รอน ไวเดน ยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2026 ให้สำนักงาน Government Accountability Office หรือ GAO จัดทำรายงานการตรวจสอบแบบไม่เป็นความลับเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือแฮ็กและสปายแวร์ของหน่วยงานรัฐบาลกลางสหรัฐฯ [7][12] เขาระบุว่า แม้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจะใช้เทคโนโลยีเหล่านี้เป็นเครื่องมือสืบสวนมานานกว่า 25 ปี แต่ประ...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What prompted Democratic Senator Ron Wyden on August 21, 2026, to ask the U.S. Government Accountability Office (GAO) for an unclassified, c. Article summary: Wyden’s request was prompted by what he described as a long running accountability gap: federal agencies have used highly intrusive hacking and spyware capabilities for decades, yet Congress and the public lack even the . Topic tags: general web, workflow, code, security, privacy. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, char
คำร้องของวุฒิสมาชิกเดโมแครต รอน ไวเดน มีที่มาจากสิ่งที่เขามองว่าเป็นปัญหาความรับผิดชอบที่สะสมมานาน นั่นคือ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ สามารถใช้เครื่องมือแฮ็กและสปายแวร์ที่เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวอย่างลึกซึ้งได้มานานหลายทศวรรษ แต่สภาคองเกรสและประชาชนกลับไม่มีข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการใช้งาน มาตรการคุ้มครอง หรือการเปิดเผยข้อมูลต่อศาลมากเท่ากับที่มีในระบบเฝ้าระวังแบบดั้งเดิม 712
เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2026 ไวเดนจึงขอให้สำนักงาน Government Accountability Office หรือ GAO ซึ่งเป็นหน่วยงานตรวจสอบการทำงานและการใช้จ่ายของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ดำเนินการทบทวนอย่างครอบคลุมและจัดทำรายงานที่ไม่เป็นความลับต่อสาธารณะ การตรวจสอบจะครอบคลุม FBI, สำนักงานปราบปรามยาเสพติด (DEA), ฝ่ายสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของ ICE (HSI) และหน่วยสืบราชการลับสหรัฐฯ 1712
ไวเดนชี้ว่า การดักฟังโทรศัพท์ รวมถึงเครื่องมืออย่าง pen register และ trap-and-trace ซึ่งใช้ติดตามข้อมูลเกี่ยวกับการโทร มีการรวบรวมและเปิดเผยสถิติประจำปีบางส่วน แต่รัฐบาลกลับไม่มีรายงานประจำปีในลักษณะเดียวกันสำหรับปฏิบัติการแฮ็กอุปกรณ์ 167
ผลที่ตามมาคือสาธารณชนไม่ทราบแน่ชัดว่าเครื่องมือเหล่านี้ถูกใช้บ่อยเพียงใด ใช้ด้วยเหตุผลใด ครอบคลุมอุปกรณ์ประเภทใด และก่อให้เกิดผลกระทบต่อบุคคลอื่นนอกเหนือจากเป้าหมายมากน้อยแค่ไหน ไวเดนยังระบุด้วยว่า กระทรวงยุติธรรมและ FBI เคยได้รับคำขอจากสภาคองเกรสให้เปิดเผยข้อมูลมากขึ้น แต่ไม่สามารถให้ความโปร่งใสตามที่ฝ่ายนิติบัญญัติต้องการได้อย่างเพียงพอ 712
คำร้องไม่ได้ถามเพียงว่าเจ้าหน้าที่ใช้เครื่องมือแฮ็กกี่ครั้ง แต่ต้องการให้ตรวจสอบห่วงโซ่การควบคุมทั้งหมด ตั้งแต่ต้นทางจนถึงกระบวนการขอหมายค้น ได้แก่
ประเด็นสุดท้ายมีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะการเจาะอุปกรณ์อาจทำให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวจำนวนมาก ไม่ใช่เพียงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาโดยตรง ไวเดนจึงต้องการให้ประเมินว่าผู้พิพากษาได้รับข้อมูลทางเทคนิคและข้อมูลความเสี่ยงเพียงพอสำหรับตัดสินใจอนุมัติหมายค้นหรือไม่ 712
ไวเดนยังยกกรณีของ Peter Williams อดีตผู้บริหารของ L3Harris ซึ่งมีการกล่าวหาว่าขโมยและขายเครื่องมือเจาะระบบขั้นสูง เพื่อสะท้อนความเสี่ยงด้านความมั่นคงไซเบอร์และภัยคุกคามจากบุคคลภายใน เครื่องมือดังกล่าวถูกระบุว่าในเวลาต่อมาถูกนำไปใช้โดยสายลับรัสเซียต่อยูเครน และโดยอาชญากรไซเบอร์ชาวจีนที่มุ่งเป้าไปยังผู้ถือครองสกุลเงินดิจิทัล 10
สำหรับไวเดน เหตุการณ์ลักษณะนี้แสดงให้เห็นว่าเครื่องมือที่รัฐบาลใช้เพื่อการสืบสวนอาจกลายเป็นอาวุธของรัฐบาลต่างชาติหรืออาชญากรได้ หากการจัดเก็บ การควบคุมสิทธิ์ และการรักษาความปลอดภัยไม่รัดกุมเพียงพอ
ไวเดนยังวางเรื่องนี้ไว้ในบริบททางประวัติศาสตร์ โดยอ้างถึงปฏิบัติการของ FBI ในปี 1999 ระหว่างการสืบสวน Nicodemo S. Scarfo ผู้เกี่ยวข้องกับคดีพนันผิดกฎหมายและปล่อยเงินกู้นอกระบบ เจ้าหน้าที่ใช้มัลแวร์บันทึกการกดแป้นพิมพ์เพื่อเข้าถึงหลักฐานที่เข้ารหัสด้วย PGP ในคอมพิวเตอร์ของเขา 712
กรณีดังกล่าวชี้ว่า การบุกรุกคอมพิวเตอร์โดยหน่วยงานรัฐบาลกลางมีมานานแล้ว สิ่งที่ไวเดนมองว่ายังไม่สอดคล้องกับศักยภาพของเทคโนโลยีคือระดับความโปร่งใสและกลไกตรวจสอบที่ควรเติบโตไปพร้อมกัน
ใจกลางของคำร้องคือคำถามว่า รัฐบาลสหรัฐฯ มีหลักฐานเพียงพอหรือไม่ว่าเครื่องมือเฝ้าระวังที่ทรงพลังเหล่านี้ถูกจำกัดการใช้งานอย่างเหมาะสม ตั้งแต่การอนุมัติ การจัดเก็บ การรับมือช่องโหว่ การป้องกันการรั่วไหล ไปจนถึงการนำเสนอข้อมูลต่อศาล
ไวเดนจึงต้องการให้ GAO ซึ่งเป็นหน่วยงานตรวจสอบภายนอก จัดทำรายงานแบบไม่เป็นความลับ พร้อมข้อค้นพบและข้อเสนอแนะ เพื่ออุดช่องว่างที่เขาเห็นว่าเปิดค้างอยู่ระหว่างอำนาจในการเจาะอุปกรณ์ของรัฐกับสิทธิของประชาชนที่จะรู้ว่าอำนาจนั้นถูกใช้เมื่อใดและภายใต้การควบคุมแบบใด 1712
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
รอน ไวเดน ยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2026 ให้สำนักงาน Government Accountability Office หรือ GAO จัดทำรายงานการตรวจสอบแบบไม่เป็นความลับเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือแฮ็กและสปายแวร์ของหน่วยงานรัฐบาลกลางสหรัฐฯ [7][12]
รอน ไวเดน ยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2026 ให้สำนักงาน Government Accountability Office หรือ GAO จัดทำรายงานการตรวจสอบแบบไม่เป็นความลับเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือแฮ็กและสปายแวร์ของหน่วยงานรัฐบาลกลางสหรัฐฯ [7][12] เขาระบุว่า แม้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจะใช้เทคโนโลยีเหล่านี้เป็นเครื่องมือสืบสวนมานานกว่า 25 ปี แต่ประชาชนแทบไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับขอบเขต ความถี่ เหตุผลในการใช้งาน หรือมาตรการกำกับดูแล [7][12]
ต่างจากการดักฟังโทรศัพท์หรือการใช้ pen register/trap and trace ที่มีการรายงานสถิติประจำปี รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ได้เผยแพร่รายงานประจำปีเกี่ยวกับปฏิบัติการแฮ็กอย่างเป็นระบบ [1][6][7]