อิหร่านระบุว่าการเปลี่ยนสู่หลักนิยม “เชิงรุก” ไม่ใช่การประกาศโจมตีก่อน แต่เป็นการเตรียมตอบโต้ทันทีและในวงกว้างขึ้นหากถูกโจมตีอีกครั้ง [27] เตหะรานกำลังเชื่อมคำขู่ตอบโต้เข้ากับการฟื้นฟูขีดความสามารถด้านขีปนาวุธ โดรน ระบบป้องกันภัยทางอากาศ และกำลังทางเรือ รวมถึงคำกล่าวอ้างว่าการผลิตยุทโธปกรณ์เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในช่วง...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Iranian military and defense officials say about the country’s shift to a more offensive military doctrine—particularly its rejecti. Article summary: Iranian officials described an evolution from reactive deterrence to “offensive” retaliation—not a declared policy of initiating war. They said Iran would not conduct preemptive strikes, but that any new attack would bri. Topic tags: general, government, academic, news, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, ch
เจ้าหน้าที่อิหร่านกำลังสื่อสารแนวทางยับยั้งการโจมตีที่แข็งกร้าวขึ้น โดยย้ำว่า อิหร่านจะไม่เป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีล่วงหน้า แต่หากถูกโจมตีอีกครั้ง จะตอบโต้ให้เร็วขึ้น กว้างขึ้น และอาจขยายการปฏิบัติการออกนอกพรมแดน พลจัตวาโมฮัมหมัด อัครามิเนีย โฆษกกองทัพอิหร่าน กล่าวว่า การเปลี่ยนจากหลักนิยมเชิงรับไปสู่เชิงรุกไม่ได้หมายความว่าอิหร่านจะใช้การโจมตีก่อน แต่หมายถึงการตอบโต้ทันทีและในขนาดใหญ่ขึ้น หลังฟื้นฟูระบบที่ได้รับความเสียหายและนำระบบใหม่เข้าประจำการ
ประเด็นนี้คือเส้นแบ่งสำคัญของคำประกาศจากเตหะราน อิหร่านนำเสนอหลักนิยมดังกล่าวในฐานะ การตอบโต้แบบมีเงื่อนไข ไม่ใช่คำมั่นว่าจะเป็นฝ่ายเริ่มสงคราม อย่างไรก็ตาม ขอบเขตการตอบโต้ที่ถูกขู่นั้นอาจกว้างออกไปทางภูมิศาสตร์ ครอบคลุมแรงกดดันต่อการเดินเรือ เป้าหมายในภูมิภาค และสิ่งที่เจ้าหน้าที่อิหร่านเรียกว่า ความพยายามทำลายการปิดล้อมทางเรือของสหรัฐฯ
ถ้อยคำดังกล่าวสะท้อนการขยับออกจากท่าทีที่เน้นตั้งรับและรอการโจมตีเพียงอย่างเดียว เจ้าหน้าที่ทหารอิหร่านกล่าวก่อนหน้านี้ว่า กองกำลังของตนให้ความสำคัญกับการป้องกัน เพราะฝ่ายตรงข้ามเป็นผู้เริ่มความขัดแย้ง แต่ปฏิบัติการทางทหารอาจมีลักษณะเชิงรุกได้หากสถานการณ์บังคับ
ในทางปฏิบัติ ข้อความนี้มีอยู่ 3 ส่วนหลัก ได้แก่
ดังนั้น ท่าทีนี้จึงเป็นยุทธศาสตร์ยับยั้งที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการยกระดับ อิหร่านต้องการทำให้สหรัฐฯ อิสราเอล และพันธมิตรในภูมิภาคเชื่อว่า การโจมตีอิหร่านจะนำไปสู่ต้นทุนที่มากกว่าสนามรบเดิม นักวิเคราะห์จากสถาบัน Institute for the Study of War ประเมินเช่นกันว่า ถ้อยแถลงของเตหะรานมีเป้าหมายส่งสัญญาณถึงความพร้อมที่จะขยายขอบเขตการโจมตีและฟื้นฟูอำนาจยับยั้งของตน
ความน่าเชื่อถือของการตอบโต้ที่รวดเร็วและกว้างขึ้นขึ้นอยู่กับความสามารถของอิหร่านในการฟื้นฟูแท่นยิง ขีปนาวุธ โดรน ระบบบัญชาการ ระบบป้องกันภัยทางอากาศ ตลอดจนขีดความสามารถทางเรือที่ได้รับความเสียหายระหว่างความขัดแย้ง เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ บอกกับ Reuters ว่า อิหร่านยังคงมีขีปนาวุธและโดรนใช้งาน แม้สูญเสียกำลังทางทหารอย่างหนัก ขณะที่การโจมตีของสหรัฐฯ มุ่งเป้าไปที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศ เรดาร์ชายฝั่ง และโครงสร้างพื้นฐานทางทหารอื่น ๆ ด้วย
เจ้าหน้าที่อิหร่านนำเสนอการสร้างกองกำลังขึ้นใหม่ทั้งในฐานะความจำเป็นทางทหารและหลักฐานแสดงความสามารถในการพึ่งพาตนเอง รักษาการรัฐมนตรีกลาโหม มาจิด อิบโนลเรซา กล่าวว่า สายการผลิตด้านกลาโหมกำลังเดินเครื่องอย่างเข้มข้นกว่าที่เคย พร้อมเน้นเทคโนโลยีที่พัฒนาภายในประเทศและระบบขั้นสูง
ต่อมา พลจัตวาเรซา ตาเลอี-นิก โฆษกกระทรวงกลาโหม อ้างว่า การผลิตอาวุธและยุทโธปกรณ์ด้านกลาโหมรายปีของอิหร่านเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในช่วงกรกฎาคม 2025 ถึงกรกฎาคม 2026 เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า นอกจากนี้ เขายังกล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ยุทธศาสตร์บางประเภทและวัสดุจำเป็นในช่วงสงครามเพิ่มขึ้นมากกว่าสามเท่าระหว่างความขัดแย้ง
ตัวเลขเหล่านี้ควรถูกมองว่าเป็น คำกล่าวอ้างอย่างเป็นทางการของอิหร่าน ไม่ใช่ข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบโดยอิสระ รายงานที่มีอยู่สนับสนุนว่าอิหร่านกำลังพยายามฟื้นฟูและขยายการผลิตทางทหาร แต่ยังไม่สามารถยืนยันขนาด คุณภาพ หรือความพร้อมรบของระบบทุกประเภทที่เตหะรานระบุว่าผลิตได้ สถาบัน Institute for the Study of War ประเมินว่า ความพยายามสร้างขีดความสามารถทางทหารขึ้นใหม่ระหว่างช่วงหยุดยิงสอดคล้องกับพฤติกรรมของกองกำลังที่ได้รับเวลาและพื้นที่ในการฟื้นตัวหลังการสู้รบ
การส่งสัญญาณทางทหารของอิหร่านเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางเดินเรือคอขวดที่มีความสำคัญต่อข้อพิพาทระหว่างเตหะรานกับวอชิงตัน ภายหลังเกิดการโจมตีเรือและข้อจำกัดด้านการเดินทาง การสัญจรผ่านช่องแคบดังกล่าวชะลอตัวลงจนเกือบหยุดนิ่ง ตามรายงานของ Reuters
อำนาจต่อรองของอิหร่านไม่ได้มาจากการมีกรรมสิทธิ์เหนือช่องแคบอย่างปราศจากข้อโต้แย้ง แต่เกิดจากความสามารถทางทหารในพื้นที่โดยรอบและภัยคุกคามที่อาจทำให้การเดินเรือมีความเสี่ยงหรือทำได้ยากขึ้น สิ่งนี้เพิ่มต้นทุนทางเศรษฐกิจและการเมืองให้กับสหรัฐฯ และประเทศอื่น ๆ รายงานของ Congressional Research Service ระบุถึงภัยคุกคามและการโจมตีที่ทำให้การเดินเรือผ่านช่องแคบหยุดชะงักเป็นวงกว้าง รวมถึงความขัดแย้งเรื่องการบริหารจัดการช่องแคบในอนาคต
ทั้งสองฝ่ายยังอธิบายสถานการณ์ไม่ตรงกัน บันทึกความเข้าใจเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน กล่าวถึงการยกเลิกการปิดล้อมทางเรือของสหรัฐฯ และการจัด ব্যবস্থাของอิหร่านเพื่อให้เรือพาณิชย์ผ่านได้อย่างปลอดภัยเป็นเวลา 60 วัน แต่ไม่ได้ตัดสินว่าระยะยาวใครจะมีบทบาทบริหารช่องแคบ อิหร่านปฏิเสธคำกล่าวของสหรัฐฯ ที่ว่าวอชิงตันควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อ้างว่าสหรัฐฯ “ควบคุมโดยสมบูรณ์” เหนือเส้นทางน้ำแห่งนี้
คำขู่ของอิหร่านมีเงื่อนไขว่ากระบวนการทางการทูตต้องล้มเหลว เจ้าหน้าที่อาวุโสของอิหร่านบอกกับ Reuters ว่า เตหะรานจะยกระดับสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซและพื้นที่อื่น ๆ รวมถึงเปิดฉากการโจมตีที่ “ตรงเวลาและแม่นยำ” เพื่อทำลายการปิดล้อมทางเรือของสหรัฐฯ หากวอชิงตันไม่ดำเนินการตามข้อตกลงชั่วคราวอย่างครบถ้วนภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์
ด้านทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐฯ จะชะลอการโจมตีครั้งใหม่ หากสามารถบรรลุข้อตกลงอย่างรวดเร็วเพื่อยุติความกังวลเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านและเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง นั่นทำให้ท่าทีทางทหารกับโต๊ะเจรจาผูกติดกันอย่างแน่นแฟ้น: ยิ่งเตหะรานไม่เชื่อมั่นว่าข้อตกลงจะถูกนำไปใช้ ก็ยิ่งนำเสนอการใช้กำลังเป็นทางเลือกแทนการทูต
ท้ายที่สุด หลักนิยมใหม่นี้ตั้งอยู่บนแนวคิด ยับยั้งอย่างมีเงื่อนไข แต่ขู่ขยายวงการตอบโต้ อิหร่านบอกว่าจะไม่เป็นฝ่ายโจมตีก่อน แต่เตือนว่าการโจมตีครั้งต่อไปจะนำไปสู่ปฏิบัติการที่รวดเร็วและกว้างกว่าเดิม โดยมีการผลิตอาวุธภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นและแรงกดดันต่อการเดินเรือเป็นเครื่องมือสนับสนุน
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าเจ้าหน้าที่อิหร่านพูดอะไร แต่คือขีดความสามารถที่ฟื้นฟูขึ้นมานั้นพร้อมใช้งานจริงมากเพียงใด และคำขู่นี้จะช่วยยับยั้งการโจมตีครั้งใหม่ หรือกลับทำให้การเผชิญหน้ามีโอกาสลุกลามมากขึ้น
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
อิหร่านระบุว่าการเปลี่ยนสู่หลักนิยม “เชิงรุก” ไม่ใช่การประกาศโจมตีก่อน แต่เป็นการเตรียมตอบโต้ทันทีและในวงกว้างขึ้นหากถูกโจมตีอีกครั้ง [27]
อิหร่านระบุว่าการเปลี่ยนสู่หลักนิยม “เชิงรุก” ไม่ใช่การประกาศโจมตีก่อน แต่เป็นการเตรียมตอบโต้ทันทีและในวงกว้างขึ้นหากถูกโจมตีอีกครั้ง [27] เตหะรานกำลังเชื่อมคำขู่ตอบโต้เข้ากับการฟื้นฟูขีดความสามารถด้านขีปนาวุธ โดรน ระบบป้องกันภัยทางอากาศ และกำลังทางเรือ รวมถึงคำกล่าวอ้างว่าการผลิตยุทโธปกรณ์เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในช่วงกรกฎาคม 2025–กรกฎาคม 2026 [4][37][38]
ช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นจุดกดดันสำคัญ หลังการเดินเรือชะลอตัวจนเกือบหยุดนิ่ง ขณะที่อิหร่านและประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่างอ้างสถานะการควบคุมเส้นทางน้ำแตกต่างกัน [50][59]