GUR ประเมินว่า ณ เดือนกรกฎาคม 2026 รัสเซียมีขีปนาวุธพิสัยใกล้จากเกาหลีเหนือราว 50 ลูก ได้แก่ KN 23, KN 24 และ KN 30 KN 30 คือชื่อเรียกในโลกตะวันตกของ Hwasong 11C หรือ Hwasong 11Da เป็นขีปนาวุธเชื้อเพลิงแข็งแบบเคลื่อนที่ได้ โดยเกาหลีเหนืออ้างว่าสามารถติดหัวรบหนักสูงสุด 2,500 กิโลกรัม รัสเซียอาจจัดตั้งหน่วยขีปนาวุธในแ...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Ukraine’s Defence Intelligence Directorate (GUR) disclose on August 20, 2026, about Russia’s acquisition and planned deployment of. Article summary: GUR said Russia had received its first KN-30s—alongside KN-23 and KN-24 missiles—and was preparing a North Korean missile element in western Russia. The disclosure points to a shift from arms transfers toward an integrat. Topic tags: general, news, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers,
ข่าวกรองกลาโหมยูเครน หรือ GUR ระบุว่า รัสเซียได้รับขีปนาวุธทิ้งตัว KN-30 จากเกาหลีเหนือเป็นครั้งแรกภายในเดือนกรกฎาคม 2026 โดยเข้ามาเสริมคลังอาวุธที่ก่อนหน้านี้มี KN-23 และ KN-24 อยู่แล้ว
การเปิดเผยนี้เกิดขึ้นพร้อมกับรายงานว่า รัสเซียกำลังเตรียมจัดตั้งหน่วยขีปนาวุธของเกาหลีเหนือในแคว้นโวโรเนซ ทางตะวันตกของรัสเซีย โดยจะผนวกเข้ากับโครงสร้างกองทัพรัสเซีย หากแผนดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ความร่วมมือระหว่างมอสโกกับเปียงยางจะมีลักษณะเกินกว่าการส่งมอบกระสุนหรือขีปนาวุธ เพราะอาจรวมถึงแท่นยิง บุคลากร และการจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการร่วมด้วย
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขและสมรรถนะหลายรายการยังอ้างอิงจากการประเมินของข่าวกรองยูเครนและคำกล่าวอ้างของเกาหลีเหนือเป็นหลัก ยังไม่มีการตรวจสอบจากแหล่งอิสระทั้งหมด
ตามการประเมินของ GUR รัสเซียมีขีปนาวุธทิ้งตัวจากเกาหลีเหนือประมาณ 50 ลูก ณ เดือนกรกฎาคม 2026 แบ่งเป็น 3 แบบ ได้แก่ KN-23, KN-24 และ KN-30
ตัวเลขประมาณ 50 ลูกนี้ควรแยกจากแผนการจัดตั้งหน่วยในโวโรเนซ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยูเครนระบุว่าอาจได้รับขีปนาวุธสูงสุด 120 ลูกและแท่นยิง 6 ชุด รายงานก่อนหน้านี้ระบุว่าอาวุธของหน่วยดังกล่าวน่าจะเป็น KN-23 และ KN-24 เป็นหลัก จึงยังไม่มีการยืนยันว่าขีปนาวุธทั้ง 120 ลูกจะเป็น KN-30
KN-30 เป็นชื่อเรียกในโลกตะวันตกของขีปนาวุธ Hwasong-11C หรือ Hwasong-11Da ของเกาหลีเหนือ ขีปนาวุธรุ่นนี้อยู่ในตระกูล Hwasong-11 เช่นเดียวกับ KN-23 และ KN-24 แต่ถูกอธิบายว่าเป็นขีปนาวุธทิ้งตัวพิสัยใกล้ขนาดใหญ่กว่า ใช้เครื่องยนต์เชื้อเพลิงแข็ง และยิงจากแท่นปล่อยภาคพื้นดินแบบเคลื่อนที่ได้
ข้อมูลสมรรถนะที่เผยแพร่ต่อสาธารณะมีรายละเอียดดังนี้
จุดสำคัญของ KN-30 คือการผสมผสานระหว่างความคล่องตัว วิถีการบินแบบขีปนาวุธทิ้งตัว และหัวรบที่อาจมีน้ำหนักมาก อย่างไรก็ดี หลักฐานที่มีอยู่ยังไม่สามารถระบุได้ว่ารัสเซียได้รับ KN-30 จำนวนเท่าใด ถูกจัดสรรให้หน่วยในโวโรเนซหรือไม่ หรือถูกนำไปใช้รบแล้วหรือยัง
ความแตกต่างที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือการแลกเปลี่ยนระหว่างน้ำหนักหัวรบกับความแม่นยำ การประเมินของยูเครนและแหล่งข้อมูลเปิดระบุว่า ขีปนาวุธทิ้งตัวของเกาหลีเหนือมีความแม่นยำน้อยกว่า Iskander-M ของรัสเซีย
การเปรียบเทียบหนึ่งระบุว่า Iskander-M มีความแม่นยำที่อ้างกันราว 5–20 เมตร ขณะที่ KN-23 เคยมีรายงานว่าคลาดเป้าหมายหลายร้อยเมตรหรือมากกว่านั้น ตัวเลขเหล่านี้เป็นการประเมินที่มีการรายงาน ไม่ใช่ผลการทดสอบความแม่นยำของ KN-30 โดยตรง
ในทางกลับกัน หัวรบของ KN-30 ที่เกาหลีเหนืออ้างว่าสูงสุด 2.5 ตัน จะมีน้ำหนักมากกว่าหัวรบของ Iskander-M ที่มีการรายงานโดยทั่วไปอย่างมาก แต่เนื่องจากตัวเลขของ KN-30 มาจากคำกล่าวอ้างของเกาหลีเหนือ สมรรถนะจริงในสนามรบจึงยังไม่แน่นอน
จนถึงขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่า KN-30 ถูกยิงใส่ยูเครนแล้ว รายงานก่อนหน้านี้ยืนยันเพียงการใช้ KN-23 จากเกาหลีเหนือร่วมกับขีปนาวุธชนิดต่าง ๆ ของรัสเซีย ซึ่งไม่เพียงพอที่จะสรุปว่า KN-30 ถูกนำมาใช้งานแล้ว
หน่วยดังกล่าวอาจประกอบด้วยกำลังพลเกาหลีเหนือราว 90 นายในแคว้นโวโรเนซ โดยมีแผนผนวกเข้ากับกองพลขีปนาวุธที่ 112 ของรัสเซีย พร้อมแท่นยิง 6 คัน และขีปนาวุธทิ้งตัวสูงสุด 120 ลูก
ทำเลโวโรเนซมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ เพราะขีปนาวุธที่ยิงจากพื้นที่ดังกล่าวอาจครอบคลุมเป้าหมายในหลายพื้นที่ของยูเครน รายงานระบุถึงแคว้นซูมี คาร์คิฟ เชอร์นิฮิฟ โปลตาวา เคียฟ ดนีโปรเปตรอฟสก์ และซาปอริซเซีย
รูปแบบนี้จะทำให้รัสเซียมีขีดความสามารถด้านขีปนาวุธที่บูรณาการมากกว่าการเก็บอาวุธนำเข้าไว้เป็นคลังเพียงอย่างเดียว บุคลากรเกาหลีเหนืออาจมีบทบาทด้านการปฏิบัติการ การบำรุงรักษา หรือการฝึก แต่สายการบังคับบัญชาและองค์ประกอบสุดท้ายของหน่วยยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเปิดเผยจากแหล่งข้อมูลที่มีอยู่
การเปิดเผยเรื่อง KN-30 เกิดขึ้นท่ามกลางการโจมตีครั้งใหญ่ของรัสเซียด้วยขีปนาวุธและโดรนต่อกรุงเคียฟและพื้นที่โดยรอบ Reuters รายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 17 ราย และบาดเจ็บมากกว่า 40 ราย ขณะที่ทางการยูเครนระบุว่ารัสเซียใช้ทั้งขีปนาวุธร่อน ขีปนาวุธทิ้งตัว ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง และโดรน 168 ลำ
การโจมตีดังกล่าวสะท้อนแรงกดดันจากระบบโจมตีทางไกลโดยรวมของรัสเซีย แต่ยังไม่ยืนยันว่า KN-30 มีส่วนเกี่ยวข้อง รายงานยังระบุถึงรูปแบบที่รัสเซียสะสมขีปนาวุธไว้หลายวัน ก่อนยิงขีปนาวุธทิ้งตัวและขีปนาวุธร่อนพร้อมโดรนจำนวนมากในระลอกเดียว เพื่อทำให้ระบบป้องกันภัยทางอากาศของยูเครนรับมือได้ยากขึ้น
GUR ประเมินแยกต่างหากว่า ณ เดือนสิงหาคม 2026 รัสเซียยังมีขีปนาวุธหลายประเภทอยู่ในคลังจำนวนมาก ได้แก่
การประเมินเดียวกันระบุว่าอุตสาหกรรมของรัสเซียสามารถผลิตขีปนาวุธร่อนและขีปนาวุธทิ้งตัวรวมกันได้มากกว่า 200 ลูกต่อเดือน ขณะที่รายงานที่เชื่อมโยงกับ GUR ระบุว่าโรงงานผลิตขีปนาวุธหลักกำลังทำงานที่ประมาณ 110–120% ของแผน
ตัวเลขเหล่านี้ชี้ว่า ขีปนาวุธจากเกาหลีเหนือน่าจะเข้ามาเสริม ไม่ได้เข้ามาแทนที่การผลิตภายในประเทศหรือคลังอาวุธเดิมของรัสเซีย อาวุธนำเข้าอาจช่วยให้รัสเซียเก็บระบบของตนไว้ใช้ในภารกิจอื่น เพิ่มทางเลือกด้านแท่นยิง หรือรักษาความสามารถในการจัดชุดโจมตีขนาดใหญ่ต่อเนื่องได้
การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดอาจไม่ใช่เพียงจำนวนขีปนาวุธที่เพิ่มขึ้น แต่คือรูปแบบความร่วมมือในระดับหน่วยรบ เกาหลีเหนือถูกระบุว่ากำลังจัดส่งทั้งขีปนาวุธ ระบบยิง และบุคลากร ซึ่งสามารถผนวกเข้ากับกองพลของรัสเซียได้ หากดำเนินการตามที่รายงาน รัสเซียอาจมีขีดความสามารถด้านขีปนาวุธทิ้งตัวเพิ่มขึ้น และทำให้ยูเครนต้องวางแผนป้องกันภัยทางอากาศครอบคลุมพื้นที่ทางเหนือ ตอนกลาง และตะวันออกอย่างซับซ้อนยิ่งขึ้น
ถึงกระนั้น ก็ไม่ควรประเมินภัยคุกคามเกินกว่าหลักฐานที่มีอยู่ จำนวน KN-30 ที่แท้จริงยังไม่ชัดเจน น้ำหนักหัวรบและพิสัยที่อ้างยังไม่ได้รับการยืนยันโดยอิสระ และยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่า KN-30 ถูกใช้โจมตียูเครนแล้ว
แต่การถ่ายโอนดังกล่าวยังคงเป็นสัญญาณสำคัญว่า ความร่วมมือทางทหารระหว่างรัสเซียกับเกาหลีเหนือกำลังขยับจากการส่งมอบอาวุธ ไปสู่ความร่วมมือเชิงปฏิบัติการมากขึ้น ซึ่งอาจเพิ่มศักยภาพการโจมตีของมอสโกโดยไม่ต้องพึ่งพาคลังขีปนาวุธที่ผลิตเองทั้งหมด
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
GUR ประเมินว่า ณ เดือนกรกฎาคม 2026 รัสเซียมีขีปนาวุธพิสัยใกล้จากเกาหลีเหนือราว 50 ลูก ได้แก่ KN 23, KN 24 และ KN 30
GUR ประเมินว่า ณ เดือนกรกฎาคม 2026 รัสเซียมีขีปนาวุธพิสัยใกล้จากเกาหลีเหนือราว 50 ลูก ได้แก่ KN 23, KN 24 และ KN 30 KN 30 คือชื่อเรียกในโลกตะวันตกของ Hwasong 11C หรือ Hwasong 11Da เป็นขีปนาวุธเชื้อเพลิงแข็งแบบเคลื่อนที่ได้ โดยเกาหลีเหนืออ้างว่าสามารถติดหัวรบหนักสูงสุด 2,500 กิโลกรัม
รัสเซียอาจจัดตั้งหน่วยขีปนาวุธในแคว้นโวโรเนซ รวมกำลังพลเกาหลีเหนือราว 90 นาย แท่นยิง 6 ชุด และขีปนาวุธสูงสุด 120 ลูก แต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าทั้งหมดเป็น KN 30