USTA ประกาศแพ็กเกจค่าตอบแทนนักกีฬาในยูเอส โอเพ่น 2026 รวม 108 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 20% จากปี 2025 และสูงที่สุดในประวัติศาสตร์เทนนิส แชมป์ชายเดี่ยวและหญิงเดี่ยวจะได้รับคนละ 5.5 ล้านดอลลาร์ ส่วนผู้เล่นประเภทเดี่ยวที่เข้าสู่รอบแรกจะได้รับ 140,000 ดอลลาร์ [1][6] การประกาศมีขึ้นหลังผู้เล่นกดดันแกรนด์สแลมให้แบ่งรายได้มาก...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did the USTA announce about the 2026 US Open’s record $108 million player compensation purse—including the increases for singles champi. Article summary: The USTA announced a record $108 million 2026 US Open player compensation package, up 20% from 2025 and the largest purse in tennis.. Topic tags: general web, growth, finance, gaming. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as a
สมาคมเทนนิสแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ USTA ประกาศว่า ยูเอส โอเพ่น 2026 จะมอบแพ็กเกจค่าตอบแทนนักกีฬารวม 108 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 20% จาก 90 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 และกลายเป็นยอดรวมที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์เทนนิส
เงินรางวัลที่เพิ่มขึ้นครอบคลุมการแข่งขันหลายประเภทและหลายรอบ โดยไฮไลต์สำคัญคือ
การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ผู้เล่นรวมตัวผลักดันให้แกรนด์สแลมแบ่งรายได้จากการแข่งขันกลับคืนสู่นักกีฬามากขึ้น โดยเฉพาะผู้เล่นที่อยู่นอกกลุ่มอันดับต้น ๆ ซึ่งต้องแบกรับค่าเดินทาง ทีมงาน และค่าใช้จ่ายในการแข่งขันจำนวนมาก
ก่อน USTA เปิดเผยตัวเลข เจสสิกา เพกูลา หนึ่งในตัวแทนผู้เล่นของสภานักกีฬา WTA ระบุว่า ผู้เล่นกำลังรอประกาศเงินรางวัลก่อนตัดสินใจว่าจะเดินหน้าประท้วงในยูเอส โอเพ่นหรือไม่ หลังมีการประกาศ เธอมองว่าทิศทางการพูดคุยเป็นบวก แต่ผู้เล่นยังต้องการการหารือที่ต่อเนื่อง ความโปร่งใส และการมีส่วนร่วมที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น
เบน เชลตันก็แสดงความยินดีกับการเพิ่มค่าตอบแทน พร้อมสนับสนุนการมีช่องทางให้ผู้เล่นมีเสียงในเรื่องสำคัญของการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม เงินรางวัลที่สูงขึ้นเพียงอย่างเดียวไม่ได้ยุติข้อถกเถียงเรื่องโครงสร้างการแบ่งรายได้ของวงการเทนนิสในระยะยาว
พร้อมกันนั้น ยูเอส โอเพ่น, ออสเตรเลียน โอเพ่น, โรล็องด์ การ์รอส และวิมเบิลดัน ประกาศจัดตั้ง Grand Slam Player Advisory Council หรือสภาที่ปรึกษาผู้เล่นแกรนด์สแลมร่วมกัน
สภาดังกล่าวจะเริ่มดำเนินงานหลังจบยูเอส โอเพ่น 2026 และทำหน้าที่เป็นเวทีอย่างเป็นทางการสำหรับการสื่อสารโดยตรง การรับฟังความคิดเห็น และความร่วมมือระหว่างผู้เล่นกับผู้จัดการแข่งขันทั้ง 4 รายการ โดยจะเน้นให้ผู้เล่นมีส่วนร่วมกับประเด็นด้านการแข่งขันและการสนับสนุนผู้เล่น
เชลตันกล่าวว่า การมี “ที่นั่งร่วมโต๊ะ” กับฝ่ายจัดแกรนด์สแลมเป็นสิ่งที่ผู้เล่นต้องการมานาน เพราะจะเปิดโอกาสให้นักกีฬามีส่วนช่วยกำหนดทิศทางของทัวร์นาเมนต์ นอกเหนือจากสิ่งที่เกิดขึ้นในสนาม
USTA ยังเปิดตัว Player Support Program ด้วยเงินตั้งต้น 2 ล้านดอลลาร์ โดยแบ่งเท่า ๆ กันระหว่างผู้เล่นชายและหญิง โครงการนี้มีเป้าหมายช่วยบรรเทาค่าใช้จ่ายที่ผู้เล่นต้องออกเอง และเสริมสวัสดิการหรือกองทุนสนับสนุนที่มีอยู่เดิม
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเกี่ยวกับคุณสมบัติผู้มีสิทธิ์ วิธีการจ่ายเงิน และกลไกการบริหารโครงการยังไม่ได้เปิดเผยอย่างครบถ้วนในข้อมูลที่มีอยู่
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
USTA ประกาศแพ็กเกจค่าตอบแทนนักกีฬาในยูเอส โอเพ่น 2026 รวม 108 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 20% จากปี 2025 และสูงที่สุดในประวัติศาสตร์เทนนิส
USTA ประกาศแพ็กเกจค่าตอบแทนนักกีฬาในยูเอส โอเพ่น 2026 รวม 108 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 20% จากปี 2025 และสูงที่สุดในประวัติศาสตร์เทนนิส แชมป์ชายเดี่ยวและหญิงเดี่ยวจะได้รับคนละ 5.5 ล้านดอลลาร์ ส่วนผู้เล่นประเภทเดี่ยวที่เข้าสู่รอบแรกจะได้รับ 140,000 ดอลลาร์ [1][6]
การประกาศมีขึ้นหลังผู้เล่นกดดันแกรนด์สแลมให้แบ่งรายได้มากขึ้น โดยเฉพาะแก่ผู้เล่นอันดับรองลงมา
การแข่งขันยูเอส โอเพ่น 2026 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 สิงหาคม–13 กันยายน 2026 รวมช่วงเวลาทั้งหมด 22 วัน
ดังนั้น การประกาศเงินรางวัลครั้งประวัติศาสตร์จึงเป็นทั้งการเพิ่มผลตอบแทนให้ผู้เล่นโดยตรง และความพยายามเปิดช่องทางเจรจาใหม่ระหว่างนักกีฬากับผู้จัดแกรนด์สแลม ขณะที่ประเด็นว่ารายได้ของวงการควรถูกแบ่งอย่างไรยังคงต้องติดตามต่อไป