แม้ Xiaomi จะขยับส่วนผสมผลิตภัณฑ์ไปสู่สมาร์ตโฟนราคาสูงขึ้น โดยราคาเฉลี่ยต่อเครื่องเพิ่มขึ้น 25.9% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1,351 หยวน และสมาร์ตโฟนพรีเมียมคิดเป็น 32.1% ของยอดขายโทรศัพท์ในจีน แต่อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจสมาร์ตโฟนกลับลดลงเหลือ 8.5% จาก 11.5% ในปีก่อน
กล่าวได้ว่า การขึ้นราคาและการขายรุ่นพรีเมียมช่วยพยุงรายได้บางส่วน แต่ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยต้นทุนหน่วยความจำที่พุ่งขึ้นได้
แหล่งข่าวหลายแห่งเชื่อมโยงภาวะขาดแคลนหน่วยความจำกับความต้องการชิปสำหรับศูนย์ข้อมูล AI ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่มีอยู่ในแหล่งอ้างอิงชุดนี้ยังไม่รองรับการระบุอย่างชัดเจนว่า ผู้ผลิตหน่วยความจำรายใดจัดสรรกำลังการผลิตไปยังผลิตภัณฑ์สำหรับศูนย์ข้อมูลมากเพียงใด หรือปัจจัยดังกล่าวมีส่วนต่อผลประกอบการของ Xiaomi ในระดับใด
กลุ่มธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ปัญญาประดิษฐ์ และโครงการใหม่สร้างรายได้ 24.9 พันล้านหยวนในไตรมาสดังกล่าว และ Xiaomi ส่งมอบรถยนต์ได้ 104,199 คัน
อย่างไรก็ตาม กลุ่มธุรกิจนี้ยังมีผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 2.6 พันล้านหยวน แม้ตัวเลขขาดทุนจะลดลงจากไตรมาสก่อน ภาพดังกล่าวสะท้อนว่า Xiaomi กำลังเร่งขยายธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าและ AI เพื่อสร้างแหล่งรายได้ใหม่ แต่การเติบโตยังมาพร้อมต้นทุนการลงทุนและค่าใช้จ่ายที่สูง
ฝ่ายบริหารของ Xiaomi ระบุว่า ช่วงที่ธุรกิจสมาร์ตโฟนเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนรุนแรงที่สุดน่าจะผ่านไปแล้ว และคาดว่าการเพิ่มขึ้นของราคาหน่วยความจำจะชะลอลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2026
บริษัทจะยังเดินหน้าสู่เป้าหมายส่งมอบรถยนต์ 550,000 คันตลอดทั้งปี และมีแผนเปิดตัวรถยนต์เอสยูวีรุ่น SkyNomad ในเดือนกันยายน แต่ข้อมูลที่ให้มายังไม่เพียงพอที่จะยืนยันถ้อยคำของฝ่ายบริหารหรือเหตุผลเบื้องหลังเป้าหมายดังกล่าวอย่างละเอียด
สำหรับปฏิกิริยาของราคาหุ้น Xiaomi หลังประกาศผลประกอบการ แหล่งข้อมูลที่มีอยู่ไม่ได้ระบุการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน จึงยังไม่สามารถสรุปทิศทางราคาหุ้นจากข้อมูลชุดนี้ได้