อย่างไรก็ตาม คำว่า Exp ท้ายชื่อไม่ใช่รายละเอียดเล็กน้อย แต่สะท้อนสถานะของผลิตภัณฑ์โดยตรง นี่คือการเปิด API เพื่อให้ผู้พัฒนาทดลองและประเมินผล ไม่ใช่หลักฐานว่าเป็นโมเดลสำหรับแทนที่ระบบที่ใช้งานจริงอย่างมั่นคงแล้ว
DeepSeek ระบุว่าโมเดลรองรับคำขอที่ผสมข้อความกับภาพ และสามารถเรียกผ่านทั้ง Chat Completions API และ Responses API โดยใช้โมเดล ID เดียวกัน
นักพัฒนาสามารถส่งภาพได้หลายรูปแบบตามคู่มือของ DeepSeek ได้แก่ การฝังข้อมูลภาพไว้ในคำขอ การใช้ URL ภายนอก หรือ Files API นอกจากนี้ Responses API ยังมีคำแนะนำเฉพาะสำหรับการส่งภาพให้โมเดลนี้ด้วย
ความสามารถดังกล่าวทำให้ Vision Exp น่าสนใจสำหรับการสร้าง Agent ที่ต้อง “มองเห็น” ก่อนลงมือทำ เช่น อ่านภาพหน้าจอ วิเคราะห์แผนภูมิ ตรวจเอกสารสแกน หรือทำความเข้าใจหน้าเว็บก่อนเลือกเครื่องมือถัดไป
DeepSeek ยังระบุว่า Codex รองรับโมเดลนี้ โดยมีตัวเลือก Vision Exp สำหรับงานที่ต้องรับอินพุตภาพ ส่วน DeepSeek Harness 0.1.1 เพิ่มการรองรับโมเดลนี้โดยตรง ช่วยให้นำความสามารถด้านภาพไปต่อเข้ากับเวิร์กโฟลว์ของ Agent ได้ง่ายขึ้น
สำหรับส่วนขยาย GitHub Copilot ใน VS Code เอกสารของ DeepSeek ระบุชื่อ V4 Pro และ V4 Flash ไว้ในตัวเลือกโมเดล และอธิบายว่าการจัดการภาพทำผ่านโมเดล Copilot อื่นที่ติดตั้งอยู่ เอกสารดังกล่าวจึงยังไม่ยืนยันว่า Vision Exp มีให้เลือกโดยตรงในเมนูนั้น
คำกล่าวอ้างหลักของ DeepSeek มีสองส่วน ได้แก่ Vision Exp ยังคงประสิทธิภาพด้านข้อความของ V4-Flash และยกระดับผลลัพธ์บนการทดสอบมัลติโมดัล Agent อย่างมาก จนความสามารถใกล้เคียง Claude Opus 4.8
รายงานบางส่วนที่นำเสนอข้อมูลจากประกาศของ DeepSeek ระบุตัวเลข เช่น Chartography 64.3, ApexBench Pass@1 ที่ 36.5, Agents’ Last Exam ที่ 27.3 และ ZeroBench Pass@5 ที่ 35.0 แต่ตัวเลขเหล่านี้มาจากการรายงานรอง ไม่ใช่รายงานประเมินผลแบบละเอียดที่บุคคลภายนอกสามารถทำซ้ำและเปรียบเทียบข้ามผู้พัฒนาได้อย่างเป็นกลาง
ประเด็นนี้สำคัญมาก เพราะคำว่า “ใกล้เคียง Opus 4.8” ไม่ได้หมายความว่า Vision Exp ชนะ Claude โดยรวม หรือให้ความแม่นยำและความเสถียรเท่ากันในทุกงาน หลักฐานที่มีไม่ได้แสดงการทดสอบที่ใช้พรอมป์เดียวกัน เครื่องมือเดียวกัน สภาพแวดล้อมเดียวกัน รวมถึงการเปรียบเทียบเวลาแฝง อัตราความล้มเหลว และต้นทุนจริงระหว่าง DeepSeek กับ Anthropic
ข้อสรุปที่รัดกุมที่สุดในตอนนี้คือ DeepSeek เปิดตัวโมเดล API ที่รองรับภาพและมีเอกสารอย่างเป็นทางการจริง ผลลัพธ์ที่บริษัทเปิดเผยชี้ว่ามีการพัฒนาจาก V4-Flash อย่างมีนัยสำคัญในงานที่ต้องใช้ข้อมูลภาพ แต่ตำแหน่งของโมเดลเมื่อเทียบกับ Claude, OpenAI, Google หรือโมเดลจีนรายอื่นยังไม่ยืนยัน
รายการข้อมูลโมเดลที่มีอยู่ระบุราคา DeepSeek V4 Flash Vision Exp ที่ 0.22 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้านโทเคนขาเข้า และ 0.66 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้านโทเคนขาออก พร้อมบริบทขนาด 1 ล้านโทเคน เอกสารราคาอย่างเป็นทางการของ DeepSeek ยืนยันว่าคิดค่าบริการตามจำนวนโทเคนต่อ 1 ล้านโทเคน และมี deepseek-v4-flash-vision-exp อยู่ในตารางโมเดล
ภาพที่ส่งเข้า API จะถูกแปลงเป็นโทเคนเพื่อคิดค่าบริการ โดยรายงานที่อ้างอิงคำแนะนำของ DeepSeek ระบุว่าภาพหนึ่งภาพอาจใช้ได้สูงสุด 384 โทเคน และใช้อัตราราคาเดียวกับ V4-Flash ดังนั้นต้นทุนจริงของงานภาพไม่ได้ขึ้นอยู่กับเรตโทเคนเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นกับจำนวนและขนาดภาพ ข้อความประกอบ ความยาวคำตอบ และการส่งบริบทเดิมซ้ำด้วย
ด้าน Anthropic ระบุราคา Claude Opus 4.8 ไว้ที่ 5 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้านโทเคนขาเข้า และ 25 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้านโทเคนขาออก โดยมีอัตราแยกสำหรับการแคชและ Fast Mode
เมื่อดูเฉพาะเรตราคาโทเคนหลัก DeepSeek ถูกกว่ามาก ซึ่งเป็นเหตุผลที่ดีให้นักพัฒนานำไปทดลอง แต่ราคาต่อโทเคนไม่ใช่ต้นทุนรวมทั้งหมด หากโมเดลต้องเรียกซ้ำบ่อย ใช้เครื่องมือผิด หรือจำเป็นต้องประมวลผลภาพเพิ่มเติม ส่วนต่างราคาก็อาจลดลงเมื่อคำนวณจากเวิร์กโฟลว์จริง
แม้ทั้งสองโมเดลจะใช้กับงานคล้ายกันได้ แต่มีจุดยืนต่างกันค่อนข้างชัดเจน
จุดขายของ DeepSeek จึงเข้าใจได้ไม่ยาก: นำความสามารถด้านภาพมาใส่ในโมเดลกลุ่ม Flash ที่มีต้นทุนต่ำกว่า พร้อมเคลมว่าประสิทธิภาพในงานมัลติโมดัล Agent เข้าใกล้โมเดลระดับพรีเมียมอย่าง Opus ขณะที่จุดแข็งของ Claude ในการเปรียบเทียบนี้ไม่ใช่การพิสูจน์ว่าเหนือกว่าในทุกการทดสอบ แต่คือความสุกงอมของผลิตภัณฑ์ เครื่องมือ และระบบสนับสนุนโดยรวมที่มีการใช้งานมากกว่า
การตัดสินใจจึงควรดูเป็นรายงาน ไม่ใช่ดูจากอันดับหรือราคาเพียงอย่างเดียว สำหรับระบบอ่านภาพหน้าจอหรือดึงข้อมูลจากแผนภูมิ Vision Exp อาจให้คุณภาพเพียงพอในต้นทุนที่ต่ำกว่ามาก แต่สำหรับงานอัตโนมัติที่มีความเสี่ยงสูง ควรให้ความสำคัญกับความสม่ำเสมอ ความแม่นยำในการเลือกและเรียกใช้เครื่องมือ พฤติกรรมเมื่อปฏิเสธคำขอ การตรวจสอบย้อนหลัง และการกู้คืนเมื่อเกิดข้อผิดพลาด
ความสำคัญของ Vision Exp อยู่ที่การทำให้ “การมองเห็น” กลายเป็นส่วนหนึ่งของงาน Agent มากขึ้น ไม่ใช่เพียงฟีเจอร์ตอบคำถามเกี่ยวกับรูปภาพแยกต่างหาก
Agent สำหรับเขียนโค้ดอาจต้องอ่านภาพหน้าจอ เบราว์เซอร์ Agent อาจต้องตีความหน้าเว็บ และระบบองค์กรอาจต้องทำความเข้าใจเอกสาร แผนภูมิ และคำสั่งเรียกใช้เครื่องมือในกระบวนการเดียวกัน
ตระกูล DeepSeek V4 วางจุดเด่นไว้ที่บริบทขนาดยาวและงาน Agent อยู่แล้ว โดยบริษัทนำเสนอ Flash เป็นตัวเลือกที่เร็วและประหยัดกว่าในตระกูลเดียวกัน Vision Exp จึงเป็นการต่อยอดแนวทางดังกล่าวไปสู่ Agent แบบมัลติโมดัล แทนที่จะสร้างโมเดลที่ทำงานกับภาพเพียงอย่างเดียว
อย่างไรก็ดี หลักฐานในปัจจุบันยังไม่ควรนำไปสู่ข้อสรุปว่า DeepSeek แซงหน้า Anthropic, OpenAI, Google หรือแล็บ AI ชั้นนำของจีน เพราะยังไม่มีการประเมินข้ามค่ายแบบเทียบกันอย่างยุติธรรมในข้อมูลที่มี และโมเดล API แบบทดลองก็ไม่เท่ากับผลิตภัณฑ์เรือธงที่พิสูจน์ความพร้อมในงานจริงแล้ว
ควรลอง แต่ต้องทดสอบแบบควบคุมเงื่อนไข
การประเมินที่มีประโยชน์ควรนำ Vision Exp ไปเทียบกับ Claude Opus 4.8 และโมเดลที่ใช้งานจริงอยู่ในปัจจุบัน โดยใช้ชุดงานภาพและเครื่องมือเดียวกัน จากนั้นติดตามตัวชี้วัดต่อไปนี้
บทสรุปในเวลานี้จึงเป็นบวกแบบมีเงื่อนไข: DeepSeek V4 Flash Vision Exp เป็นการทดลอง API มัลติโมดัลที่มีอยู่จริง มีอินเทอร์เฟซสำหรับนักพัฒนาค่อนข้างพร้อม และมีราคาที่น่าสนใจ คำเคลมเรื่องประสิทธิภาพใกล้ Claude Opus 4.8 ควรค่าแก่การทดสอบ แต่ยังไม่ควรถือเป็นข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันโดยการประเมินอิสระ
อย่างไรก็ตาม คำว่า Exp ท้ายชื่อไม่ใช่รายละเอียดเล็กน้อย แต่สะท้อนสถานะของผลิตภัณฑ์โดยตรง นี่คือการเปิด API เพื่อให้ผู้พัฒนาทดลองและประเมินผล ไม่ใช่หลักฐานว่าเป็นโมเดลสำหรับแทนที่ระบบที่ใช้งานจริงอย่างมั่นคงแล้ว
DeepSeek ระบุว่าโมเดลรองรับคำขอที่ผสมข้อความกับภาพ และสามารถเรียกผ่านทั้ง Chat Completions API และ Responses API โดยใช้โมเดล ID เดียวกัน
นักพัฒนาสามารถส่งภาพได้หลายรูปแบบตามคู่มือของ DeepSeek ได้แก่ การฝังข้อมูลภาพไว้ในคำขอ การใช้ URL ภายนอก หรือ Files API นอกจากนี้ Responses API ยังมีคำแนะนำเฉพาะสำหรับการส่งภาพให้โมเดลนี้ด้วย
ความสามารถดังกล่าวทำให้ Vision Exp น่าสนใจสำหรับการสร้าง Agent ที่ต้อง “มองเห็น” ก่อนลงมือทำ เช่น อ่านภาพหน้าจอ วิเคราะห์แผนภูมิ ตรวจเอกสารสแกน หรือทำความเข้าใจหน้าเว็บก่อนเลือกเครื่องมือถัดไป
DeepSeek ยังระบุว่า Codex รองรับโมเดลนี้ โดยมีตัวเลือก Vision Exp สำหรับงานที่ต้องรับอินพุตภาพ ส่วน DeepSeek Harness 0.1.1 เพิ่มการรองรับโมเดลนี้โดยตรง ช่วยให้นำความสามารถด้านภาพไปต่อเข้ากับเวิร์กโฟลว์ของ Agent ได้ง่ายขึ้น
สำหรับส่วนขยาย GitHub Copilot ใน VS Code เอกสารของ DeepSeek ระบุชื่อ V4 Pro และ V4 Flash ไว้ในตัวเลือกโมเดล และอธิบายว่าการจัดการภาพทำผ่านโมเดล Copilot อื่นที่ติดตั้งอยู่ เอกสารดังกล่าวจึงยังไม่ยืนยันว่า Vision Exp มีให้เลือกโดยตรงในเมนูนั้น
คำกล่าวอ้างหลักของ DeepSeek มีสองส่วน ได้แก่ Vision Exp ยังคงประสิทธิภาพด้านข้อความของ V4-Flash และยกระดับผลลัพธ์บนการทดสอบมัลติโมดัล Agent อย่างมาก จนความสามารถใกล้เคียง Claude Opus 4.8
รายงานบางส่วนที่นำเสนอข้อมูลจากประกาศของ DeepSeek ระบุตัวเลข เช่น Chartography 64.3, ApexBench Pass@1 ที่ 36.5, Agents’ Last Exam ที่ 27.3 และ ZeroBench Pass@5 ที่ 35.0 แต่ตัวเลขเหล่านี้มาจากการรายงานรอง ไม่ใช่รายงานประเมินผลแบบละเอียดที่บุคคลภายนอกสามารถทำซ้ำและเปรียบเทียบข้ามผู้พัฒนาได้อย่างเป็นกลาง
ประเด็นนี้สำคัญมาก เพราะคำว่า “ใกล้เคียง Opus 4.8” ไม่ได้หมายความว่า Vision Exp ชนะ Claude โดยรวม หรือให้ความแม่นยำและความเสถียรเท่ากันในทุกงาน หลักฐานที่มีไม่ได้แสดงการทดสอบที่ใช้พรอมป์เดียวกัน เครื่องมือเดียวกัน สภาพแวดล้อมเดียวกัน รวมถึงการเปรียบเทียบเวลาแฝง อัตราความล้มเหลว และต้นทุนจริงระหว่าง DeepSeek กับ Anthropic
ข้อสรุปที่รัดกุมที่สุดในตอนนี้คือ DeepSeek เปิดตัวโมเดล API ที่รองรับภาพและมีเอกสารอย่างเป็นทางการจริง ผลลัพธ์ที่บริษัทเปิดเผยชี้ว่ามีการพัฒนาจาก V4-Flash อย่างมีนัยสำคัญในงานที่ต้องใช้ข้อมูลภาพ แต่ตำแหน่งของโมเดลเมื่อเทียบกับ Claude, OpenAI, Google หรือโมเดลจีนรายอื่นยังไม่ยืนยัน
รายการข้อมูลโมเดลที่มีอยู่ระบุราคา DeepSeek V4 Flash Vision Exp ที่ 0.22 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้านโทเคนขาเข้า และ 0.66 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้านโทเคนขาออก พร้อมบริบทขนาด 1 ล้านโทเคน เอกสารราคาอย่างเป็นทางการของ DeepSeek ยืนยันว่าคิดค่าบริการตามจำนวนโทเคนต่อ 1 ล้านโทเคน และมี deepseek-v4-flash-vision-exp อยู่ในตารางโมเดล
ภาพที่ส่งเข้า API จะถูกแปลงเป็นโทเคนเพื่อคิดค่าบริการ โดยรายงานที่อ้างอิงคำแนะนำของ DeepSeek ระบุว่าภาพหนึ่งภาพอาจใช้ได้สูงสุด 384 โทเคน และใช้อัตราราคาเดียวกับ V4-Flash ดังนั้นต้นทุนจริงของงานภาพไม่ได้ขึ้นอยู่กับเรตโทเคนเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นกับจำนวนและขนาดภาพ ข้อความประกอบ ความยาวคำตอบ และการส่งบริบทเดิมซ้ำด้วย
ด้าน Anthropic ระบุราคา Claude Opus 4.8 ไว้ที่ 5 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้านโทเคนขาเข้า และ 25 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้านโทเคนขาออก โดยมีอัตราแยกสำหรับการแคชและ Fast Mode
เมื่อดูเฉพาะเรตราคาโทเคนหลัก DeepSeek ถูกกว่ามาก ซึ่งเป็นเหตุผลที่ดีให้นักพัฒนานำไปทดลอง แต่ราคาต่อโทเคนไม่ใช่ต้นทุนรวมทั้งหมด หากโมเดลต้องเรียกซ้ำบ่อย ใช้เครื่องมือผิด หรือจำเป็นต้องประมวลผลภาพเพิ่มเติม ส่วนต่างราคาก็อาจลดลงเมื่อคำนวณจากเวิร์กโฟลว์จริง
แม้ทั้งสองโมเดลจะใช้กับงานคล้ายกันได้ แต่มีจุดยืนต่างกันค่อนข้างชัดเจน
จุดขายของ DeepSeek จึงเข้าใจได้ไม่ยาก: นำความสามารถด้านภาพมาใส่ในโมเดลกลุ่ม Flash ที่มีต้นทุนต่ำกว่า พร้อมเคลมว่าประสิทธิภาพในงานมัลติโมดัล Agent เข้าใกล้โมเดลระดับพรีเมียมอย่าง Opus ขณะที่จุดแข็งของ Claude ในการเปรียบเทียบนี้ไม่ใช่การพิสูจน์ว่าเหนือกว่าในทุกการทดสอบ แต่คือความสุกงอมของผลิตภัณฑ์ เครื่องมือ และระบบสนับสนุนโดยรวมที่มีการใช้งานมากกว่า
การตัดสินใจจึงควรดูเป็นรายงาน ไม่ใช่ดูจากอันดับหรือราคาเพียงอย่างเดียว สำหรับระบบอ่านภาพหน้าจอหรือดึงข้อมูลจากแผนภูมิ Vision Exp อาจให้คุณภาพเพียงพอในต้นทุนที่ต่ำกว่ามาก แต่สำหรับงานอัตโนมัติที่มีความเสี่ยงสูง ควรให้ความสำคัญกับความสม่ำเสมอ ความแม่นยำในการเลือกและเรียกใช้เครื่องมือ พฤติกรรมเมื่อปฏิเสธคำขอ การตรวจสอบย้อนหลัง และการกู้คืนเมื่อเกิดข้อผิดพลาด
ความสำคัญของ Vision Exp อยู่ที่การทำให้ “การมองเห็น” กลายเป็นส่วนหนึ่งของงาน Agent มากขึ้น ไม่ใช่เพียงฟีเจอร์ตอบคำถามเกี่ยวกับรูปภาพแยกต่างหาก
Agent สำหรับเขียนโค้ดอาจต้องอ่านภาพหน้าจอ เบราว์เซอร์ Agent อาจต้องตีความหน้าเว็บ และระบบองค์กรอาจต้องทำความเข้าใจเอกสาร แผนภูมิ และคำสั่งเรียกใช้เครื่องมือในกระบวนการเดียวกัน
ตระกูล DeepSeek V4 วางจุดเด่นไว้ที่บริบทขนาดยาวและงาน Agent อยู่แล้ว โดยบริษัทนำเสนอ Flash เป็นตัวเลือกที่เร็วและประหยัดกว่าในตระกูลเดียวกัน Vision Exp จึงเป็นการต่อยอดแนวทางดังกล่าวไปสู่ Agent แบบมัลติโมดัล แทนที่จะสร้างโมเดลที่ทำงานกับภาพเพียงอย่างเดียว
อย่างไรก็ดี หลักฐานในปัจจุบันยังไม่ควรนำไปสู่ข้อสรุปว่า DeepSeek แซงหน้า Anthropic, OpenAI, Google หรือแล็บ AI ชั้นนำของจีน เพราะยังไม่มีการประเมินข้ามค่ายแบบเทียบกันอย่างยุติธรรมในข้อมูลที่มี และโมเดล API แบบทดลองก็ไม่เท่ากับผลิตภัณฑ์เรือธงที่พิสูจน์ความพร้อมในงานจริงแล้ว
ควรลอง แต่ต้องทดสอบแบบควบคุมเงื่อนไข
การประเมินที่มีประโยชน์ควรนำ Vision Exp ไปเทียบกับ Claude Opus 4.8 และโมเดลที่ใช้งานจริงอยู่ในปัจจุบัน โดยใช้ชุดงานภาพและเครื่องมือเดียวกัน จากนั้นติดตามตัวชี้วัดต่อไปนี้
บทสรุปในเวลานี้จึงเป็นบวกแบบมีเงื่อนไข: DeepSeek V4 Flash Vision Exp เป็นการทดลอง API มัลติโมดัลที่มีอยู่จริง มีอินเทอร์เฟซสำหรับนักพัฒนาค่อนข้างพร้อม และมีราคาที่น่าสนใจ คำเคลมเรื่องประสิทธิภาพใกล้ Claude Opus 4.8 ควรค่าแก่การทดสอบ แต่ยังไม่ควรถือเป็นข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันโดยการประเมินอิสระ