เมื่อรวมการซื้อหุ้นคืนสำหรับพนักงาน แพ็กเกจเงินที่ Samsung นำออกสู่ตลาดอาจมีมูลค่าราว 125 ล้านล้านวอน แต่ไม่ควรนำตัวเลขนี้ไปตีความว่าเป็นเงินที่จ่ายให้ผู้ถือหุ้นเดิมทั้งหมด เพราะหุ้น 15 ล้านล้านวอนดังกล่าวมีเป้าหมายหลักเพื่อใช้เป็นค่าตอบแทนพนักงาน ไม่ใช่การแจกจ่ายโดยตรงแก่ผู้ถือหุ้นปัจจุบัน
นอกเหนือจากเงินปันผลประมาณ 30 ล้านล้านวอนในไตรมาส 3 Samsung ยังไม่ได้ระบุจำนวนสุดท้ายหรือรูปแบบที่แน่นอนของผลตอบแทนส่วนที่เหลือ บริษัทจะประเมินหลังสรุปผลประกอบการตลอดปี 2026 โดยมีทั้งเงินปันผล การซื้อหุ้นคืน และการยกเลิกหุ้นเป็นทางเลือก
รายงานข่าวระบุกรอบเวลาต่างกันเล็กน้อย โดยบางรายงานคาดว่าจะมีการกำหนดรายละเอียดในการประชุมคณะกรรมการช่วงปลายเดือนตุลาคม ขณะที่ Reuters และรายงานอื่น ๆ ระบุว่าการตัดสินใจเรื่องผลตอบแทนส่วนที่เหลือจะเกิดขึ้นในเดือนมกราคม 2027
ประเด็นที่ตรงกันคือ เงินส่วนที่เหลือยังขึ้นอยู่กับผลประกอบการที่สรุปแล้ว ไม่ได้เป็นภาระผูกพันที่ Samsung รับรองว่าจะจ่ายเต็มจำนวน ณ วันที่อนุมัติแผน 21 สิงหาคม
สำหรับนักลงทุน นี่หมายความว่า Samsung ได้เปิดเผย “วงเงินที่มีศักยภาพ” สำหรับการคืนผลตอบแทนในระดับสูงมากแล้ว แต่จำนวนเงินสุดท้ายและสัดส่วนระหว่างเงินปันผลกับการซื้อหุ้นคืนยังต้องพิจารณาจากผลการดำเนินงาน ความต้องการลงทุน และกระแสเงินสดของบริษัท
หาก Samsung คืนผลตอบแทนได้ถึง 110 ล้านล้านวอน ตัวเลขดังกล่าวจะสูงกว่าสถิติเดิมที่ 20.3 ล้านล้านวอนในปี 2020 ประมาณ 5 เท่า
การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นหลัง SK Hynix ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญในอุตสาหกรรมชิปหน่วยความจำของเกาหลีใต้ ประกาศแผนซื้อหุ้นคืนมูลค่า 40 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์ ไม่ใช่การซื้อหุ้นคืนมูลค่า 40,000 ล้านดอลลาร์
ดังนั้น แผนผลตอบแทนของ Samsung ที่ 90–110 ล้านล้านวอนจึงมีมูลค่าสูงกว่าในแง่ตัวเลขเงินวอน แต่การเปรียบเทียบไม่ใช่แบบเดียวกันทั้งหมด เพราะตัวเลขของ Samsung อาจรวมเงินปันผล การซื้อหุ้นคืน และการยกเลิกหุ้น ขณะที่ตัวเลขของ SK Hynix ที่อ้างถึงเป็นการซื้อหุ้นคืนโดยเฉพาะ
ปัจจัยสำคัญคือการเติบโตของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI ซึ่งทำให้ความต้องการชิปหน่วยความจำเพิ่มขึ้นอย่างมาก Reuters รายงานว่า Samsung มีกำไรจากการดำเนินงานทำสถิติสูงสุดติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 3 พร้อมลงนามข้อตกลงจัดหาชิประยะหลายปีกับผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลรายใหญ่ และคาดว่าภาวะชิปขาดแคลนทั่วโลกอาจรุนแรงขึ้นและยืดเยื้อไปถึงปี 2028
ภาวะดังกล่าวช่วยสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษให้แก่ทั้ง Samsung และ SK Hynix ขณะเดียวกัน นักลงทุนก็เรียกร้องให้บริษัททั้งสองนำเงินสดส่วนเกินออกมาแบ่งปันมากขึ้น หลังผลกำไรจากกระแส AI พุ่งสูง โดย Reuters ประเมินว่าทั้งสองบริษัทอาจมีเงินสดสุทธิรวมกัน 263,000 ล้านดอลลาร์ภายในสิ้นปี
แผนใหม่นี้ยังเป็นการเดินหน้าตามนโยบายคืนผลตอบแทนผู้ถือหุ้นช่วงปี 2024–2026 ของ Samsung ซึ่งกำหนดให้นำ 50% ของกระแสเงินสดอิสระสะสม ตลอดระยะเวลา 3 ปีมาคืนให้ผู้ถือหุ้น โดยคาดว่าการจ่ายผลตอบแทนรวมตลอดช่วงนโยบายจะอยู่ที่ประมาณ 120–140 ล้านล้านวอน
แม้การจ่ายเงินปันผลและซื้อหุ้นคืนจำนวนมากจะช่วยเพิ่มผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้น แต่ Samsung ก็ยังจำเป็นต้องรักษาความสามารถทางการเงินเพื่อขยายกำลังการผลิตและยกระดับเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ บริษัทต้องรับมือกับวัฏจักรขาขึ้นขาลงของอุตสาหกรรมหน่วยความจำ พร้อมจัดสรรเงินทุนสำหรับโครงการเติบโตในอนาคต
นี่คือเหตุผลที่แผนดังกล่าวยังไม่รับรองว่าจะจ่ายเต็มเพดานทันที การคืนเงินในช่วงที่ตลาดหน่วยความจำแข็งแกร่งเป็นพิเศษอาจช่วยเพิ่มมูลค่าให้ผู้ถือหุ้น แต่หากความต้องการหรือราคาชิปกลับทิศ บริษัทก็อาจเหลือความยืดหยุ่นน้อยลงในการลงทุนและรับมือกับช่วงขาลง
ความเสี่ยงนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการใช้จ่ายด้าน AI หากผู้ให้บริการคลาวด์และศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ลดการลงทุน หรือหากอุปทานชิปเพิ่มขึ้นจนสมดุลกับความต้องการ กระแสเงินสดที่พุ่งสูงในปัจจุบันก็อาจไม่ยั่งยืน