เงินเฟ้อยูโรโซนเพิ่มขึ้นจาก 2.8% ในเดือนมิถุนายนเป็น 2.9% ในเดือนกรกฎาคม 2026 สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของ ECB แต่ มาร์ติญช์ คาซากส์ย้ำว่าการตัดสินใจเดือนกันยายนจะอิงข้อมูลใหม่ ไม่ใช่การรับประกันว่าจะขึ้นดอกเบี้ย คาซากส์มองว่าเงินเฟ้อใกล้ระดับ 3% เป็นสถานการณ์ที่ “ทำให้รู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง” ขณะที่การขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเต...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did ECB Governing Council member and Latvian central bank chief Mārtiņš Kazāks say about the ECB’s readiness to respond to “somewhat un. Article summary: Kazāks said the ECB is well placed to act if needed to bring inflation back to its 2% target, while characterizing inflation around 3% as “somewhat uncomfortable.” He stressed that it was too early to determine September. Topic tags: general, news, general web, government, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermar
มาร์ติญช์ คาซากส์ สมาชิกสภาบริหารของธนาคารกลางยุโรป (ECB) และผู้ว่าการธนาคารกลางลัตเวีย ส่งสัญญาณว่า ECB พร้อมขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งหากจำเป็นเพื่อดึงเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2% แต่ยังไม่สนับสนุนการตัดสินใจใดเป็นการเฉพาะสำหรับการประชุมเดือนกันยายน
หลังเงินเฟ้อในกลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโรเพิ่มขึ้นเป็น 2.9% ในเดือนกรกฎาคม สารสำคัญจากคาซากส์คือ ECB ยังคงกังวล แต่ไม่ต้องการผูกมัดตัวเองล่วงหน้าในช่วงที่แนวโน้มเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
คาซากส์ระบุว่า ECB อยู่ในสถานะที่พร้อมดำเนินการ หากจำเป็นต้องควบคุมแรงกดดันด้านราคาให้กลับสู่เป้าหมาย 2% เขามองว่าการที่เงินเฟ้อยังคงอยู่ใกล้ระดับ 3% เป็นระดับที่ “ทำให้รู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง” และทำให้การคุมเข้มทางการเงินเพิ่มเติมยังคงเป็นทางเลือก
อย่างไรก็ตาม นี่คือการส่งสัญญาณถึงความพร้อม ไม่ใช่การประกาศว่าจะขึ้นดอกเบี้ยแน่นอน คาซากส์ย้ำว่าการตัดสินใจในเดือนกันยายนจะพิจารณาจากข้อมูล และยังเร็วเกินไปที่จะคาดเดาผลการประชุม
เหตุผลหลักที่สนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งคือ เงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมายของ ECB และปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเงินเฟ้อรายปีในยูโรโซนขยับจาก 2.8% ในเดือนมิถุนายนเป็น 2.9% ในเดือนกรกฎาคม 2026 ตามประมาณการเบื้องต้นของ Eurostat ซึ่งเป็นสำนักงานสถิติของสหภาพยุโรป
ราคาพลังงานเป็นแรงกดดันที่เด่นชัดที่สุด อัตราเงินเฟ้อด้านพลังงานในเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ประมาณ 10.0% เพิ่มจาก 8.5% ในเดือนมิถุนายน ขณะที่เงินเฟ้อภาคบริการเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 3.2% เป็น 3.3%
ในทางกลับกัน เงินเฟ้อหมวดอาหาร เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยาสูบลดลงจาก 1.5% เหลือ 1.2% ส่วนสินค้าภาคอุตสาหกรรมที่ไม่รวมพลังงานเพิ่มจาก 0.7% เป็น 0.9%
ข้อมูลจาก Reuters ยังระบุว่าเงินเฟ้อพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงานที่ผันผวน เพิ่มขึ้นเป็น 2.5% ในเดือนกรกฎาคม จาก 2.4% ในเดือนมิถุนายน โดยเงินเฟ้อภาคบริการยังเป็นปัจจัยสำคัญ ภาพรวมนี้ทำให้ ECB ต้องจับตาความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด แม้การเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อทั่วไปจะไม่มากนักก็ตาม
คาซากส์กล่าวว่าการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย รายงานที่มีอยู่ไม่ได้แจกแจงเหตุผลคัดค้านการขึ้นดอกเบี้ยของเขาไว้อย่างครบถ้วน ดังนั้นจึงไม่ควรนำเสนอเป็นแผนนโยบายที่ตายตัวของ ECB
ประเด็นแลกเปลี่ยนที่เห็นได้จากข้อมูลคือ ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นอาจช่วยควบคุมเงินเฟ้อ แต่ผู้กำหนดนโยบายก็ต้องประเมินด้วยว่า ผลของการขึ้นดอกเบี้ยก่อนหน้านี้ยังคงทยอยส่งผ่านไปยังเศรษฐกิจมากน้อยเพียงใด และแรงกระแทกใหม่ ๆ จะกระทบการเติบโตอย่างไร โดยการให้สัมภาษณ์ของธนาคารกลางลัตเวียสะท้อนแนวทางของคาซากส์ที่ระมัดระวังและอิงข้อมูลเป็นหลัก
ด้วยเหตุนี้ การประชุมเดือนกันยายนจึงมีความอ่อนไหวต่อข้อมูลเงินเฟ้อและเศรษฐกิจชุดใหม่เป็นพิเศษ ตัวเลข 2.9% ในเดือนกรกฎาคมเพิ่มเหตุผลให้ ECB ต้องเฝ้าระวัง แต่ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าการขึ้นดอกเบี้ยเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
คาซากส์มองว่าการให้คำแนะนำล่วงหน้าเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยอาจให้ผลเสียในช่วงที่ความไม่แน่นอนสูง เหตุผลคือ หากภาวะเศรษฐกิจเปลี่ยนเร็ว การให้คำมั่นอย่างละเอียดเกี่ยวกับดอกเบี้ยในอนาคตอาจลดความยืดหยุ่นของผู้กำหนดนโยบาย
สำหรับตลาดการเงิน ท่าทีดังกล่าวทำให้ผลลัพธ์ที่เป็นไปได้มีหลากหลายมากขึ้น นักลงทุนอาจยังคาดการณ์การขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของ ECB ครั้งละ 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ แต่การคาดการณ์นั้นเป็นเพียงราคาที่สะท้อนอยู่ในตลาด ไม่ใช่คำมั่นจาก ECB โดยรายงานที่มีอยู่ระบุว่าตลาดคาดหมายการขึ้นดอกเบี้ยดังกล่าวอย่างมาก ขณะที่คาซากส์ยังคงเปิดทางเลือกไว้
รายงานยังระบุคำกล่าวของคาซากส์ว่า การเติบโตของค่าจ้างกำลังชะลอลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป และความคาดหวังเงินเฟ้อยังคงยึดเหนี่ยวอยู่ใกล้เป้าหมายของ ECB
หากแนวโน้มนี้ดำเนินต่อไป การเติบโตของค่าจ้างที่ชะลอลงอาจช่วยลดความเสี่ยงที่แรงกดดันด้านราคาภายในประเทศจะฝังตัวอยู่นาน ขณะที่ความคาดหวังเงินเฟ้อที่ยังมีเสถียรภาพสะท้อนว่า ครัวเรือน ธุรกิจ และตลาดการเงินยังเชื่อมั่นในความมุ่งมั่นของ ECB ต่อเสถียรภาพด้านราคา
อย่างไรก็ดี ปัจจัยเหล่านี้ยังไม่ลบล้างความท้าทายระยะสั้นจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นและเงินเฟ้อที่อยู่เหนือเป้าหมาย
การตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยกำลังเกิดขึ้นท่ามกลางภาวะตลาดพันธบัตรที่ตึงตัว พันธบัตรรัฐบาลในยูโรโซนเผชิญแรงขายในช่วงที่ผ่านมา โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีอายุ 10 ปีแตะระดับสูงสุดในรอบ 15 ปีที่ 3.275% ก่อนจะลดลง ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรฝรั่งเศสอายุ 10 ปีเพิ่มขึ้นเหนือ 4.13% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2008 ตามรายงานของ Reuters
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่สูงขึ้นสามารถทำให้ภาวะการเงินตึงตัวได้ แม้ ECB จะยังไม่เปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยนโยบายก็ตาม แต่หลักฐานที่มีอยู่ยังไม่สามารถยืนยันโดยอิสระถึงทุกประเด็นเกี่ยวกับการออกพันธบัตรยูโรโซนในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ การจัดการพันธบัตรที่ครบกำหนดของ ECB หรือผลกระทบที่แน่ชัดของปัจจัยเหล่านี้ต่อการตัดสินใจเดือนกันยายน ดังนั้น ประเด็นดังกล่าวควรถูกมองเป็นฉากหลังของตลาด ไม่ใช่เหตุผลที่ยืนยันได้ว่าจะนำไปสู่ผลการประชุมแบบใดแบบหนึ่ง
คำถามสำคัญคือ การเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อในเดือนกรกฎาคมเป็นเพียงแรงกระแทกจากพลังงาน หรือสะท้อนแรงกดดันด้านราคาที่กว้างขึ้นและฝังตัวอยู่นานกว่าเดิม ข้อมูลเดือนกรกฎาคมชี้ให้เห็นทั้งสองด้าน กล่าวคือ เงินเฟ้อพลังงานเร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจน ขณะที่เงินเฟ้อภาคบริการและเงินเฟ้อพื้นฐานยังอยู่ในระดับสูง
ท่าทีของคาซากส์ทำให้ ECB ยังคงมีพื้นที่เลือกดำเนินการได้ทั้งสองทาง หากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงอยู่หรือขยายวงกว้าง การคุมเข้มเพิ่มเติมก็ยังเป็นทางเลือก หากข้อมูลชี้ว่านโยบายที่ใช้อยู่เพียงพอและแรงกระแทกกำลังคลี่คลาย การรอดูสถานการณ์ก็มีเหตุผลรองรับเช่นกัน
บทสรุปที่ชัดเจนที่สุดจึงไม่ใช่การที่ ECB ตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยแล้ว แต่คือการทำให้ตลาดรับรู้ว่า ธนาคารกลางพร้อมดำเนินการหากจำเป็น ขณะเดียวกันก็ยังรักษาความยืดหยุ่นไว้จนกว่าข้อมูลและแนวโน้มก่อนการประชุมเดือนกันยายนจะชัดเจนขึ้น
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
เงินเฟ้อยูโรโซนเพิ่มขึ้นจาก 2.8% ในเดือนมิถุนายนเป็น 2.9% ในเดือนกรกฎาคม 2026 สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของ ECB แต่ มาร์ติญช์ คาซากส์ย้ำว่าการตัดสินใจเดือนกันยายนจะอิงข้อมูลใหม่ ไม่ใช่การรับประกันว่าจะขึ้นดอกเบี้ย
เงินเฟ้อยูโรโซนเพิ่มขึ้นจาก 2.8% ในเดือนมิถุนายนเป็น 2.9% ในเดือนกรกฎาคม 2026 สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของ ECB แต่ มาร์ติญช์ คาซากส์ย้ำว่าการตัดสินใจเดือนกันยายนจะอิงข้อมูลใหม่ ไม่ใช่การรับประกันว่าจะขึ้นดอกเบี้ย คาซากส์มองว่าเงินเฟ้อใกล้ระดับ 3% เป็นสถานการณ์ที่ “ทำให้รู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง” ขณะที่การขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมยังมีทั้งเหตุผลสนับสนุนและเหตุผลคัดค้าน
การถกเถียงเรื่องดอกเบี้ยเกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันในตลาดพันธบัตรรัฐบาลยูโรโซน โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรเยอรมนีอายุ 10 ปีแตะระดับสูงสุดในรอบ 15 ปีที่ 3.275% ชั่วคราว ส่วนพันธบัตรฝรั่งเศสอายุ 10 ปีขยับขึ้นเหนือ 4.13%