ณ วันที่ 21 สิงหาคม 2026 รายงานสาธารณะเกี่ยวกับภัยคุกคามจากต่างประเทศต่อการเลือกตั้งสหรัฐฯ ปี 2024 ยังไม่ถูกเผยแพร่ คำสั่งฝ่ายบริหารที่ 13848 ซึ่งโดนัลด์ ทรัมป์ลงนามในปี 2018 กำหนดให้จัดทำการประเมินข่าวกรองภายใน 45 วันหลังการเลือกตั้ง ต่อมาสภาคองเกรสเพิ่มข้อกำหนดด้านการรายงานไว้ในกฎหมายงบประมาณกลาโหมปีงบประมาณ 2020...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is known about the Trump administration’s decision not to release the legally mandated intelligence assessment of foreign interference. Article summary: The required public assessment of foreign interference in the 2024 election appears still not to have been released. But an important timing correction is needed: the 45-day deadline fell around December 2024—before Trum. Topic tags: general, government, news, general web, education. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, ch
รัฐบาลทรัมป์เปิดเผยเอกสารข่าวกรองบางส่วนเกี่ยวกับช่องโหว่ของระบบเลือกตั้งสหรัฐฯ แล้ว แต่รายงานประเมินภาพรวมเกี่ยวกับกิจกรรมของต่างชาติในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2024 ยังไม่ปรากฏต่อสาธารณะ ความแตกต่างนี้มีความสำคัญ เพราะรายงานดังกล่าวควรให้ภาพรวมจากหน่วยงานข่าวกรองของรัฐบาลสหรัฐฯ ทั้งระบบว่า ต่างชาติพยายามโน้มน้าวผู้มีสิทธิเลือกตั้ง บิดเบือนการถกเถียงในสังคม หรือบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อผลเลือกตั้งหรือไม่ ไม่ใช่เพียงรวบรวมเอกสารที่แสดงว่าคู่แข่งมีความสามารถจะทำอะไรได้บ้าง
กระบวนการนี้เริ่มจากคำสั่งฝ่ายบริหารที่ 13848 ซึ่งโดนัลด์ ทรัมป์ลงนามเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2018 คำสั่งกำหนดให้ผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติ หรือ DNI ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเมินข้อมูลที่บ่งชี้ว่า รัฐบาลต่างชาติหรือตัวแทนของรัฐบาลต่างชาติพยายามแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯ หรือไม่ โดยต้องดำเนินการภายใน 45 วันหลังการเลือกตั้งสิ้นสุดลง
ต่อมา สภาคองเกรสได้เพิ่มข้อกำหนดเกี่ยวกับการรายงานและการแจ้งเตือนกรณีแทรกแซงการเลือกตั้งไว้ในกฎหมายผ่านกฎหมาย National Defense Authorization Act หรือ NDAA สำหรับปีงบประมาณ 2020 กรอบกฎหมายนี้แยกข้อมูลข่าวกรองลับสำหรับการกำกับดูแลโดยสภาคองเกรส ออกจากรายงานฉบับไม่ลับสำหรับประชาชน โดยรายงานสาธารณะต้องปกป้องแหล่งข่าวและวิธีการรวบรวมข่าวกรอง
อย่างไรก็ตาม มีข้อควรระวังด้านกรอบเวลาอยู่ด้วย เส้นตาย 45 วันสำหรับการเลือกตั้งปี 2024 อยู่ราวเดือนธันวาคม 2024 ซึ่งเป็นช่วงก่อนทรัมป์เริ่มดำรงตำแหน่งสมัยที่สอง ดังนั้น ความรับผิดชอบที่เห็นได้ชัดของรัฐบาลชุดปัจจุบันคือการยังไม่เปิดเผยรายงานต่อเนื่องหลังจากนั้น มากกว่าจะสรุปว่ารัฐบาลทรัมป์เป็นผู้พลาดเส้นตายแรกเพียงฝ่ายเดียว
รายงานฉบับนี้มีความสำคัญเพราะช่วยแยกคำถามสามเรื่องที่มักถูกนำมาปะปนกัน ได้แก่
ทั้งสามเรื่องไม่ใช่ข้อกล่าวหาเดียวกัน อิทธิพลจากต่างชาติอาจรวมถึงความพยายามแบบลับหรือเปิดเผยเพื่อโน้มน้าวผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพิ่มความแตกแยก หรือทำลายความเชื่อมั่นต่อกระบวนการประชาธิปไตย ส่วน “การแทรกแซงการเลือกตั้ง” ในความหมายที่แคบกว่า หมายถึงการรบกวนการทำงานของฝ่ายจัดการเลือกตั้ง ตั้งแต่การลงทะเบียนผู้มีสิทธิ การลงคะแนน การนับบัตร ไปจนถึงการรายงานผล
เมื่อไม่มีรายงานปี 2024 ประชาชนจึงยังขาดข้อสรุปรวมจากชุมชนข่าวกรองสหรัฐฯ ว่าเกิดอะไรขึ้นในการเลือกตั้งครั้งนั้น ช่องว่างนี้ยิ่งเห็นชัดเมื่อรัฐบาลเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้งเป็นบางส่วน ทำให้สาธารณชนประเมินข้อกล่าวหาแต่ละเรื่องได้ยากขึ้นโดยไม่มีบริบททั้งหมด
ในเดือนกรกฎาคม 2026 ทำเนียบขาวเผยแพร่เอกสารหลายร้อยหน้า ซึ่งประกอบด้วยการประเมินข่าวกรองที่เคยเป็นความลับ อีเมล และบันทึกการสอบสวนเกี่ยวกับภัยคุกคามจากต่างชาติและช่องโหว่ของโครงสร้างพื้นฐานการเลือกตั้งสหรัฐฯ เอกสารของทำเนียบขาวนำเสนอข้อมูลเหล่านี้เป็นหลักฐานว่า คู่แข่งของสหรัฐฯ มีความสามารถในการเจาะระบบเลือกตั้ง และกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่เคยปกปิดข้อมูลสำคัญ
แต่การมีอยู่ของช่องโหว่ไม่ได้พิสูจน์ว่ามีการเปลี่ยนคะแนนเสียง การตรวจสอบโดยสื่อและองค์กรอิสระระบุว่า เอกสารที่เผยแพร่ยังไม่แสดงว่าการแทรกแซงจากต่างชาติหรือการทุจริตเปลี่ยนผลการเลือกตั้งปี 2020 และไม่ได้พิสูจน์ว่าเจ้าหน้าที่ข่าวกรองปกปิดหลักฐานของผลลัพธ์เช่นนั้น
ประเด็นสำคัญคือ ต้องแยก “ศักยภาพ” ออกจาก “สิ่งที่เกิดขึ้นจริง”:
หลักฐานว่าคู่แข่งสามารถโจมตีฐานข้อมูลผู้มีสิทธิ เว็บไซต์เลือกตั้ง หรือระบบอื่น ๆ ได้ แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงและความสามารถในการก่อภัย แต่ไม่ได้พิสูจน์ด้วยตัวเองว่า คู่แข่งรายนั้นเปลี่ยนบัตรลงคะแนนหรือยอดคะแนนในการเลือกตั้งครั้งใดครั้งหนึ่ง
ดังนั้น คำกล่าวอ้างของทำเนียบขาวกับเนื้อหาในรายงานข่าวกรองควรถูกอ่านแยกจากกัน ทำเนียบขาวเน้นการเปิดเผยช่องโหว่ของระบบและข้อกล่าวหาเรื่องการปกปิดข้อมูล ขณะที่รายงานปี 2024 ซึ่งยังไม่เปิดเผย ควรตอบคำถามที่เฉพาะเจาะจงกว่าว่า ต่างชาติพยายามทำอะไรจริงในการเลือกตั้งครั้งนั้น และประสบความสำเร็จหรือไม่
รายงาน Intelligence Community Assessment หรือ ICA ที่เผยแพร่ในเดือนมีนาคม 2021 เป็นจุดเปรียบเทียบที่สำคัญ รายงานสรุปว่า รัสเซียพยายามทำลายภาพลักษณ์ของโจ ไบเดนและสนับสนุนทรัมป์ ขณะที่อิหร่านพยายามบั่นทอนโอกาสการเลือกตั้งอีกครั้งของทรัมป์ ส่วนจีนพิจารณาปฏิบัติการครั้งใหญ่เพื่อเปลี่ยนผลเลือกตั้ง แต่ไม่ได้ดำเนินการดังกล่าว
ในเวลาเดียวกัน รายงานระบุว่า ชุมชนข่าวกรองไม่พบข้อบ่งชี้ว่าต่างชาติพยายามเปลี่ยนแปลงด้านเทคนิคใด ๆ ของกระบวนการเลือกตั้งปี 2020 ไม่ว่าจะเป็นการลงทะเบียนผู้มีสิทธิ การลงคะแนน การนับคะแนน หรือการรายงานผล นอกจากนี้ยังประเมินว่า การบิดเบือนกระบวนการเลือกตั้งในวงกว้างทำได้ยาก เพราะมีทั้งการติดตามข่าวกรอง การตรวจสอบความปลอดภัยทางกายภาพและไซเบอร์ ความแตกต่างของระบบเลือกตั้งในแต่ละรัฐ และมาตรการตรวจสอบหลังการเลือกตั้ง
ข้อค้นพบจากปี 2020 แสดงให้เห็นว่ารายงานฉบับสมบูรณ์มีความจำเป็นเพียงใด รัฐบาลสามารถระบุความพยายามสร้างอิทธิพลจากต่างชาติที่ร้ายแรงได้ โดยไม่สรุปว่าต่างชาติเปลี่ยนคะแนนเสียง ขณะเดียวกัน การบันทึกช่องโหว่ก็อาจเป็นเหตุผลให้ต้องยกระดับความปลอดภัย โดยไม่ใช่หลักฐานว่าช่องโหว่นั้นถูกใช้เพื่อเปลี่ยนผลเลือกตั้งจริง
สมาชิกสภาคองเกรสและนักวิจารณ์ตั้งคำถามว่า รัฐบาลกำลังใช้มาตรฐานการจัดชั้นความลับและการปลดชั้นความลับอย่างสม่ำเสมอหรือไม่ สมาชิกพรรคเดโมแครตในคณะกรรมาธิการข่าวกรองสภาผู้แทนราษฎรกล่าวว่า การเปิดเผยข้อมูลของทำเนียบขาวดูเหมือนเชื่อมโยงกับความพยายามสนับสนุนทฤษฎีสมคบคิดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ขณะที่รายงานด้านความปลอดภัยการเลือกตั้งซึ่งล่าช้ากลับยังไม่ถูกเผยแพร่
ข้อมูลที่มีอยู่รองรับการอธิบายเรื่องนี้ว่าเป็นข้อกังวลทางการเมืองและเชิงสถาบัน แต่ยังไม่ใช่หลักฐานยืนยันแรงจูงใจส่วนตัวของทรัมป์ในทุกการตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดชั้นหรือปลดชั้นความลับ ข้อวิจารณ์ที่มีหลักฐานรองรับชัดเจนกว่าคือ การเปิดเผยข้อมูลแบบเลือกบางส่วนอาจทำให้สาธารณชนเห็นความสามารถในการก่อภัยที่น่าตกใจ ขณะที่ยังไม่มีรายงานภาพรวมเพื่อบอกว่าเกิดอะไรขึ้นจริง
ความพยายามของสภาคองเกรสมุ่งไปที่การขอเอกสารที่ค้างอยู่ และการสร้างข้อกำหนดใหม่เพื่อให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลในอนาคต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจิม ไฮมส์เสนอญัตติให้ชุมชนข่าวกรองเผยแพร่รายงานฉบับไม่ลับเกี่ยวกับภัยคุกคามจากต่างชาติต่อการเลือกตั้ง ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน 2026
ส่วนเจสัน โครว์เสนออีกมาตรการหนึ่งเพื่อระงับงบประมาณบางส่วนของสำนักงานผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติ หรือ ODNI จนกว่าจะส่งรายงานตามกฎหมายที่ค้างอยู่เกี่ยวกับการเลือกตั้งปี 2024 และ 2026
ด้านวุฒิสมาชิกมาร์ก วอร์เนอร์และอเล็กซ์ พาดิลลาเรียกร้องให้ผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติชี้แจงโดยเร่งด่วน หลังมีความกังวลว่าการทำงานและการเปิดเผยข้อมูลของชุมชนข่าวกรองเกี่ยวกับภัยคุกคามจากต่างชาติต่อการเลือกตั้งอาจถูกลดทอนลง
การกำหนดให้มีรายงานภัยคุกคามการเลือกตั้งมีพื้นฐานจากประวัติความร่วมมือในสภาคองเกรส รวมถึงข้อกำหนดที่ถูกบรรจุในกฎหมาย NDAA ปีงบประมาณ 2020 อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลที่มีอยู่ ความเคลื่อนไหวเฉพาะที่เรียกร้องให้เปิดเผยรายงานปี 2024 ซึ่งนำโดยไฮมส์ โครว์ วอร์เนอร์ และพาดิลลา เป็นความพยายามที่นำโดยสมาชิกพรรคเดโมแครตเป็นหลัก แหล่งข้อมูลยังไม่ยืนยันว่าปัจจุบันมีแนวร่วมสองพรรคอย่างเป็นทางการที่เรียกร้องเรื่องนี้ร่วมกัน
ทั้งการประเมินของรัฐบาลและเอกสารที่ทำเนียบขาวเผยแพร่สนับสนุนข้อสรุปทั่วไปว่า รัฐบาลต่างชาติและคู่แข่งอื่น ๆ มีความสามารถในการทำปฏิบัติการสร้างอิทธิพลและโจมตีบางส่วนของโครงสร้างพื้นฐานการเลือกตั้งสหรัฐฯ
แต่สิ่งที่ประชาชนยังไม่รู้คือ ข้อสรุปทั้งหมดของชุมชนข่าวกรองเกี่ยวกับกิจกรรมของต่างชาติในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2024 ใครเป็นผู้ลงมือ พวกเขาพยายามทำอะไร ความพยายามนั้นส่งผลหรือไม่ และมีระบบเลือกตั้งทางเทคนิคใดถูกเจาะหรือไม่
จนกว่าจะมีการเผยแพร่รายงานฉบับสาธารณะที่กฎหมายกำหนด เอกสารลับที่ถูกปลดชั้นความลับเป็นบางส่วนก็ยังไม่อาจทดแทนภาพรวมที่ครบถ้วนของการเลือกตั้งปี 2024 ได้
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
ณ วันที่ 21 สิงหาคม 2026 รายงานสาธารณะเกี่ยวกับภัยคุกคามจากต่างประเทศต่อการเลือกตั้งสหรัฐฯ ปี 2024 ยังไม่ถูกเผยแพร่
ณ วันที่ 21 สิงหาคม 2026 รายงานสาธารณะเกี่ยวกับภัยคุกคามจากต่างประเทศต่อการเลือกตั้งสหรัฐฯ ปี 2024 ยังไม่ถูกเผยแพร่ คำสั่งฝ่ายบริหารที่ 13848 ซึ่งโดนัลด์ ทรัมป์ลงนามในปี 2018 กำหนดให้จัดทำการประเมินข่าวกรองภายใน 45 วันหลังการเลือกตั้ง ต่อมาสภาคองเกรสเพิ่มข้อกำหนดด้านการรายงานไว้ในกฎหมายงบประมาณกลาโหมปีงบประมาณ 2020
ประเด็นที่ยังไม่มีคำตอบคือ ต่างชาติเข้ามามีอิทธิพลต่อการเลือกตั้งปี 2024 หรือไม่ และมีผลเพียงใด ไม่ใช่คำถามว่าคู่แข่งของสหรัฐฯ มีศักยภาพจะโจมตีระบบเลือกตั้งหรือไม่