Arturo Béjar ให้การว่า วัฒนธรรมของ Meta รวมถึงการตัดสินใจของ Mark Zuckerberg ทำให้การเติบโตและตัวชี้วัดการมีส่วนร่วมมีน้ำหนักเหนือความปลอดภัยของเด็ก [2][19] 29 รัฐของสหรัฐฯ กล่าวหาว่า Meta ใช้ฟีเจอร์ที่กระตุ้นการใช้งานต่อเนื่อง ลดทอนความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพจิต และเก็บข้อมูลเด็กอายุต่ำกว่า...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did former Meta engineering director and safety critic Arturo Bejar testify about Mark Zuckerberg’s leadership and Meta’s alleged prior. Article summary: Arturo Béjar testified that Mark Zuckerberg fostered a Meta culture in which child safety was subordinate to growth and engagement. The Oakland trial could therefore become a major test of whether Meta must pay civil pen. Topic tags: general, news, general web, user generated, government. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermar
คำให้การของ Arturo Béjar ทำให้คดีสำคัญในศาลรัฐบาลกลางที่เมืองโอ๊กแลนด์หันมาโฟกัสทั้งการออกแบบผลิตภัณฑ์ของ Meta และบทบาทของผู้บริหารระดับสูง อดีตผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมของ Facebook และผู้วิจารณ์นโยบายความปลอดภัยของบริษัทกล่าวหาว่า Meta ปฏิบัติต่อความปลอดภัยของเด็กในฐานะเรื่องรองจากการเติบโตและการเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ ขณะที่ 29 รัฐของสหรัฐฯ กล่าวหาว่า Facebook และ Instagram ถูกออกแบบมาเพื่อดึงดูดและทำให้ผู้ใช้อายุน้อยเลิกใช้งานได้ยาก รวมถึงทำให้สาธารณชนเข้าใจความเสี่ยงคลาดเคลื่อน 2
8
อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาเหล่านี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาในคดีแพ่ง และยังไม่ใช่ข้อค้นพบที่ศาลตัดสินเป็นที่สุด โดย Meta ปฏิเสธว่าไม่ได้ออกแบบแพลตฟอร์มเพื่อทำให้เด็กเสพติดการใช้งานเพื่อผลกำไร 1
Béjar ให้การว่า พนักงาน Meta ให้ความสำคัญอย่างมากกับจำนวนผู้ใช้และตัวชี้วัดการมีส่วนร่วม ขณะที่ข้อกังวลด้านความปลอดภัยและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้ใช้กลับแปลงเป็นการเปลี่ยนแปลงในผลิตภัณฑ์ได้ยาก เขาอธิบายว่า Mark Zuckerberg มีบทบาทสำคัญต่อวัฒนธรรมดังกล่าว และการตัดสินใจที่ส่งผลต่อทั้งบริษัทในท้ายที่สุดขึ้นอยู่กับประธานเจ้าหน้าที่บริหาร 2
นอกจากนี้ Béjar ยังกล่าวหาว่า Meta เพิกเฉยต่อผลวิจัยภายในเกี่ยวกับอันตรายที่เด็กและวัยรุ่นอาจได้รับจากแพลตฟอร์ม ในมุมมองของเขา วิธีจัดการกับผู้ใช้อายุน้อยของบริษัทมีลักษณะคล้ายแนวทาง “ไม่ถาม ไม่บอก” หรือ “don't ask, don't tell” กล่าวคือ แทนที่จะตรวจสอบอย่างน่าเชื่อถือว่าผู้ใช้มีอายุต่ำกว่า 13 ปีหรือไม่และดำเนินการตามข้อมูลดังกล่าว Meta ถูกกล่าวหาว่าหลีกเลี่ยงการรับรู้ข้อมูลที่อาจทำให้บริษัทมีหน้าที่เพิ่มเติม ข้อนี้ยังเป็นคำให้การของอดีตพนักงาน ไม่ใช่ข้อยุติทางกฎหมาย 6
10
เขายังวิจารณ์เครื่องมือเตือนให้ผู้ใช้พักจากการใช้งาน โดยให้เหตุผลว่า หากผู้ใช้กดปิดการแจ้งเตือนได้ง่าย เครื่องมือนี้ก็อาจไม่สามารถขัดจังหวะพฤติกรรมการใช้งานแบบควบคุมได้ยาก หรือเปลี่ยนแรงจูงใจที่ฝังอยู่ในการออกแบบซึ่งเน้นการมีส่วนร่วมได้ หลักฐานที่มีอยู่สำหรับบทความนี้ยังไม่ได้พิสูจน์ประสิทธิผลของเครื่องมือดังกล่าวในฐานะข้อเท็จจริงทางกฎหมาย 5
6
คำให้การของ Béjar ยังมีมิติส่วนตัว เขากล่าวว่าลูกสาววัยรุ่นได้รับคำขอทางเพศและภาพอวัยวะส่วนตัวจากผู้ใช้อื่นหลังสมัคร Instagram โดยนำประสบการณ์นี้มาเป็นตัวอย่างของความเสี่ยงจากการคุกคามที่ผู้ใช้อายุน้อยอาจเผชิญบนแพลตฟอร์ม 4
คดีของกลุ่มรัฐต่าง ๆ มีข้อกล่าวหาหลักที่เชื่อมโยงกัน 4 ประเด็น ได้แก่
อัยการสรุปภาพกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ถูกกล่าวหาด้วยคำ 4 คำว่า “ดึงผู้ใช้เข้ามา” (hook) “รั้งให้อยู่ต่อ” (hold) “เก็บเกี่ยวข้อมูล” (harvest) และ “ปกปิดความจริง” (hide) จากสาธารณชน 7
ฟีเจอร์ที่ถูกจับตามอง ได้แก่ การเลื่อนดูเนื้อหาได้ไม่สิ้นสุด (infinite scroll) การเล่นวิดีโออัตโนมัติ การแจ้งเตือนแบบพุช และระบบแนะนำเนื้อหาเฉพาะบุคคล ฟีเจอร์เหล่านี้เป็นองค์ประกอบที่หน่วยงานกำกับดูแลและโจทก์มองว่าอาจกระตุ้นให้ผู้ใช้ใช้งานนานเกินไปหรือใช้งานแบบควบคุมได้ยาก 2
หลัง Béjar ให้การ คณะลูกขุนได้รับฟังคำให้การที่บันทึกไว้ของ Elena Davis นักวิจัยของ Meta เธออ่านเนื้อหาจากงานวิจัยที่ระบุว่า Facebook อาจถูกปรับเปลี่ยนให้มี “ศักยภาพในการทำให้เกิดพฤติกรรมติดน้อยลง” และช่วยให้ผู้ใช้หยุดรูปแบบการใช้งานที่ตนเองไม่ต้องการได้
รายงานที่มีอยู่ยังไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า Davis เสนอให้ปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ส่วนใด Meta นำแนวทางดังกล่าวไปใช้หรือไม่ หรือบริษัทมีคำตอบสุดท้ายอย่างไร ความสำคัญของคำให้การจึงอยู่ในขอบเขตที่แคบกว่าแต่ยังมีนัยสำคัญ นั่นคือช่วยสนับสนุนข้อโต้แย้งของกลุ่มรัฐว่า Meta เคยศึกษาทางเลือกในการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้กระตุ้นการใช้งานน้อยลง ขณะที่ความหมายทางกฎหมายของหลักฐานนี้ยังเป็นเรื่องที่ศาลต้องวินิจฉัย
คณะลูกขุน 8 คนในคดีนี้ทำหน้าที่ให้ความเห็นเชิงแนะนำ ไม่ได้ออกคำตัดสินสุดท้ายที่มีผลผูกพัน ผู้พิพากษา Yvonne Gonzalez Rogers จะเป็นผู้พิจารณาว่า Meta ต้องรับผิดหรือไม่ และหากพบว่ามีความรับผิด จะกำหนดบทลงโทษทางแพ่งหรือสั่งให้บริษัทเปลี่ยนแปลง Facebook และ Instagram หรือไม่ 1
3
8
กลุ่มรัฐกำลังขอให้ศาลออกมาตรการเยียวยาที่อาจกระทบฟีเจอร์หลักของแพลตฟอร์ม เช่น การเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการแสดงจำนวน “ไลก์” ต่อสาธารณะและระบบเลื่อนดูเนื้อหาแบบไม่สิ้นสุด หาก Meta แพ้คดี คำตัดสินอาจส่งผลต่อคดีที่เกี่ยวข้องกับอันตรายต่อเยาวชนอีกหลายพันคดี และเพิ่มแรงกดดันให้บริษัทปรับโครงสร้างความปลอดภัยของแพลตฟอร์มในวงกว้าง แต่ขณะคดียังไม่สิ้นสุด ยังไม่อาจทราบจำนวนบทลงโทษหรือขอบเขตคำสั่งห้ามที่แน่นอนได้ 5
8
ดังนั้น คำถามสำคัญของการพิจารณาคดีจึงไม่ได้มีเพียงว่า ศาลจะเชื่อคำให้การของอดีตพนักงานคนหนึ่งมากน้อยเพียงใด แต่ยังรวมถึงว่า การออกแบบที่ขับเคลื่อนด้วยการเพิ่มการมีส่วนร่วม ความรู้ภายในเกี่ยวกับความเสี่ยงต่อเยาวชน และคำรับรองด้านความปลอดภัยต่อสาธารณะ เมื่อนำมาพิจารณาร่วมกันแล้วเข้าข่ายละเมิดกฎหมายหรือไม่ และแพลตฟอร์มควรมีความรับผิดชอบเพียงใด เมื่อผู้ใช้ที่สร้างมูลค่าสูงให้บริษัทบางส่วนกลับเป็นกลุ่มที่เปราะบางที่สุดด้วย
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Arturo Béjar ให้การว่า วัฒนธรรมของ Meta รวมถึงการตัดสินใจของ Mark Zuckerberg ทำให้การเติบโตและตัวชี้วัดการมีส่วนร่วมมีน้ำหนักเหนือความปลอดภัยของเด็ก [2][19]
Arturo Béjar ให้การว่า วัฒนธรรมของ Meta รวมถึงการตัดสินใจของ Mark Zuckerberg ทำให้การเติบโตและตัวชี้วัดการมีส่วนร่วมมีน้ำหนักเหนือความปลอดภัยของเด็ก [2][19] 29 รัฐของสหรัฐฯ กล่าวหาว่า Meta ใช้ฟีเจอร์ที่กระตุ้นการใช้งานต่อเนื่อง ลดทอนความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพจิต และเก็บข้อมูลเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีโดยมิชอบ [8][15]
คณะลูกขุนทั้ง 8 คนมีบทบาทให้ความเห็นเชิงแนะนำเท่านั้น ส่วนผู้พิพากษา Yvonne Gonzalez Rogers จะเป็นผู้ตัดสินความรับผิด บทลงโทษ และคำสั่งให้เปลี่ยนแปลงแพลตฟอร์ม [1][3][8]
Arturo Béjar ให้การว่า วัฒนธรรมของ Meta รวมถึงการตัดสินใจของ Mark Zuckerberg ทำให้การเติบโตและตัวชี้วัดการมีส่วนร่วมมีน้ำหนักเหนือความปลอดภัยของเด็ก [2][19] 29 รัฐของสหรัฐฯ กล่าวหาว่า Meta ใช้ฟีเจอร์ที่กระตุ้นการใช้งานต่อเนื่อง ลดทอนความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพจิต และเก็บข้อมูลเด็กอายุต่ำกว่า...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did former Meta engineering director and safety critic Arturo Bejar testify about Mark Zuckerberg’s leadership and Meta’s alleged prior. Article summary: Arturo Béjar testified that Mark Zuckerberg fostered a Meta culture in which child safety was subordinate to growth and engagement. The Oakland trial could therefore become a major test of whether Meta must pay civil pen. Topic tags: general, news, general web, user generated, government. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermar
คำให้การของ Arturo Béjar ทำให้คดีสำคัญในศาลรัฐบาลกลางที่เมืองโอ๊กแลนด์หันมาโฟกัสทั้งการออกแบบผลิตภัณฑ์ของ Meta และบทบาทของผู้บริหารระดับสูง อดีตผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมของ Facebook และผู้วิจารณ์นโยบายความปลอดภัยของบริษัทกล่าวหาว่า Meta ปฏิบัติต่อความปลอดภัยของเด็กในฐานะเรื่องรองจากการเติบโตและการเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ ขณะที่ 29 รัฐของสหรัฐฯ กล่าวหาว่า Facebook และ Instagram ถูกออกแบบมาเพื่อดึงดูดและทำให้ผู้ใช้อายุน้อยเลิกใช้งานได้ยาก รวมถึงทำให้สาธารณชนเข้าใจความเสี่ยงคลาดเคลื่อน 2
8
อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาเหล่านี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาในคดีแพ่ง และยังไม่ใช่ข้อค้นพบที่ศาลตัดสินเป็นที่สุด โดย Meta ปฏิเสธว่าไม่ได้ออกแบบแพลตฟอร์มเพื่อทำให้เด็กเสพติดการใช้งานเพื่อผลกำไร 1
Béjar ให้การว่า พนักงาน Meta ให้ความสำคัญอย่างมากกับจำนวนผู้ใช้และตัวชี้วัดการมีส่วนร่วม ขณะที่ข้อกังวลด้านความปลอดภัยและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้ใช้กลับแปลงเป็นการเปลี่ยนแปลงในผลิตภัณฑ์ได้ยาก เขาอธิบายว่า Mark Zuckerberg มีบทบาทสำคัญต่อวัฒนธรรมดังกล่าว และการตัดสินใจที่ส่งผลต่อทั้งบริษัทในท้ายที่สุดขึ้นอยู่กับประธานเจ้าหน้าที่บริหาร 2
นอกจากนี้ Béjar ยังกล่าวหาว่า Meta เพิกเฉยต่อผลวิจัยภายในเกี่ยวกับอันตรายที่เด็กและวัยรุ่นอาจได้รับจากแพลตฟอร์ม ในมุมมองของเขา วิธีจัดการกับผู้ใช้อายุน้อยของบริษัทมีลักษณะคล้ายแนวทาง “ไม่ถาม ไม่บอก” หรือ “don't ask, don't tell” กล่าวคือ แทนที่จะตรวจสอบอย่างน่าเชื่อถือว่าผู้ใช้มีอายุต่ำกว่า 13 ปีหรือไม่และดำเนินการตามข้อมูลดังกล่าว Meta ถูกกล่าวหาว่าหลีกเลี่ยงการรับรู้ข้อมูลที่อาจทำให้บริษัทมีหน้าที่เพิ่มเติม ข้อนี้ยังเป็นคำให้การของอดีตพนักงาน ไม่ใช่ข้อยุติทางกฎหมาย 6
10
เขายังวิจารณ์เครื่องมือเตือนให้ผู้ใช้พักจากการใช้งาน โดยให้เหตุผลว่า หากผู้ใช้กดปิดการแจ้งเตือนได้ง่าย เครื่องมือนี้ก็อาจไม่สามารถขัดจังหวะพฤติกรรมการใช้งานแบบควบคุมได้ยาก หรือเปลี่ยนแรงจูงใจที่ฝังอยู่ในการออกแบบซึ่งเน้นการมีส่วนร่วมได้ หลักฐานที่มีอยู่สำหรับบทความนี้ยังไม่ได้พิสูจน์ประสิทธิผลของเครื่องมือดังกล่าวในฐานะข้อเท็จจริงทางกฎหมาย 5
6
คำให้การของ Béjar ยังมีมิติส่วนตัว เขากล่าวว่าลูกสาววัยรุ่นได้รับคำขอทางเพศและภาพอวัยวะส่วนตัวจากผู้ใช้อื่นหลังสมัคร Instagram โดยนำประสบการณ์นี้มาเป็นตัวอย่างของความเสี่ยงจากการคุกคามที่ผู้ใช้อายุน้อยอาจเผชิญบนแพลตฟอร์ม 4
คดีของกลุ่มรัฐต่าง ๆ มีข้อกล่าวหาหลักที่เชื่อมโยงกัน 4 ประเด็น ได้แก่
อัยการสรุปภาพกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ถูกกล่าวหาด้วยคำ 4 คำว่า “ดึงผู้ใช้เข้ามา” (hook) “รั้งให้อยู่ต่อ” (hold) “เก็บเกี่ยวข้อมูล” (harvest) และ “ปกปิดความจริง” (hide) จากสาธารณชน 7
ฟีเจอร์ที่ถูกจับตามอง ได้แก่ การเลื่อนดูเนื้อหาได้ไม่สิ้นสุด (infinite scroll) การเล่นวิดีโออัตโนมัติ การแจ้งเตือนแบบพุช และระบบแนะนำเนื้อหาเฉพาะบุคคล ฟีเจอร์เหล่านี้เป็นองค์ประกอบที่หน่วยงานกำกับดูแลและโจทก์มองว่าอาจกระตุ้นให้ผู้ใช้ใช้งานนานเกินไปหรือใช้งานแบบควบคุมได้ยาก 2
หลัง Béjar ให้การ คณะลูกขุนได้รับฟังคำให้การที่บันทึกไว้ของ Elena Davis นักวิจัยของ Meta เธออ่านเนื้อหาจากงานวิจัยที่ระบุว่า Facebook อาจถูกปรับเปลี่ยนให้มี “ศักยภาพในการทำให้เกิดพฤติกรรมติดน้อยลง” และช่วยให้ผู้ใช้หยุดรูปแบบการใช้งานที่ตนเองไม่ต้องการได้
รายงานที่มีอยู่ยังไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า Davis เสนอให้ปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ส่วนใด Meta นำแนวทางดังกล่าวไปใช้หรือไม่ หรือบริษัทมีคำตอบสุดท้ายอย่างไร ความสำคัญของคำให้การจึงอยู่ในขอบเขตที่แคบกว่าแต่ยังมีนัยสำคัญ นั่นคือช่วยสนับสนุนข้อโต้แย้งของกลุ่มรัฐว่า Meta เคยศึกษาทางเลือกในการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้กระตุ้นการใช้งานน้อยลง ขณะที่ความหมายทางกฎหมายของหลักฐานนี้ยังเป็นเรื่องที่ศาลต้องวินิจฉัย
คณะลูกขุน 8 คนในคดีนี้ทำหน้าที่ให้ความเห็นเชิงแนะนำ ไม่ได้ออกคำตัดสินสุดท้ายที่มีผลผูกพัน ผู้พิพากษา Yvonne Gonzalez Rogers จะเป็นผู้พิจารณาว่า Meta ต้องรับผิดหรือไม่ และหากพบว่ามีความรับผิด จะกำหนดบทลงโทษทางแพ่งหรือสั่งให้บริษัทเปลี่ยนแปลง Facebook และ Instagram หรือไม่ 1
3
8
กลุ่มรัฐกำลังขอให้ศาลออกมาตรการเยียวยาที่อาจกระทบฟีเจอร์หลักของแพลตฟอร์ม เช่น การเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการแสดงจำนวน “ไลก์” ต่อสาธารณะและระบบเลื่อนดูเนื้อหาแบบไม่สิ้นสุด หาก Meta แพ้คดี คำตัดสินอาจส่งผลต่อคดีที่เกี่ยวข้องกับอันตรายต่อเยาวชนอีกหลายพันคดี และเพิ่มแรงกดดันให้บริษัทปรับโครงสร้างความปลอดภัยของแพลตฟอร์มในวงกว้าง แต่ขณะคดียังไม่สิ้นสุด ยังไม่อาจทราบจำนวนบทลงโทษหรือขอบเขตคำสั่งห้ามที่แน่นอนได้ 5
8
ดังนั้น คำถามสำคัญของการพิจารณาคดีจึงไม่ได้มีเพียงว่า ศาลจะเชื่อคำให้การของอดีตพนักงานคนหนึ่งมากน้อยเพียงใด แต่ยังรวมถึงว่า การออกแบบที่ขับเคลื่อนด้วยการเพิ่มการมีส่วนร่วม ความรู้ภายในเกี่ยวกับความเสี่ยงต่อเยาวชน และคำรับรองด้านความปลอดภัยต่อสาธารณะ เมื่อนำมาพิจารณาร่วมกันแล้วเข้าข่ายละเมิดกฎหมายหรือไม่ และแพลตฟอร์มควรมีความรับผิดชอบเพียงใด เมื่อผู้ใช้ที่สร้างมูลค่าสูงให้บริษัทบางส่วนกลับเป็นกลุ่มที่เปราะบางที่สุดด้วย
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Arturo Béjar ให้การว่า วัฒนธรรมของ Meta รวมถึงการตัดสินใจของ Mark Zuckerberg ทำให้การเติบโตและตัวชี้วัดการมีส่วนร่วมมีน้ำหนักเหนือความปลอดภัยของเด็ก [2][19]
Arturo Béjar ให้การว่า วัฒนธรรมของ Meta รวมถึงการตัดสินใจของ Mark Zuckerberg ทำให้การเติบโตและตัวชี้วัดการมีส่วนร่วมมีน้ำหนักเหนือความปลอดภัยของเด็ก [2][19] 29 รัฐของสหรัฐฯ กล่าวหาว่า Meta ใช้ฟีเจอร์ที่กระตุ้นการใช้งานต่อเนื่อง ลดทอนความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพจิต และเก็บข้อมูลเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีโดยมิชอบ [8][15]
คณะลูกขุนทั้ง 8 คนมีบทบาทให้ความเห็นเชิงแนะนำเท่านั้น ส่วนผู้พิพากษา Yvonne Gonzalez Rogers จะเป็นผู้ตัดสินความรับผิด บทลงโทษ และคำสั่งให้เปลี่ยนแปลงแพลตฟอร์ม [1][3][8]