Apple จะยกเลิก Core Technology Fee ซึ่งคิดตามจำนวนการติดตั้ง และแทนที่ด้วย Core Technology Commission 5% สำหรับธุรกรรมดิจิทัลของแอปที่แจกจ่ายนอก App Store [1][2] ผู้พัฒนาจะอยู่ภายใต้เงื่อนไขทางธุรกิจชุดเดียว ไม่ว่าจะเผยแพร่ผ่าน App Store ร้านแอปทางเลือก หรือเว็บไซต์ โดยสามารถเลือกใช้ระบบจ่ายเงินของ Apple ระบบอื่น หร...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What changes did Apple announce for fees and terms governing alternative app stores, web distributed apps, and alternative payment processin. Article summary: Apple’s EU overhaul replaces its per install charge with a transaction based model, broadens distribution and payment choices, and is intended to resolve its Digital Markets Act dispute with the European Commission.. Topic tags: general web, code, growth, ux, video. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake nu
Apple กำลังปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมและกติกาสำหรับแอปในสหภาพยุโรปครั้งใหญ่ โดยเปลี่ยนจากระบบที่มีค่าธรรมเนียมหลายประเภทและค่าธรรมเนียมตามจำนวนการติดตั้ง ไปสู่ค่าคอมมิชชันตามธุรกรรมมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้มีเป้าหมายเพื่อคลี่คลายข้อขัดแย้งกับคณะกรรมาธิการยุโรปเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมาย Digital Markets Act หรือ DMA ซึ่งเป็นกฎหมายของสหภาพยุโรปที่กำกับแพลตฟอร์มดิจิทัลรายใหญ่ 12
ผู้พัฒนาสามารถยอมรับเงื่อนไขใหม่ได้ตั้งแต่วันที่ประกาศ และเงื่อนไขจะเริ่มมีผลในวันที่ 1 ตุลาคม 2026 27
ภายใต้โครงสร้างใหม่ แอปที่ขายสินค้าหรือบริการดิจิทัลผ่าน App Store และใช้ระบบซื้อภายในแอปของ Apple จะมีค่าคอมมิชชัน 26% ส่วนแอปที่ใช้ระบบประมวลผลการชำระเงินทางเลือกภายในแอปจะมีอัตรา 20% และแอปที่พาผู้ใช้ไปชำระเงินบนเว็บไซต์จะมีอัตรา 15% ตามข้อมูลที่เผยแพร่เกี่ยวกับเงื่อนไขใหม่ 457
สำหรับผู้พัฒนาที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการบางประเภท เช่น Small Business Program อัตราบางรายการอาจลดลงได้ โดยข้อมูลที่ให้มาระบุว่าอัตราสำหรับการใช้ระบบจ่ายเงินทางเลือกอาจลดเหลือ 10% ในบางกรณี 112
สำหรับแอปที่แจกจ่ายผ่านร้านแอปทางเลือกหรือเว็บไซต์ จุดเปลี่ยนสำคัญคือค่าธรรมเนียม 5% จะคิดจากธุรกรรมดิจิทัล แทนค่าธรรมเนียม Core Technology Fee ที่คิดตามจำนวนการติดตั้ง 12
Apple ระบุว่าเงื่อนไขชุดใหม่นี้เกิดขึ้นหลังการทำงานร่วมกับคณะกรรมาธิการยุโรปอย่างใกล้ชิด และมีเป้าหมายเพื่อยุติความเห็นต่างเกี่ยวกับเงื่อนไขทางธุรกิจและการแจกจ่ายแอปทางเลือกภายใต้ DMA 2
สาระสำคัญของ DMA คือการเปิดให้ผู้พัฒนาและผู้ใช้มีทางเลือกมากขึ้นบนแพลตฟอร์มดิจิทัลขนาดใหญ่ ซึ่งในกรณีของ Apple ครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ เช่น ร้านแอปอื่นนอกเหนือจาก App Store การใช้ระบบชำระเงินภายนอก และการพาผู้ใช้ไปซื้อสินค้าบนเว็บ การเปลี่ยนแปลงล่าสุดจึงเป็นความพยายามของ Apple ที่จะทำให้โครงสร้างค่าธรรมเนียมและช่องทางการจัดจำหน่ายสอดคล้องกับข้อกำหนดดังกล่าวมากขึ้น 27
คณะกรรมาธิการยุโรปกล่าวว่ายินดีต่อการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขทางธุรกิจของ Apple โดยระบุว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังการหารืออย่างใกล้ชิดระหว่างทั้งสองฝ่าย อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่มีอยู่ไม่ได้แสดงรายละเอียดคำอธิบายเพิ่มเติมจากคณะกรรมาธิการ หรือคำตัดสินอย่างเป็นทางการที่รับรองรายละเอียดทุกประการของโครงสร้างใหม่
ในทางกลับกัน Epic Games วิจารณ์ว่าค่าธรรมเนียมเหล่านี้เป็น “junk fees” หรือค่าธรรมเนียมที่ไม่ควรมี และยังไม่ทำให้ระบบนิเวศแอปบนมือถือเกิดการแข่งขันตามที่ DMA ต้องการ Epic ระบุอัตราที่มองว่า Apple เรียกเก็บไว้ที่ 20% สำหรับการจ่ายเงินทางเลือกในแอป 15% สำหรับลิงก์ไปซื้อสินค้านอกแอป และ 5% สำหรับ Core Technology Commission ในกรณีการแจกจ่ายแอปทางเลือก ทั้งหมดนี้เป็นจุดยืนของ Epic ไม่ใช่การยืนยันโดยอิสระว่าคำจำกัดความและเงื่อนไขของทุกอัตราเป็นเช่นนั้นในทุกกรณี 44
ก่อนหน้านี้ ผู้พัฒนาที่เลือกแจกจ่ายแอปนอก App Store ต้องรับมือกับโครงสร้างที่ประกอบด้วย Core Technology Fee แบบคิดต่อการติดตั้ง รวมถึง Initial Acquisition Fee และ Store Services Fee การปรับครั้งล่าสุดเปลี่ยนแกนหลักไปเป็นค่าคอมมิชชัน 5% จากธุรกรรมดิจิทัลที่เข้าเกณฑ์สำหรับแอปที่อยู่นอก App Store 126
สำหรับแอปใน App Store ที่ใช้ Apple In-App Purchase หรือระบบจ่ายเงินทางเลือก Apple ก็ปรับอัตราคอมมิชชันเช่นกัน และอนุญาตให้ตัวเลือกเหล่านี้อยู่ร่วมกันภายในแอปเดียวกันได้ อย่างไรก็ตาม หลักฐานที่มีอยู่ไม่ได้แสดงตารางอัตราค่าธรรมเนียม EU อย่างเป็นทางการที่ครบถ้วน นอกเหนือจากอัตรา 5% สำหรับแอปที่แจกจ่ายนอก App Store 27
Apple อนุญาตให้แอปในญี่ปุ่นใช้ผู้ประมวลผลการชำระเงินทางเลือกและพาผู้ใช้ไปยังข้อเสนอหรือเว็บไซต์ภายนอกได้ โดยเอกสารเกี่ยวกับตัวเลือกการชำระเงินของ Apple ระบุอัตรา 21% ในอย่างน้อยบางกรณี 45
ดังนั้น อัตรา 5% สำหรับธุรกรรมของแอปที่แจกจ่ายนอก App Store ใน EU จึงต่ำกว่าอัตรา 21% ที่ระบุในกรณีของญี่ปุ่นอย่างเห็นได้ชัด แต่ทั้งสองตัวเลขครอบคลุมช่องทางและเงื่อนไขคนละแบบ จึงไม่ควรนำไปเทียบเป็นอัตราค่าธรรมเนียมโดยรวมแบบตรงตัว
Apple อนุญาตให้ผู้พัฒนาในบราซิลใช้ระบบจ่ายเงินทางเลือกภายในแอปและพาผู้ใช้ไปซื้อสินค้าดิจิทัลผ่านเว็บไซต์ภายนอกได้เช่นกัน 3
แต่หลักฐานที่ใช้ในบทความนี้ไม่ได้ระบุอัตราค่าคอมมิชชันของบราซิลอย่างเพียงพอ จึงยังไม่ควรสรุปเป็นตัวเลขเปรียบเทียบที่แน่นอน
ข้อมูลที่มีอยู่ไม่เพียงพอที่จะระบุอัตราค่าคอมมิชชันหรือกติกาการใช้ลิงก์ภายนอกของ Apple ในสหรัฐฯ ได้อย่างแม่นยำในปัจจุบัน
ภาพรวมที่แตกต่างคือ ข้อตกลงของ EU ระบุอย่างชัดเจนถึงการรองรับร้านแอปทางเลือกและการแจกจ่ายแอปผ่านเว็บภายใต้เงื่อนไขเฉพาะของ DMA ขณะที่ข้อมูลของญี่ปุ่นและบราซิลที่อ้างถึงในที่นี้เน้นเรื่องทางเลือกในการชำระเงิน ไม่ได้ยืนยันขอบเขตการแจกจ่ายผ่านร้านแอปทางเลือกในลักษณะเดียวกัน 234
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Apple จะยกเลิก Core Technology Fee ซึ่งคิดตามจำนวนการติดตั้ง และแทนที่ด้วย Core Technology Commission 5% สำหรับธุรกรรมดิจิทัลของแอปที่แจกจ่ายนอก App Store [1][2]
Apple จะยกเลิก Core Technology Fee ซึ่งคิดตามจำนวนการติดตั้ง และแทนที่ด้วย Core Technology Commission 5% สำหรับธุรกรรมดิจิทัลของแอปที่แจกจ่ายนอก App Store [1][2] ผู้พัฒนาจะอยู่ภายใต้เงื่อนไขทางธุรกิจชุดเดียว ไม่ว่าจะเผยแพร่ผ่าน App Store ร้านแอปทางเลือก หรือเว็บไซต์ โดยสามารถเลือกใช้ระบบจ่ายเงินของ Apple ระบบอื่น หรือลิงก์ไปชำระเงินภายนอกได้ [2]
เงื่อนไขใหม่ประกาศเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2026 และจะเริ่มมีผลวันที่ 1 ตุลาคม 2026 [2][7]