เมอร์เซเดสยังคงเป็นผู้นำศึกชิงแชมป์ฟอร์มูลา วัน ปี 2026 หลังจบการแข่งขันที่ซานด์ฟูร์ต แต่สุดสัปดาห์ดังกล่าวทำให้ทีมไม่ได้ดูเหมือนผู้คุมเกมอย่างเบ็ดเสร็จอีกต่อไป
ลันโด นอร์ริสคว้าชัยให้แม็คลาเรนเป็นสนามที่สองติดต่อกัน แสดงให้เห็นความได้เปรียบด้านความเร็วในการแข่งขันและการรักษาสภาพยางที่คิมี อันโตเนลลีกับจอร์จ รัสเซลล์รับมือได้ไม่เต็มที่ ส่วนเฟอร์รารียังอยู่ใกล้พอที่จะฉวยโอกาส หากเมอร์เซเดสพลาดอีกครั้ง 26
จากทีมเต็ง กลายเป็นศึกพัฒนาแบบสามทีม
ช่วงต้นฤดูกาล เมอร์เซเดสชนะ 6 สนามแรกและมีความได้เปรียบเหนือคู่แข่งอย่างชัดเจน แต่การอัปเกรดของทีมอื่น รวมถึงปัญหาด้านความน่าเชื่อถือ ทำให้ช่องว่างลดลง นอกจากนี้ เมอร์เซเดสยังไม่มีอัปเกรดหลักด้านแรงกดอากาศพลศาสตร์นับตั้งแต่การแข่งขันที่แคนาดา 19
แม็คลาเรนพลิกสถานการณ์ได้อย่างเด่นชัด หลังนำแพ็กเกจอัปเกรดครั้งใหญ่ลงแข่งที่ฮังการี และปรับปรุงเพิ่มเติมบริเวณซานด์ฟูร์ต ทำให้รถ MCL40 มีความเร็วในเรซดีขึ้นและบริหารยางได้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม นอร์ริสจึงเปลี่ยนพัฒนาการดังกล่าวเป็นชัยชนะที่ฮังการีและเนเธอร์แลนด์ 17
เฟอร์รารีเองก็เก็บชัยชนะได้ในช่วงที่เมอร์เซเดสสะดุด ทำให้การลุ้นแชมป์ไม่ใช่แค่การดวลระหว่างเมอร์เซเดสกับแม็คลาเรนอีกแล้ว การพัฒนารถของเฟอร์รารีช่วยให้ลูอิส แฮมิลตันและชาร์ลส์ เลอแคลร์ยังอยู่ในระยะไล่ตามผู้นำ 6
ทำไมโทโต โวล์ฟจึงบอกว่าเมอร์เซเดสเร่งอัปเกรดไม่ได้
โทโต โวล์ฟ หัวหน้าทีมเมอร์เซเดสระบุว่า ทีมไม่สามารถตอบโต้ความก้าวหน้าของแม็คลาเรนด้วยอัปเกรดฉุกเฉินได้ เพราะงบประมาณตลอดฤดูกาลถูกวางแผนและจัดสรรไว้แล้วภายใต้เพดานงบประมาณของ F1 ซึ่งมีรายงานว่าอยู่ที่ 215 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อทีมต่อปี 711
คำอธิบายของโวล์ฟตรงไปตรงมา: “เราไม่มีเงินที่จะใส่การพัฒนาเพิ่มเติมลงไปในรถ” 711
อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ได้หมายความว่าเมอร์เซเดสหยุดพัฒนารถ ทีมยังคงเดินหน้าตามกำหนดการเดิม โดยเลือกนำอัปเกรดลงสนามในช่วงที่คาดว่าจะให้ผลตอบแทนด้านคะแนนสูงสุด แทนที่จะโยกทรัพยากรทั้งหมดไปตอบสนองแม็คลาเรนทันที 11
แม็คลาเรนไม่ได้เห็นด้วยทั้งหมดกับมุมมองที่ว่าเมอร์เซเดสไม่สามารถตอบโต้ได้ และคาดว่าเมอร์เซเดสจะเปลี่ยนผลงานการพัฒนาที่มีอยู่ให้กลายเป็นแพ็กเกจที่สร้างความแตกต่างบนสนามได้จริง ดังนั้นทั้งจังหวะเปิดตัวและประสิทธิภาพของอัปเกรดครั้งต่อไปจึงกลายเป็นตัวแปรสำคัญของศึกแชมป์ 11
อันโตเนลลียอมรับว่าเมอร์เซเดสไม่ใช่รถที่เร็วที่สุดแล้ว
หลังจบการแข่งขันที่ซานด์ฟูร์ต อันโตเนลลีประเมินสถานการณ์อย่างตรงไปตรงมาว่า เมอร์เซเดส “ไม่ใช่รถที่เร็วที่สุดในกริดอย่างชัดเจนอีกต่อไป” โดยเขามองว่าเมอร์เซเดสมีสมรรถนะอยู่ราวอันดับสองหรือสามในรายการดัตช์ กรังด์ปรีซ์ และชี้ว่าอัปเกรดของแม็คลาเรนที่ฮังการีเป็นสาเหตุสำคัญของการก้าวกระโดดครั้งนี้ 1820
ผลการแข่งขันสอดคล้องกับการประเมินดังกล่าว นอร์ริสเข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่ง อันโตเนลลีตามมาเป็นอันดับสอง และรัสเซลล์เป็นอันดับสาม ขณะที่แฮมิลตันของเฟอร์รารีจบอันดับสี่ นอร์ริสชนะด้วยระยะห่าง 11.536 วินาที แม้เมอร์เซเดสจะยังมีความเร็วมากพอส่งรถทั้งสองคันขึ้นโพเดียม 612
แต่นอร์ริสไม่เห็นด้วยกับข้อสรุปที่ว่าแม็คลาเรนมีรถดีที่สุดแบบไร้ข้อกังขา เขาเชื่อว่าผลงานการขับของตัวเองก็มีส่วนสำคัญต่อชัยชนะสองสนามติดต่อกัน ไม่ใช่เพียงผลจากความเหนือกว่าของรถเท่านั้น
ลักษณะสนามก็อาจทำให้ภาพเปลี่ยนไปได้ นักขับเมอร์เซเดสมองว่าสนามความเร็วสูงอย่างมอนซาอาจเข้าทางรถของพวกเขามากกว่าสนามที่ต้องรับมือกับการสึกหรอและการรักษาอุณหภูมิยาง อย่างไรก็ตาม รัสเซลล์ก็ชี้ว่าการพัฒนาพาวเวอร์ยูนิตของเฟอร์รารีอาจเป็นอีกปัจจัยที่ต้องจับตา 16
อันโตเนลลียังมีแต้มต่อ แต่ช่องว่างอาจหายเร็ว
แม็คลาเรนกลับมาแรงก็จริง แต่อันโตเนลลียังอยู่ในตำแหน่งที่ดี หลังจบซานด์ฟูร์ต เขานำรัสเซลล์และแฮมิลตัน 59 คะแนน โดยรัสเซลล์อยู่เหนือแฮมิลตันตามเกณฑ์ตัดสินลำดับรอง เนื่องจากมีชัยชนะ 2 สนาม เทียบกับ 1 สนามของแฮมิลตัน ส่วนนอร์ริสตามหลังอันโตเนลลี 83 คะแนน โดยยังเหลือการแข่งขันอีก 11 สนาม 25
ช่องว่างนี้ทำให้อันโตเนลลีมีพื้นที่ให้พลาดได้หนึ่งสนามโดยไม่เสียตำแหน่งผู้นำทันที แต่คะแนนสามารถลดลงอย่างรวดเร็ว หากแม็คลาเรนคว้าชัยต่อเนื่องและเมอร์เซเดสยังตามความเร็วไม่ทัน ความกดดันยิ่งเพิ่มขึ้นเพราะสนามถัดไปที่มอนซาจะเป็นการแข่งขันในบ้านของอันโตเนลลี และเขาจะไม่ได้เริ่มต้นด้วยโอกาสทำคะแนนแบบปกติ
เหตุผลที่อันโตเนลลีจะโดนปรับกริดที่มอนซา
เมอร์เซเดสเตรียมติดตั้งพาวเวอร์ยูนิตชุดใหม่ให้อันโตเนลลี หลังปัญหาความน่าเชื่อถือก่อนหน้านี้ทำให้รถใช้ชิ้นส่วนเกินโควตาที่กำหนดสำหรับฤดูกาล การเปลี่ยนเครื่องยนต์สันดาปภายในจะทำให้โดนปรับกริดอัตโนมัติ 10 อันดับ ส่วนการเปลี่ยนชิ้นส่วนอื่นเพิ่มเติมอาจทำให้บทลงโทษหนักขึ้น และอาจส่งผลให้เขาต้องออกสตาร์ตจากท้ายแถว 148
เมอร์เซเดสมองว่ามอนซาเป็นสนามที่เสียหายน้อยที่สุดสำหรับการรับโทษ แม้จะเป็นการแข่งขันในบ้านของอันโตเนลลีก็ตาม การยอมเสียตำแหน่งในตอนนี้เปิดทางให้ทีมจัดการความเสี่ยงด้านความน่าเชื่อถือก่อนช่วงท้ายฤดูกาล แทนที่จะเสี่ยงเจอความขัดข้องระหว่างการแข่งขันซึ่งอาจทำให้เสียคะแนนไปทั้งสนาม 13
ซานด์ฟูร์ตเปลี่ยนความหมายของฤดูกาลอย่างไร
ซานด์ฟูร์ตยังไม่ได้พลิกสถานการณ์ในตารางคะแนน อันโตเนลลียังเป็นผู้นำ และเมอร์เซเดสยังทำผลงานได้ดีด้วยการจบอันดับสองและสาม แต่สนามนี้เปลี่ยนภาพรวมของฤดูกาลจากการที่เมอร์เซเดสดูควบคุมเกมอยู่ กลายเป็นการแข่งขันพัฒนารถที่สูสีระหว่างสามทีม
- ความได้เปรียบช่วงต้นฤดูกาลของเมอร์เซเดสไม่สะท้อนความเร็วในการแข่งขันปัจจุบันอีกต่อไป 18
- อัปเกรดของแม็คลาเรนทำให้นอร์ริสกลายเป็นผู้ท้าชิงแชมป์ที่มีโอกาสจริง ไม่ใช่เพียงคู่แข่งที่ไล่ตามอยู่ห่าง ๆ 517
- การพัฒนาของเฟอร์รารีเพิ่มแรงกดดันอีกด้านให้เมอร์เซเดส 6
- เมอร์เซเดสอาจต้องรออัปเกรดตามกำหนด แทนที่จะเลียนแบบการตอบโต้ของคู่แข่งได้ทันที 11
- อันโตเนลลีจะเสียตำแหน่งบนกริดที่มอนซา จากการบริหารโควตาพาวเวอร์ยูนิต 18
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่าเมอร์เซเดสจะยังนำแชมป์ได้หรือไม่ แต่คืออัปเกรดครั้งต่อไปจะมาถึงทันเวลาหรือไม่ ทำงานได้ตามที่คาดหรือไม่ และจะเพิ่มสมรรถนะให้อันโตเนลลีมากพอที่จะรักษาความได้เปรียบไว้ได้หรือไม่ ขณะที่แม็คลาเรนและเฟอร์รารียังคงเดินหน้าพัฒนารถต่อไป