ภายใต้ฉากทัศน์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ พื้นที่ที่ถูกไฟป่าเผาไหม้ต่อปีอาจเพิ่มราว 39% ในช่วงปี 2070–2100 เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยปัจจุบัน [4][5][6] หากการปล่อยก๊าซอยู่ในระดับสูง พื้นที่เผาไหม้อาจเพิ่มราว 192% หรือเกือบ 3 เท่า โดยเฉพาะเมื่ออุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นประมาณ 3.6 องศาเซลเซียส [2][4][6] เมดิเตอร์เรเนียนยังเป็นจุด...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What does the Global Change Biology study led by the Potsdam Institute for Climate Impact Research project about how Europe’s annual wildfir. Article summary: The PIK led study projects a substantial increase in Europe’s wildfire burden even with strong climate action—and a near tripling under high emissions.. Topic tags: general web, code, finance, health, education. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail
งานวิจัยที่นำโดย สถาบันวิจัยผลกระทบสภาพภูมิอากาศพอทสดัม หรือ PIK และเผยแพร่ในวารสาร Global Change Biology ชี้ว่า ภาระจากไฟป่าในยุโรปมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมากภายในช่วงปี 2070–2100 แม้โลกจะเดินหน้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจังก็ตาม หากการปล่อยยังอยู่ในระดับสูง พื้นที่ที่ถูกไฟป่าเผาไหม้ต่อปีอาจเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าจากปัจจุบัน
สาระสำคัญของงานวิจัยคือ การจัดการไฟป่าที่ดีขึ้นสามารถลดความเสียหายได้ แต่ไม่อาจชดเชยผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่รุนแรงขึ้นได้ทั้งหมด
นักวิจัยเปรียบเทียบพื้นที่เผาไหม้เฉลี่ยในอนาคตช่วงปี 2070–2100 กับค่าเฉลี่ยในช่วงอ้างอิงปัจจุบัน โดยพิจารณาฉากทัศน์การปล่อยก๊าซเรือนกระจก 2 ระดับ
ตัวเลขเหล่านี้เป็นการคาดการณ์จากแบบจำลอง ไม่ใช่การบอกว่าพื้นที่ทุกส่วนของยุโรปจะเกิดไฟป่าในระดับเดียวกัน แต่สะท้อนทิศทางโดยรวมว่า ฤดูไฟป่าอาจรุนแรงขึ้นและขยายไปยังพื้นที่ที่เดิมไม่คุ้นเคยกับไฟขนาดใหญ่
ภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งรวมถึงพื้นที่ทางตอนใต้ของยุโรป ยังคงเป็นศูนย์กลางความเสี่ยง เนื่องจากมีอากาศร้อนและแห้งอยู่แล้ว การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะยิ่งทำให้พืชพรรณและเชื้อเพลิงตามธรรมชาติแห้งง่ายขึ้น
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยเตือนว่าความเสี่ยงไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะทางใต้ ยุโรปตะวันตกและยุโรปกลาง ซึ่งในอดีตอาจมีประสบการณ์รับมือไฟป่าขนาดใหญ่น้อยกว่า มีแนวโน้มเผชิญไฟป่ามากขึ้น เมื่อ อุณหภูมิสูง ความชื้นในดินลดลง และลมแรง เกิดขึ้นพร้อมกัน สภาพดังกล่าวจะทำให้เชื้อเพลิงแห้งและช่วยให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว
ข้อมูลของระบบข้อมูลไฟป่าแห่งยุโรป หรือ EFFIS ระบุว่า ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2026 พื้นที่ในยุโรปถูกไฟไหม้แล้ว 616,202 เฮกตาร์ สูงกว่าค่าเฉลี่ยช่วงปี 2006–2025 ณ ช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งอยู่ที่ 280,045 เฮกตาร์ แม้ยังต่ำกว่าระดับของปี 2025 ซึ่งเป็นปีที่เลวร้ายเป็นพิเศษ
สำหรับสหภาพยุโรป ฤดูไฟป่าปี 2025 ถือเป็นฤดูที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่มีการบันทึก โดยมีพื้นที่ถูกเผาไหม้ 1,079,538 เฮกตาร์
ความสูญเสียไม่ได้มีเพียงพื้นที่ป่าและบ้านเรือนที่ถูกทำลายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงค่าใช้จ่ายในการดับไฟ การอพยพ การเก็บกวาดซากความเสียหาย การฟื้นฟูพื้นที่ ประกันภัย สุขภาพ ระบบสาธารณูปโภค เกษตรกรรม ป่าไม้ และการท่องเที่ยว
ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2026 มีการประเมินว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจจากไฟป่าในฤดูร้อนของยุโรปอาจเกิน 15,000 ล้านยูโร แล้ว อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประเมินเบื้องต้นและอาจแตกต่างกันตามวิธีคำนวณและขอบเขตของความเสียหายที่นำมารวม
คณะกรรมาธิการยุโรปประเมินว่า ความเสียหายต่อทรัพย์สินและโครงสร้างพื้นฐานจากไฟป่าในสหภาพยุโรปอยู่ที่ราว 2,500 ล้านยูโรต่อปี แม้ตัวเลขนี้ยังไม่รวมผลกระทบที่กว้างกว่าต่อสุขภาพ ระบบนิเวศ เกษตรกรรม ป่าไม้ และการท่องเที่ยว
นักวิจัยและหน่วยงานยุโรประบุว่า การรับมือไฟป่าควรเริ่มก่อนเกิดไฟ ไม่ใช่รอทุ่มทรัพยากรหลังเกิดภัยแล้ว มาตรการสำคัญได้แก่
การตรวจพบไฟตั้งแต่ระยะแรกและเข้าควบคุมได้เร็ว อาจจำกัดพื้นที่เผาไหม้และช่วยหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายในการสร้างบ้าน โครงสร้างพื้นฐาน และระบบเศรษฐกิจขึ้นใหม่ในภายหลัง สหภาพยุโรปจึงสนับสนุนแนวทางบริหารความเสี่ยงไฟป่าแบบบูรณาการ รวมถึงการจัดการเชื้อเพลิงจากพืชพรรณอย่างยั่งยืน
เมื่อความร้อน ความแห้งแล้ง และลมแรงเกิดขึ้นพร้อมกัน ไฟอาจลุกลามเร็ว รุนแรง และครอบคลุมพื้นที่กว้างเกินขีดความสามารถของระบบดับไฟที่ออกแบบจากสภาพอากาศในอดีต
ดังนั้น ข้อเสนอของงานวิจัยจึงมี 2 แนวทางที่ต้องเดินไปพร้อมกัน คือ ยกระดับการป้องกันและความพร้อมรับมือให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่ตั้งแต่วันนี้ และ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างรวดเร็ว เพื่อชะลอการเพิ่มขึ้นของสภาพอากาศที่เอื้อต่อไฟป่า
การเตรียมพร้อมในระดับท้องถิ่นช่วยลดความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ แต่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกคือวิธีสำคัญในการป้องกันไม่ให้ความเสี่ยงขยายตัวจนเกินขอบเขตที่การปรับตัวและการดับไฟจะรับมือได้
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
ภายใต้ฉากทัศน์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ พื้นที่ที่ถูกไฟป่าเผาไหม้ต่อปีอาจเพิ่มราว 39% ในช่วงปี 2070–2100 เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยปัจจุบัน [4][5][6]
ภายใต้ฉากทัศน์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ พื้นที่ที่ถูกไฟป่าเผาไหม้ต่อปีอาจเพิ่มราว 39% ในช่วงปี 2070–2100 เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยปัจจุบัน [4][5][6] หากการปล่อยก๊าซอยู่ในระดับสูง พื้นที่เผาไหม้อาจเพิ่มราว 192% หรือเกือบ 3 เท่า โดยเฉพาะเมื่ออุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นประมาณ 3.6 องศาเซลเซียส [2][4][6]
เมดิเตอร์เรเนียนยังเป็นจุดเสี่ยงหลัก ขณะที่ยุโรปตะวันตกและยุโรปกลางจะเผชิญไฟป่ามากขึ้นจากความร้อน ความแห้งแล้ง และลมแรง [2][9]