การผลักดันในระดับอียูมีเป้าหมายลดปัญหาที่แต่ละประเทศออกภาษีของตัวเองคนละแบบ เพราะแนวทางที่แตกต่างกันอาจทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำด้านการแข่งขันและการบังคับใช้ระหว่างประเทศสมาชิก AE
ประเทศผู้ผลักดันกังวลว่าอุปทานน้ำมันและก๊าซที่ตึงตัวจะทำให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและพลังงานอยู่ในระดับสูงนานขึ้น ส่งผลให้เงินเฟ้อเพิ่ม และสร้างภาระหนักเกินสัดส่วนให้กับผู้บริโภคและธุรกิจขนาดเล็ก AE
ตัวเลขผลประกอบการของบริษัทน้ำมันรายใหญ่ช่วยเพิ่มน้ำหนักให้กับข้อเรียกร้องดังกล่าว โดย ExxonMobil รายงานกำไร 14,530 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดือนเมษายน–มิถุนายน ขณะที่ Chevron มีกำไร 12,070 ล้านดอลลาร์ ทั้งสองบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนี้ยังมีการประเมินว่าบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของชาติตะวันตก 5 แห่งมีกำไรรวมกันราว 48,000 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 2 BD
อย่างไรก็ดี ตัวเลขที่ระบุว่าบริษัท 6 แห่งมีกำไรรวมเกือบ 40,000 ล้านยูโร หรือบริษัทน้ำมัน 8 แห่งมีกำไร “ส่วนเกิน” 17,900 ล้านยูโรในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 ควรอ่านอย่างระมัดระวัง เพราะขึ้นอยู่กับรายชื่อบริษัท อัตราแลกเปลี่ยน วิธีคำนวณทางบัญชี และโดยเฉพาะนิยามของคำว่า “กำไรส่วนเกิน” ข้อมูลประมาณการที่จำกัดเฉพาะธุรกิจในยุโรปและระมัดระวังมากกว่าระบุว่า บริษัท 8 แห่งมีกำไรส่วนเกินราว 7,500 ล้านยูโรในช่วงครึ่งปีแรก N
โปรตุเกสขยับจากการสนับสนุนเชิงนโยบายไปสู่การออกมาตรการจริง โดยอนุมัติภาษีชั่วคราวในอัตรา 33% สำหรับกำไรพิเศษในปี 2026 ของบริษัทสกัดน้ำมันและโรงกลั่นน้ำมัน E
มาตรการนี้ไม่ได้เก็บภาษีจากกำไรทั้งหมดของบริษัท แต่พุ่งเป้าไปที่ส่วนของกำไรที่สูงกว่าระดับปกติ จึงมีเป้าหมายทั้งระดมเงินไปช่วยเหลือประชาชนและแสดงให้เห็นว่าแนวทางการเก็บภาษีแบบเจาะจงสามารถนำไปปฏิบัติได้
กรอบที่ประเทศเหล่านี้ต้องการนำมาปรับใช้คือ “เงินสมทบเพื่อความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน” ของอียู ซึ่งเคยใช้ชั่วคราวหลังวิกฤตพลังงานในปี 2022 ภายหลังการรุกรานยูเครน
แนวคิดคือเก็บค่าธรรมเนียมหรือภาษีแบบจำกัดเวลา เฉพาะกำไรที่สูงกว่าฐานกำไรในอดีต ไม่ใช่การขึ้นภาษีทั่วไปกับรายได้ทั้งหมดของบริษัทพลังงาน นอกจากนี้ กลุ่มประเทศผู้เสนอข้อเรียกร้องยังต้องการให้มีการศึกษากำไรของธุรกิจโรงกลั่นอย่างละเอียด เพราะโรงกลั่นอาจทำกำไรเพิ่มขึ้นมากจากส่วนต่างราคาการกลั่น แม้น้ำมันดิบที่นำมาใช้จะมาจากต่างประเทศก็ตาม
รัฐสภายุโรปเองก็เคยชี้ว่า ข้อจำกัดด้านอุปทานสามารถสร้างกำไรพิเศษให้กับบริษัทในภาคพลังงาน และเสนอให้พิจารณาเงินสมทบชั่วคราวเพื่อรับมือกับผลกระทบดังกล่าว G
แม้ข้อเสนอจะมีเหตุผลด้านเศรษฐกิจและการบรรเทาค่าครองชีพ แต่คอขวดสำคัญคือการเมือง ในเดือนเมษายน คณะกรรมาธิการยุโรปยังไม่ได้ให้คำมั่นว่าจะสนับสนุนภาษีลักษณะนี้ โดยระบุเพียงว่ากำลังพิจารณามาตรการรับมือวิกฤตแบบเจาะจง R
การออกมาตรการด้านภาษีในระดับอียูเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะต้องประสานผลประโยชน์ของประเทศสมาชิกและภาคธุรกิจข้ามชาติ ขณะเดียวกันรัฐบาลเยอรมนีก็ยังมีความเห็นต่างภายในประเทศเอง โดย Lars Klingbeil รัฐมนตรีคลังและพรรค SPD สนับสนุนการหารือเรื่องกรอบภาษีระดับอียู แต่พรรค CDU คัดค้านข้อเสนอนี้ E
ข้อเสนอของ 6 ประเทศคือความพยายามนำกำไรที่เพิ่มขึ้นจากวิกฤตน้ำมันและการกลั่นกลับมาใช้ช่วยเหลือผู้บริโภค ลดแรงกดดันด้านพลังงาน และแบ่งเบาภาระทางการคลังของรัฐบาล
การเข้าร่วมของโปแลนด์และการออกมาตรการจริงของโปรตุเกสทำให้ข้อเสนอนี้มีแรงส่งมากขึ้น แต่ในขณะนี้อียูยังไม่มีทั้งรายละเอียดการออกแบบภาษีและแนวร่วมทางการเมืองที่มากพอจะรับประกันว่ามาตรการดังกล่าวจะผ่านความเห็นชอบได้