Oliver Blume ซีอีโอ Volkswagen ระบุว่าสถานการณ์ของบริษัท “ร้ายแรงกว่าระดับวิกฤต” โดยตัวเลขงานที่อาจลดเพิ่ม 50,000 ตำแหน่งทั่วโลกเป็นตัวชี้ขนาดการประหยัดที่ต้องทำ ไม่ใช่โควตาเลิกจ้างที่ยืนยันแล้ว ต้นทุนค่าใช้จ่ายส่วนกลางของ Volkswagen สูงกว่าบริษัทคู่แข่งที่ใกล้เคียงกันมากกว่า 30% ขณะที่ผลตอบแทนจากการดำเนินงานราว 3.8...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Volkswagen CEO Oliver Blume say about the automaker’s “more than critical” situation, including why the company may need up to 50,0. Article summary: Blume said Volkswagen’s position was “more than critical”: margins and costs are inadequate to finance future technology, products and sites unless the group makes substantially deeper changes. [2] ## Why jobs and costs . Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
Oliver Blume ซีอีโอของ Volkswagen กล่าวว่าสถานะของผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จากเยอรมนีอยู่ในระดับ “ร้ายแรงกว่าระดับวิกฤต” เพราะโครงสร้างต้นทุนและความสามารถในการทำกำไรปัจจุบันไม่แข็งแกร่งพอที่จะรองรับการลงทุนในเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ใหม่ และโรงงานในอนาคต
คำเตือนดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่ Volkswagen กำลังพิจารณาการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ซึ่งอาจนำไปสู่การลดตำแหน่งงานเพิ่มอีกสูงสุด 50,000 ตำแหน่งทั่วโลก จากแผนลดงานที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้แล้ว อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 50,000 ตำแหน่งยังต้องอ่านอย่างระมัดระวัง เพราะ Blume อธิบายว่าเป็นการคำนวณเชิงทฤษฎีเพื่อสะท้อนระดับการประหยัดที่จำเป็นต่อการปิดช่องว่างด้านต้นทุนกับคู่แข่ง ไม่ใช่รายชื่อหรือเป้าหมายเลิกจ้างที่สรุปแล้ว
Volkswagen ได้ตกลงลดกำลังคนไปแล้วประมาณ 50,000 ตำแหน่งทั่วทั้งกลุ่มบริษัท ซึ่งรวมถึงธุรกิจอย่าง Audi และ Porsche หากมีการพิจารณาลดงานเพิ่มอีก 50,000 ตำแหน่ง จำนวนรวมที่อยู่ระหว่างการหารืออาจเพิ่มขึ้นเป็นราว 100,000 ตำแหน่ง
Blume ย้ำว่าตัวเลขเพิ่มเติมนี้ไม่ใช่เป้าหมายตายตัว แต่เกิดจากการคำนวณว่า หากลดค่าใช้จ่ายส่วนกลางลงให้อยู่ในระดับใกล้เคียงคู่แข่ง โดยสมมติว่าต้นทุนแรงงานไม่เปลี่ยนแปลง จะต้องลดต้นทุนในขนาดที่เทียบเท่ากับตำแหน่งงานราว 50,000 ตำแหน่ง
ในทางปฏิบัติ แผนประหยัดอาจไม่ได้พึ่งการลดจำนวนพนักงานเพียงอย่างเดียว แต่อาจรวมถึงการปรับจำนวนรุ่นรถยนต์ กำลังการผลิต โครงสร้างองค์กร และการจัดวางธุรกิจต่าง ๆ ใหม่ด้วย
Blume ระบุว่าค่าใช้จ่ายส่วนกลางของ Volkswagen ยังสูงกว่าบริษัทคู่แข่งที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันมากกว่า 30% บริษัทจึงจำเป็นต้องลดความเสียเปรียบเชิงโครงสร้างนี้ หากต้องการกลับมาแข่งขันได้ดีขึ้น
ด้านความสามารถในการทำกำไรก็เป็นปัญหาเช่นกัน Blume ระบุว่าอัตราผลตอบแทนจากการดำเนินงานที่ต่ำกว่า 4% หรือประมาณ 3.8% แม้ถือว่าอยู่ในระดับน่าพอใจเมื่อพิจารณาจากภาวะตลาดที่ยากลำบาก แต่ยังไม่เพียงพอในระยะยาวสำหรับการสร้างเงินทุนไปพัฒนาเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ใหม่ และโรงงาน
แรงกดดันนี้อธิบายได้ว่าทำไมฝ่ายบริหารจึงเชื่อมโยงการปรับโครงสร้างเข้ากับความสามารถของ Volkswagen ในการลงทุนอนาคต ไม่ใช่มองเป็นเพียงมาตรการแก้กำไรที่อ่อนแอในระยะสั้น
Reuters รายงานว่ากำไรจากการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทในปี 2025 ลดลงเหลือ 8.9 พันล้านยูโร และ Volkswagen คาดการณ์อัตรากำไรจากการดำเนินงานในปี 2026 ไว้ราว 4%–5% หลังจากอยู่ที่ 2.8% ในปี 2025
Volkswagen กำลังเผชิญปัจจัยกดดันหลายเรื่องพร้อมกัน ได้แก่
ข้อเสนอหลักของ Blume คือ Volkswagen ต้องลดต้นทุนให้ลึกกว่าเดิม เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและสร้างเงินทุนสำหรับการลงทุน ขณะที่ตลาดกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
Blume ระบุว่า Volkswagen ไม่คาดว่าโรงงานในเมือง Emden, Hannover, Zwickau และ Neckarsulm จะสามารถใช้กำลังการผลิตได้ในระดับที่แข่งขันได้ในช่วงทศวรรษ 2030
คำกล่าวนี้ไม่ได้หมายความว่าบริษัทตัดสินใจปิดโรงงานแล้ว รายงานที่มีอยู่ระบุว่ายังไม่มีการตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับโรงงานใดเป็นการเฉพาะ แม้ข้อเสนอปรับโครงสร้างก่อนหน้านี้จะมีความเป็นไปได้ในการปิดโรงงานในเยอรมนี 4 แห่งอยู่ด้วย
ดังนั้น ประเด็นสำคัญจึงไม่ได้มีเพียงจำนวนงานที่จะหายไป แต่ยังรวมถึงการที่ Volkswagen อาจต้องทบทวนว่ารถยนต์รุ่นใดจะผลิตที่โรงงานไหน จะคงกำลังการผลิตไว้มากน้อยเพียงใด และโรงงานแต่ละแห่งจะได้รับงานใหม่มาทดแทนหรือไม่
การรื้อโครงสร้างที่อยู่ระหว่างการพิจารณามีขอบเขตกว้างกว่าการลดจำนวนพนักงาน โดยมาตรการที่มีการหารือหรือมีรายงานก่อนหน้านี้ ได้แก่
กลุ่มครอบครัวผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจควบคุม Volkswagen ยังเรียกร้องให้ผู้มีส่วนได้เสียสนับสนุนการปรับโครงสร้างที่จริงจังกว่าเดิมด้วย ทำให้แผนสุดท้ายต้องประสานผลประโยชน์ของฝ่ายบริหาร พนักงาน สหภาพแรงงาน คณะกรรมการกำกับดูแล และรัฐโลเวอร์แซกโซนีของเยอรมนี
ขั้นต่อไปคาดว่าจะเป็นการหารือโดยตรงกับพนักงาน รวมถึงการตัดสินใจในระดับธรรมาภิบาลของบริษัท Blume มีกำหนดเดินทางไปยังโรงงานที่ได้รับผลกระทบจากแผนฟื้นฟู ขณะที่สภาคนงานของ Volkswagen หรือคณะผู้แทนพนักงาน ได้กำหนดการประชุมพนักงานพิเศษในเดือนสิงหาคม เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานซักถามซีอีโอโดยตรง
กำหนดการที่ประกาศไว้คือการประชุมที่สำนักงานใหญ่ใน Wolfsburg วันที่ 25 สิงหาคม และที่โรงงาน Emden กับ Zwickau วันที่ 26 สิงหาคม
นอกจากนี้ คณะกรรมการกำกับดูแลของ Volkswagen มีกำหนดหารือแผนฟื้นฟูกิจการต่อในวันที่ 4 กันยายน
Volkswagen ยังไม่ได้ประกาศแผนเลิกจ้างเพิ่มเติมจำนวน 50,000 ตำแหน่งแบบตายตัว สิ่งที่ Blume ใช้คือตัวเลขดังกล่าวเพื่อแสดงให้เห็นขนาดของการประหยัดที่จำเป็นต่อการปิดช่องว่างด้านต้นทุนกับคู่แข่ง
ถึงอย่างนั้น ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นก็มีขนาดใหญ่ เพราะหากรวมกับการลดงานที่ตกลงไว้ก่อนหน้านี้ การปรับโครงสร้างที่กำลังพิจารณาอาจเกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานรวมราว 100,000 ตำแหน่ง ขณะเดียวกันโรงงานเยอรมนี 4 แห่งก็มีความเสี่ยงที่จะยังใช้กำลังการผลิตได้ไม่เต็มที่ในช่วงทศวรรษ 2030
จำนวนงานที่จะลดจริง อนาคตของโรงงานแต่ละแห่ง และรูปแบบสุดท้ายของแผนปรับโครงสร้าง ยังต้องรอผลการเจรจากับพนักงานและการตัดสินใจของคณะกรรมการบริษัท
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Oliver Blume ซีอีโอ Volkswagen ระบุว่าสถานการณ์ของบริษัท “ร้ายแรงกว่าระดับวิกฤต” โดยตัวเลขงานที่อาจลดเพิ่ม 50,000 ตำแหน่งทั่วโลกเป็นตัวชี้ขนาดการประหยัดที่ต้องทำ ไม่ใช่โควตาเลิกจ้างที่ยืนยันแล้ว
Oliver Blume ซีอีโอ Volkswagen ระบุว่าสถานการณ์ของบริษัท “ร้ายแรงกว่าระดับวิกฤต” โดยตัวเลขงานที่อาจลดเพิ่ม 50,000 ตำแหน่งทั่วโลกเป็นตัวชี้ขนาดการประหยัดที่ต้องทำ ไม่ใช่โควตาเลิกจ้างที่ยืนยันแล้ว ต้นทุนค่าใช้จ่ายส่วนกลางของ Volkswagen สูงกว่าบริษัทคู่แข่งที่ใกล้เคียงกันมากกว่า 30% ขณะที่ผลตอบแทนจากการดำเนินงานราว 3.8% ยังไม่เพียงพอสำหรับการลงทุนระยะยาวในเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และโรงงาน
การแข่งขันจากผู้ผลิตรถยนต์จีนในยุโรป ตลาดจีนที่ทำกำไรลดลง ภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ และกำลังการผลิตส่วนเกินในยุโรป กำลังเพิ่มแรงกดดันต่อ Volkswagen