnerships, including the. Article summary: Nvidia’s announcement positions Vera Rubin as a rack scale, full stack “AI factory,” not merely a faster GPU generation: it combines custom GPUs, CPUs, scale up and scale out networking, DPUs, and power management softwa. Topic tags: general web, llm, agents, ai, workflow. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with
Nvidia วางตำแหน่ง Vera Rubin ให้เป็น “โรงงาน AI” (AI factory) แบบครบวงจรระดับแร็ก มากกว่าจะเป็นเพียงการเปิดตัว GPU รุ่นใหม่ แพลตฟอร์มนี้รวม GPU, CPU, เครือข่ายแบบเชื่อมต่อภายในและระหว่างแร็ก, DPU รวมถึงซอฟต์แวร์จัดการพลังงาน เพื่อเพิ่มปริมาณงาน Agentic AI ที่ทำได้ต่อหน่วยพลังงาน และลดต้นทุนการให้บริการโมเดล
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขประสิทธิภาพสำคัญที่ Nvidia นำเสนอเป็น คำกล่าวอ้างจากการทดสอบที่ได้รับการสนับสนุนโดยผู้ผลิต ไม่ใช่ผลการตรวจสอบแบบอิสระหรือการทดสอบที่ผ่านการทบทวนโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 8
Vera Rubin NVL72 เป็นระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวที่รวมส่วนประกอบหลักไว้ด้วยกัน ได้แก่
ระบบถูกออกแบบให้ GPU ทั้ง 72 ตัวทำงานเสมือนเป็นคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่เครื่องเดียวในโดเมนแบบ Scale-up ขณะที่การเชื่อมต่อออกไปยังแร็กอื่นใช้ Quantum-X800 InfiniBand หรือ Spectrum-X Ethernet 3
6
แนวคิดสำคัญของ Nvidia คือการออกแบบทั้งระบบร่วมกันตั้งแต่ชิป เซิร์ฟเวอร์ เครือข่าย ซอฟต์แวร์ ไปจนถึงการใช้พลังงาน เพื่อให้เหมาะกับงาน AI ที่ต้องทำงานต่อเนื่องและมีการโต้ตอบหลายขั้นตอน
Nvidia ระบุว่า Vera Rubin NVL72 ให้ปริมาณงานสำหรับ Agentic AI ต่อเมกะวัตต์สูงสุด 30 เท่าเมื่อเทียบกับ GB300 NVL72 และลดต้นทุนต่อโทเค็นได้สูงสุด 35 เท่า ในการเปรียบเทียบที่อ้างถึง 8
9
สำหรับ Rubin โดยรวม Nvidia ยังเคยระบุว่าสามารถลดต้นทุนโทเค็นในการอนุมานได้สูงสุด 10 เท่าเมื่อเทียบกับ Blackwell 11
ตัวเลขเหล่านี้ควรอ่านเป็นผลลัพธ์ที่ขึ้นอยู่กับรูปแบบงาน โมเดล การตั้งค่าระบบ และเป้าหมายด้านความเร็วในการตอบสนอง ไม่ควรตีความว่าเป็นราคาการให้บริการ AI ที่ใช้ได้กับทุกกรณี
การทดสอบดังกล่าวใช้ AgentX ของ SemiAnalysis ซึ่งจำลองเซสชันเขียนโค้ดโดย AI ในลักษณะใกล้เคียงงานจริง โดยยังคงองค์ประกอบอย่างการเพิ่มขึ้นของบริบท การเรียกใช้เครื่องมือ และการสร้างผู้ช่วยย่อย (sub-agent) เอาไว้ 8
Nvidia ใช้ DeepSeek V4 Pro เป็นโมเดลในการทดสอบที่ถูกอ้างถึง 8
9
งานลักษณะนี้แตกต่างจากคำถามแบบถาม-ตอบครั้งเดียว เพราะตัว AI อาจต้องวางแผนหลายรอบ เรียกใช้เครื่องมือ รันโค้ด ดึงข้อมูล ประสานงานระหว่างกระบวนการ และตอบกลับแบบโต้ตอบต่อเนื่อง ดังนั้นประสิทธิภาพจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวน FLOPS ของ GPU เท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับกำลังประมวลผลของ CPU แบนด์วิดท์หน่วยความจำ และประสิทธิภาพของเครือข่ายด้วย
ข้อมูลที่มีอยู่ในแหล่งอ้างอิงนี้รองรับการเปรียบเทียบกับ GB300 แต่ยังไม่มีตัวเลขจากแหล่งข้อมูลหลักที่เปรียบเทียบกับ Hopper โดยตรงในเงื่อนไขเดียวกัน จึงยังไม่ควรสรุปตัวคูณประสิทธิภาพของ Vera Rubin เหนือ Hopper แบบเจาะจง
เช่นเดียวกัน ยังไม่มีตัวเลขดอลลาร์ต่อการประมวลผลหนึ่งล้านโทเค็นที่เผยแพร่อย่างตรวจสอบได้ในข้อมูลชุดนี้ ตัวเลข “ต้นทุนต่อโทเค็น” ที่ Nvidia อ้างเป็นการเปรียบเทียบเชิงสัมพัทธ์จากเวิร์กโหลดและการกำหนดค่าที่ระบุ ไม่ใช่ราคากลางสำหรับผู้ให้บริการทุกราย
เหตุผลที่ Agentic AI ใช้โทเค็นมากกว่าการสนทนาทั่วไปก็เพราะกระบวนการทำงานมีการคิดแบบวนซ้ำและเรียกใช้เครื่องมือหลายครั้ง โดย Nvidia อ้างข้อมูลจาก OpenRouter ว่างานลักษณะนี้อาจใช้โทเค็นมากกว่าคำขอแชตทั่วไป 15 เท่า แต่ตัวเลขดังกล่าวไม่ควรนำไปใช้แทนการคำนวณต้นทุนของทุกระบบโดยอัตโนมัติ
Nvidia นำเสนอ DSX เป็นแนวทางออกแบบ AI factory ตั้งแต่ชิป ระบบ ซอฟต์แวร์ อาคารสถานที่ และเทคโนโลยีจากพันธมิตร โดยมี DSX MaxLPS เป็นซอฟต์แวร์ที่มุ่งเพิ่มจำนวนโทเค็นที่ประมวลผลได้ต่อเมกะวัตต์ เพื่อลดต้นทุนต่อโทเค็น 12
15
แนวคิดนี้ต่างจากการพยายามใช้อุปกรณ์ให้ทำงานที่กำลังสูงสุดตลอดเวลา เพราะเป้าหมายคือการจัดสรรพลังงานให้ทั้งโรงงาน AI ทำงานได้คุ้มค่าที่สุด เมื่อข้อจำกัดของศูนย์ข้อมูลอยู่ที่ไฟฟ้า ระบบจ่ายไฟ หรือการระบายความร้อน การเพิ่ม “ปริมาณงานที่มีประโยชน์ต่อเมกะวัตต์” อาจสำคัญไม่แพ้การเพิ่มความเร็วสูงสุดของชิปแต่ละตัว 18
20
21
Nvidia เรียก Vera ว่า CPU ที่ออกแบบมาสำหรับยุค Agentic AI โดยเป็นซีพียูแบบกำหนดเองที่เข้ากันได้กับชุดคำสั่ง Armv9.2 มีรายละเอียดหลักดังนี้
Vera ไม่ได้มีหน้าที่เพียงรันโปรแกรมทั่วไป แต่เน้นงาน CPU ที่อยู่รอบกระบวนการอนุมาน เช่น การจัดการข้อมูล การประสานงาน การดึงข้อมูล การเรียกใช้เครื่องมือ การรันโค้ดในสภาพแวดล้อมแยกส่วน และการจำลองสถานการณ์ 2
10
เมื่อเทียบกับ Grace Nvidia ระบุว่า Vera มีแบนด์วิดท์หน่วยความจำสูงกว่า 2.4 เท่า ความจุหน่วยความจำมากกว่า 3 เท่า และมีแบนด์วิดท์ NVLink-C2C สำหรับการทำงานร่วมกันระหว่าง CPU กับ GPU เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า 1
คำว่า Scale-In ในบริบทนี้หมายถึงการเชื่อมต่อส่วนประกอบภายในระบบให้ทำงานเป็นคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่เครื่องเดียว หรือมักเรียกในความหมายใกล้เคียงว่า Scale-up โดย Nvidia แบ่งบทบาทของเครือข่ายออกเป็น 3 ระดับ
นอกจากนี้ NVLink-C2C ยังเชื่อม Vera CPU กับ GPU ด้วยแบนด์วิดท์แบบ coherent สูงสุด 1.8 TB/s ซึ่ง Nvidia ระบุว่าสูงกว่า PCIe Gen6 ถึง 7 เท่า
Nvidia ระบุว่า SpaceXAI จะนำ Vera CPU ไปใช้เร่งงาน Agentic AI รุ่นถัดไป และขยายโครงสร้างพื้นฐานเบื้องหลัง Grok บนแพลตฟอร์ม Vera Rubin ขณะที่บริษัทมุ่งสู่ขีดความสามารถด้านการประมวลผลระดับกิกะวัตต์ 10
ทั้งสองฝ่ายยังมีแผนต่อยอดสถาปัตยกรรมนี้ไปยังโครงการประมวลผลในวงโคจร Starmind โดยดาวเทียมรุ่นแรกมีแผนใช้ระบบ Vera Rubin NVL72 ที่ได้รับการปรับให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมอวกาศ 10
14
จุดสำคัญคือ นี่เป็น แผนการติดตั้งที่ประกาศไว้ ยังไม่ใช่หลักฐานว่ามีศูนย์ข้อมูล AI ในวงโคจรที่เปิดใช้งานอยู่แล้ว และแหล่งข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่ได้ยืนยันตารางการปล่อยหรือรายละเอียดการปฏิบัติงานทั้งหมด
หากตัวเลขประสิทธิภาพของ Nvidia สามารถเกิดขึ้นได้ในการใช้งานจริงของลูกค้า ผลประโยชน์หลักของ Vera Rubin จะไม่ใช่แค่การรันโมเดลได้เร็วขึ้น แต่คือการทำงานของ AI Agent ที่มีประโยชน์ได้มากขึ้นภายใต้ข้อจำกัดด้านพลังงานเท่าเดิม ซึ่งอาจช่วยลดต้นทุนไฟฟ้า การระบายความร้อน เครือข่าย และเงินลงทุนต่อโทเค็นที่สร้างขึ้น
การเปิดตัวครั้งนี้ยังสะท้อนว่า Nvidia กำลังขยายพื้นที่การแข่งขันจาก GPU ไปสู่หลายส่วนพร้อมกัน ได้แก่
การรวมทุกชั้นไว้ในสถาปัตยกรรมเดียวอาจทำให้ Nvidia มีจุดแข็งเหนือคู่แข่งด้าน GPU และผู้ผลิต CPU แบบดั้งเดิม เพราะลูกค้าได้รับระบบที่ออกแบบและปรับแต่งร่วมกันตั้งแต่ชิปถึงซอฟต์แวร์ แต่ในอีกด้านหนึ่ง แนวทางนี้ก็อาจเพิ่มการพึ่งพาสถาปัตยกรรม เครื่องมือ และระบบนิเวศของ Nvidia มากขึ้นเช่นกัน
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Vera Rubin NVL72 คือระบบ AI ระดับแร็กแบบครบวงจร ไม่ใช่เพียง GPU รุ่นใหม่ โดยรวม 72 Rubin GPU, 36 Vera CPU, NVLink 6, ConnectX 9 SuperNIC และ BlueField 4 DPU ไว้ในแร็กระบายความร้อนด้วยของเหลว
Vera Rubin NVL72 คือระบบ AI ระดับแร็กแบบครบวงจร ไม่ใช่เพียง GPU รุ่นใหม่ โดยรวม 72 Rubin GPU, 36 Vera CPU, NVLink 6, ConnectX 9 SuperNIC และ BlueField 4 DPU ไว้ในแร็กระบายความร้อนด้วยของเหลว Nvidia อ้างว่า NVL72 ให้ปริมาณงาน Agentic AI ต่อเมกะวัตต์สูงสุด 30 เท่า และลดต้นทุนต่อโทเค็นสูงสุด 35 เท่าเมื่อเทียบกับ GB300 NVL72 ในการเปรียบเทียบที่อ้างอิงการทดสอบ SemiAnalysis AgentX
Vera CPU ใช้คอร์ Olympus 88 คอร์, 176 เธรดแบบ Spatial Multithreading, แบนด์วิดท์หน่วยความจำสูงสุด 1.2 TB/s และแบนด์วิดท์ของ Scalable Coherency Fabric สูงสุด 3.4 TB/s