ในการประชุมที่ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026 โดนัลด์ ทรัมป์เรียกร้องให้สภาคองเกรสผ่าน CLARITY Act ฉบับที่ “เป็นธรรม” โดยอ้างว่าจะช่วยให้สหรัฐฯ นำหน้าจีนและเปิดทางให้นวัตกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลระลอกใหม่ [1][2] ร่างกฎหมายมีเป้าหมายสร้างกรอบกำกับดูแลคริปโตระดับรัฐบาลกลาง กำหนดนิยามของโทเคนให้ชัดขึ้น และแบ่งความรับผ...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did President Donald Trump urge Congress to do at the August 19, 2026, White House crypto event, what would the proposed Clarity Act cl. Article summary: Trump urged Congress to pass the CLARITY Act promptly, portraying it as necessary to preserve U.S. leadership in crypto and compete with China. The available evidence supports the broad policy push, but is insufficient t. Topic tags: general, news, general web, user generated, government. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermar
การประชุมผู้นำอุตสาหกรรมคริปโตและการเงินที่ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026 ไม่ได้มีเพียงภาพของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยืนเคียงข้างผู้บริหารบริษัทสินทรัพย์ดิจิทัลเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีผลักดัน CLARITY Act—ร่างกฎหมายที่จะกำหนดว่าโทเคนคริปโตประเภทต่าง ๆ ควรอยู่ภายใต้การกำกับของหน่วยงานใดในสหรัฐฯ
ทรัมป์เรียกร้องให้สภาคองเกรสเร่งผ่านร่างกฎหมายฉบับที่ “เป็นธรรม” โดยวางกรอบเรื่องนี้เป็นทั้งประเด็นเศรษฐกิจและการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ เขากล่าวว่ากติกาที่ชัดเจนจะช่วยให้สหรัฐฯ รักษาความเป็นผู้นำด้านคริปโตและเทคโนโลยีเกิดใหม่ รวมถึงเปิดทางให้นวัตกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลรุ่นต่อไป 1
2
10
แต่เส้นทางของร่างกฎหมายยังไม่ราบรื่น เพราะประเด็นที่ควรสร้าง “ความชัดเจน” ให้ตลาดกลับปะทะกับคำถามเรื่องอำนาจของหน่วยงานกำกับดูแล จริยธรรมของเจ้าหน้าที่รัฐ และผลประโยชน์จากธุรกิจคริปโตที่เชื่อมโยงกับครอบครัวทรัมป์ ขณะที่การพิจารณาในวุฒิสภาหยุดชะงัก SEC และ CFTC ก็เริ่มขยับใช้กฎและอำนาจที่มีอยู่เพื่อกำหนดทิศทางตลาดเอง 6
ทรัมป์ต้องการให้สมาชิกสภาคองเกรสผ่าน CLARITY Act โดยเร็ว แทนที่จะปล่อยให้อุตสาหกรรมคริปโตอยู่ภายใต้แนวทางที่เปลี่ยนไปตามคำตีความของหน่วยงานแต่ละแห่ง เขามองว่ากฎหมายฉบับนี้จะทำให้ธุรกิจ นักลงทุน และผู้ให้บริการแพลตฟอร์มประเมินภาระทางกฎหมายได้ชัดเจนขึ้น 2
10
สำหรับบริษัทคริปโต ร่างกฎหมายมีความสำคัญเพราะอาจเปลี่ยนระบบที่ต้องรับมือกับหน่วยงานแบบรายกรณี ไปสู่กรอบกติกาที่สภาคองเกรสเป็นผู้กำหนด แต่ Reuters รายงานว่าร่างกฎหมายยังติดอยู่ในวุฒิสภา และเวลาที่เหลือในปฏิทินนิติบัญญัติมีจำกัด 1
หัวใจของร่างกฎหมายคือการสร้างโครงสร้างตลาดคริปโตระดับรัฐบาลกลาง และกำหนดวิธีปฏิบัติต่อสินทรัพย์ดิจิทัลแต่ละประเภทภายใต้กฎหมายสหรัฐฯ คำถามสำคัญคือ โทเคนหนึ่ง ๆ ควรถูกมองเป็น หลักทรัพย์ ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ หรือ สินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งอยู่ภายใต้คณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า 2
3
ในทางปฏิบัติ ร่างกฎหมายมีเป้าหมายดังนี้
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์สุดท้ายจะขึ้นอยู่กับถ้อยคำของร่างกฎหมายที่สภาคองเกรสอนุมัติจริง ทรัมป์จึงใช้คำว่า “ฉบับที่เป็นธรรม” ขณะที่ฝ่ายนิติบัญญัติและภาคธุรกิจยังมีความเห็นต่างต่อรายละเอียดสำคัญหลายประการ 1
2
แม้ CLARITY Act จะเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของอุตสาหกรรมคริปโต แต่การผลักดันในวุฒิสภายังหยุดชะงัก รายงานระบุว่าความขัดแย้งครอบคลุมทั้งรายละเอียดเชิงนโยบายและข้อกำหนดด้านจริยธรรม โดยเฉพาะข้อเสนอที่จะห้ามเจ้าหน้าที่รัฐหาผลประโยชน์จากสินทรัพย์ดิจิทัล 2
4
ประเด็นนี้มีน้ำหนักทางการเมืองมากขึ้นจากรายงานที่ระบุว่า ทรัมป์มีรายได้มากกว่า 1,400 ล้านดอลลาร์จากธุรกิจคริปโตของครอบครัว รวมถึงมีมคอยน์และกิจการสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ 1
3 ฝ่ายคัดค้านจึงเห็นว่ากฎหมายที่กำหนดกติกาให้กับอุตสาหกรรมนี้ควรมีหลักประกันไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐใช้อิทธิพลจากตำแหน่งเพื่อสร้างประโยชน์ส่วนตัวจากธุรกิจคริปโต
4
หลักฐานที่มีอยู่สนับสนุนการอธิบายว่าเรื่องนี้เป็น ข้อกังวลด้านผลประโยชน์ทับซ้อนที่รับรู้ได้ทางการเมือง และทำให้การผลักดันกฎหมายซับซ้อนขึ้น แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่าทรัมป์ตัดสินใจเชิงนโยบายเพื่อสร้างความร่ำรวยส่วนตัว อีกทั้งยังไม่มีข้อมูลสำรวจความคิดเห็นที่น่าเชื่อถือเพียงพอสำหรับสรุปว่าธุรกิจเหล่านี้เปลี่ยนทัศนคติของประชาชนไปมากน้อยเพียงใด
ผู้เข้าร่วมที่ได้รับการยืนยันหรือมีรายงานโดยตรง ได้แก่
มีรายงานเชื่อมโยงบริษัทอย่าง Ripple, Nasdaq และ CME กับงานหรือรายชื่อผู้ได้รับเชิญในวงกว้างด้วย แต่หลักฐานที่มีอยู่ยังไม่สามารถยืนยันรายชื่อผู้เข้าร่วมภาคเอกชนได้ครบถ้วน ดังนั้นจึงไม่ควรถือว่าทุกชื่อในรายงานเหล่านั้นเข้าร่วมงานจริง 5
6
การประชุมที่ทำเนียบขาวเกิดขึ้นพร้อมกับความเคลื่อนไหวแยกต่างหากของหน่วยงานการเงินสหรัฐฯ ซึ่งพยายามวางกติกาคริปโตโดยใช้อำนาจที่มีอยู่แล้ว Reuters รายงานว่า SEC กำลังพิจารณากฎใหม่ ขณะที่ SEC และ CFTC เตรียมเข้ามาอุดช่องว่างด้านนโยบายในช่วงที่ร่างกฎหมายยังไม่ผ่าน 1
6
เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม SEC เสนอกรอบ Regulation Crypto Assets ซึ่งรวมข้อยกเว้นจากการจดทะเบียนตามกฎหมายหลักทรัพย์ 2 รูปแบบสำหรับการระดมทุนของธุรกิจคริปโต โดยข้อเสนอหนึ่งเปิดทางให้สตาร์ทอัพระดมทุนได้สูงสุด 5 ล้านดอลลาร์ภายในระยะเวลา 4 ปี และอีกข้อเสนออนุญาตการระดมทุนได้สูงสุด 75 ล้านดอลลาร์ในแต่ละช่วง 12 เดือน ภายใต้เงื่อนไขด้านงบการเงินและการรายงานอย่างต่อเนื่อง
ด้าน SEC และ CFTC ยังมีกรอบการจัดประเภทสินทรัพย์คริปโต 5 กลุ่ม ได้แก่ สินค้าโภคภัณฑ์ดิจิทัล ของสะสมดิจิทัล เครื่องมือดิจิทัล สเตเบิลคอยน์ และหลักทรัพย์ดิจิทัล
ขณะเดียวกัน SEC ยกเลิกการประชุมที่กำหนดไว้เพื่อพิจารณาข้อเสนอเกี่ยวกับกฎคริปโต โดยอ้างปัญหาด้านตารางเวลาที่ไม่คาดคิด การประชุมดังกล่าวคาดว่าจะพิจารณาข้อยกเว้นที่อาจส่งผลต่อวิธีระดมทุนของบริษัทสตาร์ทอัพคริปโต 7
แนวทางของหน่วยงานกำกับดูแลอาจช่วยให้ตลาดมีคำแนะนำระยะสั้นโดยไม่ต้องรอการออกกฎหมาย แต่มีความมั่นคงน้อยกว่ากฎหมายที่ผ่านสภาคองเกรส กฎของหน่วยงานอาจถูกเปลี่ยนโดยผู้บริหารชุดใหม่ และอาจถูกท้าทายในศาล ขณะที่กฎหมายจะให้กรอบที่มีเสถียรภาพมากกว่า 6
ความเชื่อมโยงระหว่างทรัมป์ ครอบครัว และธุรกิจอย่าง World Liberty Financial รวมถึง Trump meme coin ทำให้การถกเถียงเรื่อง CLARITY Act มีมิติทางจริยธรรมที่ไม่ใช่ประเด็นรองอีกต่อไป รายงานระบุว่าทรัมป์มีรายได้จากธุรกิจคริปโตของครอบครัวมากกว่า 1,400 ล้านดอลลาร์ ขณะที่เขากำลังสนับสนุนกติกาที่อุตสาหกรรมนี้ต้องการ 1
3
4
ฝ่ายสนับสนุนอาจโต้แย้งว่าอุตสาหกรรมยังจำเป็นต้องมีกฎที่คาดการณ์ได้ ไม่ว่าใครจะครองทำเนียบขาว ส่วนฝ่ายคัดค้านมองว่าการมีมาตรการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนเป็นเงื่อนไขสำคัญของกฎหมาย ไม่ใช่เรื่องที่ควรเลื่อนไปพิจารณาภายหลัง
ข้อขัดแย้งนี้อธิบายได้ว่า เหตุใดร่างกฎหมายที่มีเป้าหมายลดความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ จึงกลับต้องเผชิญคำถามเรื่องความโปร่งใส ความไว้วางใจของสาธารณชน และผู้ที่จะได้รับประโยชน์จากกติกาใหม่ 2
4 อย่างไรก็ดี หลักฐานที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าทรัมป์กำหนดนโยบายเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว หรือวัดผลกระทบต่อความคิดเห็นของประชาชนในเชิงปริมาณได้
สารหลักของทรัมป์ในการประชุมวันที่ 19 สิงหาคมคือ สภาคองเกรสควรผ่าน CLARITY Act โดยเร็ว เพื่อสร้างรากฐานทางกฎหมายให้ตลาดคริปโตและช่วยให้สหรัฐฯ แข่งขันในเทคโนโลยีเกิดใหม่ได้
ร่างกฎหมายจะพยายามกำหนดนิยามสินทรัพย์ดิจิทัลให้ชัดขึ้น และแบ่งอำนาจกำกับดูแลระหว่าง SEC กับ CFTC แต่ความขัดแย้งในวุฒิสภา โดยเฉพาะเรื่องข้อจำกัดด้านจริยธรรมและผลกำไรจากคริปโตของเจ้าหน้าที่รัฐ ทำให้กฎหมายยังไม่เดินหน้าเต็มที่
ในระหว่างนั้น หน่วยงานกำกับดูแลกำลังสร้างกรอบของตนเองเพื่อเติมช่องว่าง ซึ่งอาจช่วยให้ตลาดมีแนวทางชั่วคราว แต่ยังไม่ตอบคำถามเรื่องความมั่นคงของกฎ ความชอบธรรม และความไว้วางใจที่กฎหมายระดับรัฐบาลกลางควรจะสร้างขึ้น
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
ในการประชุมที่ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026 โดนัลด์ ทรัมป์เรียกร้องให้สภาคองเกรสผ่าน CLARITY Act ฉบับที่ “เป็นธรรม” โดยอ้างว่าจะช่วยให้สหรัฐฯ นำหน้าจีนและเปิดทางให้นวัตกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลระลอกใหม่ [1][2]
ในการประชุมที่ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026 โดนัลด์ ทรัมป์เรียกร้องให้สภาคองเกรสผ่าน CLARITY Act ฉบับที่ “เป็นธรรม” โดยอ้างว่าจะช่วยให้สหรัฐฯ นำหน้าจีนและเปิดทางให้นวัตกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลระลอกใหม่ [1][2] ร่างกฎหมายมีเป้าหมายสร้างกรอบกำกับดูแลคริปโตระดับรัฐบาลกลาง กำหนดนิยามของโทเคนให้ชัดขึ้น และแบ่งความรับผิดชอบระหว่าง SEC กับ CFTC [2][3]
ร่างกฎหมายยังติดขัดในวุฒิสภา โดยเฉพาะข้อเสนอด้านจริยธรรมที่จำกัดไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐแสวงหากำไรจากสินทรัพย์ดิจิทัล ขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลเริ่มใช้กฎและอำนาจเดิมเข้ามาอุดช่องว่างแทน [1][4][6]
ในการประชุมที่ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026 โดนัลด์ ทรัมป์เรียกร้องให้สภาคองเกรสผ่าน CLARITY Act ฉบับที่ “เป็นธรรม” โดยอ้างว่าจะช่วยให้สหรัฐฯ นำหน้าจีนและเปิดทางให้นวัตกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลระลอกใหม่ [1][2] ร่างกฎหมายมีเป้าหมายสร้างกรอบกำกับดูแลคริปโตระดับรัฐบาลกลาง กำหนดนิยามของโทเคนให้ชัดขึ้น และแบ่งความรับผ...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did President Donald Trump urge Congress to do at the August 19, 2026, White House crypto event, what would the proposed Clarity Act cl. Article summary: Trump urged Congress to pass the CLARITY Act promptly, portraying it as necessary to preserve U.S. leadership in crypto and compete with China. The available evidence supports the broad policy push, but is insufficient t. Topic tags: general, news, general web, user generated, government. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermar
การประชุมผู้นำอุตสาหกรรมคริปโตและการเงินที่ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026 ไม่ได้มีเพียงภาพของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยืนเคียงข้างผู้บริหารบริษัทสินทรัพย์ดิจิทัลเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีผลักดัน CLARITY Act—ร่างกฎหมายที่จะกำหนดว่าโทเคนคริปโตประเภทต่าง ๆ ควรอยู่ภายใต้การกำกับของหน่วยงานใดในสหรัฐฯ
ทรัมป์เรียกร้องให้สภาคองเกรสเร่งผ่านร่างกฎหมายฉบับที่ “เป็นธรรม” โดยวางกรอบเรื่องนี้เป็นทั้งประเด็นเศรษฐกิจและการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ เขากล่าวว่ากติกาที่ชัดเจนจะช่วยให้สหรัฐฯ รักษาความเป็นผู้นำด้านคริปโตและเทคโนโลยีเกิดใหม่ รวมถึงเปิดทางให้นวัตกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลรุ่นต่อไป 1
2
10
แต่เส้นทางของร่างกฎหมายยังไม่ราบรื่น เพราะประเด็นที่ควรสร้าง “ความชัดเจน” ให้ตลาดกลับปะทะกับคำถามเรื่องอำนาจของหน่วยงานกำกับดูแล จริยธรรมของเจ้าหน้าที่รัฐ และผลประโยชน์จากธุรกิจคริปโตที่เชื่อมโยงกับครอบครัวทรัมป์ ขณะที่การพิจารณาในวุฒิสภาหยุดชะงัก SEC และ CFTC ก็เริ่มขยับใช้กฎและอำนาจที่มีอยู่เพื่อกำหนดทิศทางตลาดเอง 6
ทรัมป์ต้องการให้สมาชิกสภาคองเกรสผ่าน CLARITY Act โดยเร็ว แทนที่จะปล่อยให้อุตสาหกรรมคริปโตอยู่ภายใต้แนวทางที่เปลี่ยนไปตามคำตีความของหน่วยงานแต่ละแห่ง เขามองว่ากฎหมายฉบับนี้จะทำให้ธุรกิจ นักลงทุน และผู้ให้บริการแพลตฟอร์มประเมินภาระทางกฎหมายได้ชัดเจนขึ้น 2
10
สำหรับบริษัทคริปโต ร่างกฎหมายมีความสำคัญเพราะอาจเปลี่ยนระบบที่ต้องรับมือกับหน่วยงานแบบรายกรณี ไปสู่กรอบกติกาที่สภาคองเกรสเป็นผู้กำหนด แต่ Reuters รายงานว่าร่างกฎหมายยังติดอยู่ในวุฒิสภา และเวลาที่เหลือในปฏิทินนิติบัญญัติมีจำกัด 1
หัวใจของร่างกฎหมายคือการสร้างโครงสร้างตลาดคริปโตระดับรัฐบาลกลาง และกำหนดวิธีปฏิบัติต่อสินทรัพย์ดิจิทัลแต่ละประเภทภายใต้กฎหมายสหรัฐฯ คำถามสำคัญคือ โทเคนหนึ่ง ๆ ควรถูกมองเป็น หลักทรัพย์ ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ หรือ สินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งอยู่ภายใต้คณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า 2
3
ในทางปฏิบัติ ร่างกฎหมายมีเป้าหมายดังนี้
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์สุดท้ายจะขึ้นอยู่กับถ้อยคำของร่างกฎหมายที่สภาคองเกรสอนุมัติจริง ทรัมป์จึงใช้คำว่า “ฉบับที่เป็นธรรม” ขณะที่ฝ่ายนิติบัญญัติและภาคธุรกิจยังมีความเห็นต่างต่อรายละเอียดสำคัญหลายประการ 1
2
แม้ CLARITY Act จะเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของอุตสาหกรรมคริปโต แต่การผลักดันในวุฒิสภายังหยุดชะงัก รายงานระบุว่าความขัดแย้งครอบคลุมทั้งรายละเอียดเชิงนโยบายและข้อกำหนดด้านจริยธรรม โดยเฉพาะข้อเสนอที่จะห้ามเจ้าหน้าที่รัฐหาผลประโยชน์จากสินทรัพย์ดิจิทัล 2
4
ประเด็นนี้มีน้ำหนักทางการเมืองมากขึ้นจากรายงานที่ระบุว่า ทรัมป์มีรายได้มากกว่า 1,400 ล้านดอลลาร์จากธุรกิจคริปโตของครอบครัว รวมถึงมีมคอยน์และกิจการสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ 1
3 ฝ่ายคัดค้านจึงเห็นว่ากฎหมายที่กำหนดกติกาให้กับอุตสาหกรรมนี้ควรมีหลักประกันไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐใช้อิทธิพลจากตำแหน่งเพื่อสร้างประโยชน์ส่วนตัวจากธุรกิจคริปโต
4
หลักฐานที่มีอยู่สนับสนุนการอธิบายว่าเรื่องนี้เป็น ข้อกังวลด้านผลประโยชน์ทับซ้อนที่รับรู้ได้ทางการเมือง และทำให้การผลักดันกฎหมายซับซ้อนขึ้น แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่าทรัมป์ตัดสินใจเชิงนโยบายเพื่อสร้างความร่ำรวยส่วนตัว อีกทั้งยังไม่มีข้อมูลสำรวจความคิดเห็นที่น่าเชื่อถือเพียงพอสำหรับสรุปว่าธุรกิจเหล่านี้เปลี่ยนทัศนคติของประชาชนไปมากน้อยเพียงใด
ผู้เข้าร่วมที่ได้รับการยืนยันหรือมีรายงานโดยตรง ได้แก่
มีรายงานเชื่อมโยงบริษัทอย่าง Ripple, Nasdaq และ CME กับงานหรือรายชื่อผู้ได้รับเชิญในวงกว้างด้วย แต่หลักฐานที่มีอยู่ยังไม่สามารถยืนยันรายชื่อผู้เข้าร่วมภาคเอกชนได้ครบถ้วน ดังนั้นจึงไม่ควรถือว่าทุกชื่อในรายงานเหล่านั้นเข้าร่วมงานจริง 5
6
การประชุมที่ทำเนียบขาวเกิดขึ้นพร้อมกับความเคลื่อนไหวแยกต่างหากของหน่วยงานการเงินสหรัฐฯ ซึ่งพยายามวางกติกาคริปโตโดยใช้อำนาจที่มีอยู่แล้ว Reuters รายงานว่า SEC กำลังพิจารณากฎใหม่ ขณะที่ SEC และ CFTC เตรียมเข้ามาอุดช่องว่างด้านนโยบายในช่วงที่ร่างกฎหมายยังไม่ผ่าน 1
6
เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม SEC เสนอกรอบ Regulation Crypto Assets ซึ่งรวมข้อยกเว้นจากการจดทะเบียนตามกฎหมายหลักทรัพย์ 2 รูปแบบสำหรับการระดมทุนของธุรกิจคริปโต โดยข้อเสนอหนึ่งเปิดทางให้สตาร์ทอัพระดมทุนได้สูงสุด 5 ล้านดอลลาร์ภายในระยะเวลา 4 ปี และอีกข้อเสนออนุญาตการระดมทุนได้สูงสุด 75 ล้านดอลลาร์ในแต่ละช่วง 12 เดือน ภายใต้เงื่อนไขด้านงบการเงินและการรายงานอย่างต่อเนื่อง
ด้าน SEC และ CFTC ยังมีกรอบการจัดประเภทสินทรัพย์คริปโต 5 กลุ่ม ได้แก่ สินค้าโภคภัณฑ์ดิจิทัล ของสะสมดิจิทัล เครื่องมือดิจิทัล สเตเบิลคอยน์ และหลักทรัพย์ดิจิทัล
ขณะเดียวกัน SEC ยกเลิกการประชุมที่กำหนดไว้เพื่อพิจารณาข้อเสนอเกี่ยวกับกฎคริปโต โดยอ้างปัญหาด้านตารางเวลาที่ไม่คาดคิด การประชุมดังกล่าวคาดว่าจะพิจารณาข้อยกเว้นที่อาจส่งผลต่อวิธีระดมทุนของบริษัทสตาร์ทอัพคริปโต 7
แนวทางของหน่วยงานกำกับดูแลอาจช่วยให้ตลาดมีคำแนะนำระยะสั้นโดยไม่ต้องรอการออกกฎหมาย แต่มีความมั่นคงน้อยกว่ากฎหมายที่ผ่านสภาคองเกรส กฎของหน่วยงานอาจถูกเปลี่ยนโดยผู้บริหารชุดใหม่ และอาจถูกท้าทายในศาล ขณะที่กฎหมายจะให้กรอบที่มีเสถียรภาพมากกว่า 6
ความเชื่อมโยงระหว่างทรัมป์ ครอบครัว และธุรกิจอย่าง World Liberty Financial รวมถึง Trump meme coin ทำให้การถกเถียงเรื่อง CLARITY Act มีมิติทางจริยธรรมที่ไม่ใช่ประเด็นรองอีกต่อไป รายงานระบุว่าทรัมป์มีรายได้จากธุรกิจคริปโตของครอบครัวมากกว่า 1,400 ล้านดอลลาร์ ขณะที่เขากำลังสนับสนุนกติกาที่อุตสาหกรรมนี้ต้องการ 1
3
4
ฝ่ายสนับสนุนอาจโต้แย้งว่าอุตสาหกรรมยังจำเป็นต้องมีกฎที่คาดการณ์ได้ ไม่ว่าใครจะครองทำเนียบขาว ส่วนฝ่ายคัดค้านมองว่าการมีมาตรการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนเป็นเงื่อนไขสำคัญของกฎหมาย ไม่ใช่เรื่องที่ควรเลื่อนไปพิจารณาภายหลัง
ข้อขัดแย้งนี้อธิบายได้ว่า เหตุใดร่างกฎหมายที่มีเป้าหมายลดความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ จึงกลับต้องเผชิญคำถามเรื่องความโปร่งใส ความไว้วางใจของสาธารณชน และผู้ที่จะได้รับประโยชน์จากกติกาใหม่ 2
4 อย่างไรก็ดี หลักฐานที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าทรัมป์กำหนดนโยบายเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว หรือวัดผลกระทบต่อความคิดเห็นของประชาชนในเชิงปริมาณได้
สารหลักของทรัมป์ในการประชุมวันที่ 19 สิงหาคมคือ สภาคองเกรสควรผ่าน CLARITY Act โดยเร็ว เพื่อสร้างรากฐานทางกฎหมายให้ตลาดคริปโตและช่วยให้สหรัฐฯ แข่งขันในเทคโนโลยีเกิดใหม่ได้
ร่างกฎหมายจะพยายามกำหนดนิยามสินทรัพย์ดิจิทัลให้ชัดขึ้น และแบ่งอำนาจกำกับดูแลระหว่าง SEC กับ CFTC แต่ความขัดแย้งในวุฒิสภา โดยเฉพาะเรื่องข้อจำกัดด้านจริยธรรมและผลกำไรจากคริปโตของเจ้าหน้าที่รัฐ ทำให้กฎหมายยังไม่เดินหน้าเต็มที่
ในระหว่างนั้น หน่วยงานกำกับดูแลกำลังสร้างกรอบของตนเองเพื่อเติมช่องว่าง ซึ่งอาจช่วยให้ตลาดมีแนวทางชั่วคราว แต่ยังไม่ตอบคำถามเรื่องความมั่นคงของกฎ ความชอบธรรม และความไว้วางใจที่กฎหมายระดับรัฐบาลกลางควรจะสร้างขึ้น
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
ในการประชุมที่ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026 โดนัลด์ ทรัมป์เรียกร้องให้สภาคองเกรสผ่าน CLARITY Act ฉบับที่ “เป็นธรรม” โดยอ้างว่าจะช่วยให้สหรัฐฯ นำหน้าจีนและเปิดทางให้นวัตกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลระลอกใหม่ [1][2]
ในการประชุมที่ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026 โดนัลด์ ทรัมป์เรียกร้องให้สภาคองเกรสผ่าน CLARITY Act ฉบับที่ “เป็นธรรม” โดยอ้างว่าจะช่วยให้สหรัฐฯ นำหน้าจีนและเปิดทางให้นวัตกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลระลอกใหม่ [1][2] ร่างกฎหมายมีเป้าหมายสร้างกรอบกำกับดูแลคริปโตระดับรัฐบาลกลาง กำหนดนิยามของโทเคนให้ชัดขึ้น และแบ่งความรับผิดชอบระหว่าง SEC กับ CFTC [2][3]
ร่างกฎหมายยังติดขัดในวุฒิสภา โดยเฉพาะข้อเสนอด้านจริยธรรมที่จำกัดไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐแสวงหากำไรจากสินทรัพย์ดิจิทัล ขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลเริ่มใช้กฎและอำนาจเดิมเข้ามาอุดช่องว่างแทน [1][4][6]