หวังประเมินว่า หากการพัฒนาเป็นไปอย่างรวดเร็ว จุดเปลี่ยนดังกล่าวอาจเกิดขึ้นในอีก 2–3 ปี แต่ถ้าความคืบหน้าเป็นไปอย่างช้า อาจต้องใช้เวลา 5–10 ปี การให้กรอบเวลาที่กว้างเช่นนี้สำคัญกว่าตัวเลขด้านหน้า เพราะสะท้อนว่าเขายังมองเห็นความไม่แน่นอนทางวิศวกรรมอีกมาก
มุมมองด้านบวกนี้ใกล้เคียงกับการประเมินของเขาในปี 2025 ที่เคยระบุว่าความก้าวหน้าครั้งใหญ่อาจเกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึง 5 ปี ขณะเดียวกัน หวัง เหอ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Galbot คาดการณ์แยกต่างหากว่า อุตสาหกรรมอาจมาถึง “ChatGPT moment” ได้ภายในสิ้นปี 2028 โดยอ้างถึงการบรรจบกันของโมเดล AI และการสะสมข้อมูล
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้ยังไม่ใช่ฉันทามติของวงการวิศวกรรม แต่เป็นกรณีทัศน์ด้านบวกที่ขึ้นอยู่กับการแก้ปัญหาหลายชั้นพร้อมกัน
หุ่นยนต์ในปัจจุบันทำสิ่งที่น่าตื่นตาได้มากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ความสามารถในการเคลื่อนไหวไม่ได้แปลว่าหุ่นยนต์จะทำงานบ้านทั่วไปได้อย่างน่าเชื่อถือ Unitree เองยอมรับว่าการนำหุ่นยนต์ไปใช้งานจริงยังตามหลังการสาธิต และบริษัทกำลังลงทุนกับ “world models” หรือโมเดลที่ช่วยให้หุ่นยนต์ทำความเข้าใจสภาพแวดล้อมและตัดสินใจได้
คอขวดสำคัญคือความสามารถในการ:
ดังนั้น ความท้าทายไม่ได้อยู่ที่การทำให้หุ่นยนต์เดิน วิ่ง หรือแสดงท่าทางได้ แต่คือการทำให้มัน “เข้าใจงาน” และลงมือทำซ้ำได้จริงในบ้านหลายรูปแบบ แสงสว่างต่างกัน เฟอร์นิเจอร์รกไม่เหมือนกัน วัตถุมีรูปร่างหลากหลาย และพฤติกรรมของมนุษย์คาดเดาได้ยาก
ความสำเร็จของ ChatGPT ส่วนหนึ่งมาจากการฝึกด้วยข้อมูลข้อความบนอินเทอร์เน็ตในระดับหลายล้านล้านโทเคน แต่โลกหุ่นยนต์ไม่มีคลังข้อมูลทางกายภาพที่มีขนาดใหญ่ ราคาถูก เป็นมาตรฐาน และรวบรวมได้ง่ายในระดับเดียวกัน
สิ่งที่จำเป็นต่อการฝึกหุ่นยนต์ไม่ได้มีเพียงภาพหรือคำสั่ง แต่รวมถึงเส้นทางการเคลื่อนไหว แรงกด การสัมผัส จุดที่จับพลาด วิธีแก้ข้อผิดพลาด และผลลัพธ์เมื่อวัตถุหรือสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป การจำลองสถานการณ์และการควบคุมหุ่นยนต์จากระยะไกลช่วยเพิ่มข้อมูลได้ แต่ยังไม่ยืนยันว่าหุ่นยนต์จะนำทักษะไปใช้กับบ้านและวัตถุที่ไม่เคยพบได้อย่างปลอดภัย
นี่คือเหตุผลที่การคาดการณ์วันเกิด “ChatGPT moment” ยังมีความคลาดเคลื่อนสูง แม้ฮาร์ดแวร์จะพัฒนาเร็วและต้นทุนการผลิตมีแนวโน้มลดลง
Unitree เปิดซื้อขายในตลาด STAR Market ของเซี่ยงไฮ้ด้วยแรงเก็งกำไรอย่างมาก หุ้นปิดวันแรกสูงกว่าราคาเสนอขายครั้งแรก 460% หรือเพิ่มขึ้นมากกว่าห้าเท่า ตัวเลขนี้สะท้อนว่าตลาดเชื่อมั่นในโอกาสของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์จีน แต่ไม่ใช่หลักฐานว่าหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์พร้อมทำงานบ้านทั่วไปโดยอัตโนมัติแล้ว
ฐานลูกค้าปัจจุบันส่วนใหญ่ยังมาจากมหาวิทยาลัย ห้องปฏิบัติการ และสถาบันวิจัย มากกว่าการใช้งานโดยผู้บริโภคหรือองค์กรจำนวนมากในลักษณะกองหุ่นยนต์ที่ทำงานจริงอย่างต่อเนื่อง การมีผู้ซื้อกลุ่มแรกจึงเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นใช้งาน ไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่าตลาดเข้าสู่ระยะผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์คนหมู่มากแล้ว
มีรายงานว่าจีนจัดส่งหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์มากกว่า 40,000 เครื่องในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 และคิดเป็น 97% ของการจัดส่งทั่วโลก ขณะเดียวกัน มีข้อมูลอีกชุดหนึ่งระบุว่าการจัดส่งหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วโลกในช่วงเดียวกันอยู่ที่ 19,100 เครื่อง และผู้ผลิตจีนมีสัดส่วน 97%
ตัวเลขดังกล่าวไม่สามารถนำมาเทียบกันตรง ๆ ได้ในทันที ความแตกต่างอาจมาจากขอบเขตของตลาด ประเภทหุ่นยนต์ หรือการใช้คำว่า “จัดส่ง” กับ “ส่งมอบ” ในความหมายต่างกัน ประเด็นที่พอพูดได้อย่างมั่นใจกว่าคือ ผู้ผลิตจีนมีบทบาทนำในปริมาณการจัดส่งช่วงเริ่มต้น ส่วนจำนวนที่แน่นอนยังต้องรอการตรวจสอบนิยามและข้อมูลต้นทาง
Morgan Stanley เคยคาดการณ์ว่าจีนอาจมีการจัดส่งหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ 50,000 เครื่องในปี 2026 เทียบกับ 12,000 เครื่องในปี 2025 แต่ตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าวก็ไม่ควรถูกใช้เป็นหลักฐานโดยตรงว่าหุ่นยนต์มีความสามารถทั่วไปตามเกณฑ์ 80% แล้ว
เมื่อเดือนกรกฎาคม คณะกรรมการกลางกำกับดูแลการสื่อสารของสหรัฐฯ หรือ FCC เพิ่มอุปกรณ์หุ่นยนต์ขั้นสูงที่ผลิตในต่างประเทศ รวมถึงหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และหุ่นยนต์สี่ขา เข้าไว้ในบัญชีอุปกรณ์ที่มีความเสี่ยงด้านความมั่นคงแห่งชาติ ส่งผลต่อการอนุมัติหรือการนำเข้ารุ่นใหม่
รายงานหลายแห่งระบุว่ามาตรการนี้มุ่งที่รุ่นใหม่ ไม่ได้หมายความว่าหุ่นยนต์ทุกรุ่นที่มีอยู่ในตลาดสหรัฐฯ จะถูกห้ามโดยอัตโนมัติ สำหรับ Unitree ข้อจำกัดดังกล่าวอาจลดโอกาสเข้าถึงตลาดสำคัญ และทำให้การสร้างวงจร “ยอดขายมากขึ้น–ข้อมูลมากขึ้น–โมเดลดีขึ้น” ซับซ้อนกว่าเดิม
อุตสาหกรรมมีเหตุผลทางวิศวกรรมที่ทำให้มองโลกในแง่ดี ทั้งต้นทุนฮาร์ดแวร์ที่ลดลง กำลังการผลิตของจีน และการที่ผู้ก่อตั้งหลายรายมองกรอบเวลาประมาณปี 2028 เป็นฉากทัศน์ด้านบวก
แต่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะบอกว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมเห็นพ้องกันว่าหุ่นยนต์เอนกประสงค์สำหรับบ้านจะผ่านเกณฑ์เข้มงวดของหวัง นั่นคือทำงานสำเร็จประมาณ 80% ในบ้านที่ไม่คุ้นเคย ภายในช่วงเวลาดังกล่าว
คำอธิบายที่เหมาะสมที่สุดจึงคือ “ความก้าวหน้ามีน้ำหนักจริง แต่กำหนดเวลายังเป็นเรื่องเก็ง” กรอบ 2–3 ปีควรมองเป็นกรณีทัศน์ด้านบวก ขณะที่กรอบ 5–10 ปีสอดคล้องกับซอฟต์แวร์ ข้อมูล ความน่าเชื่อถือ ความปลอดภัย ต้นทุน และกฎระเบียบที่ยังแก้ไม่ตก การพุ่งขึ้นของหุ้น Unitree สะท้อนราคาของโอกาสที่จะเกิดตลาดหุ่นยนต์ขนาดใหญ่ในอนาคต มากกว่าจะเป็นหลักฐานว่าหุ่นยนต์พร้อมเข้ามาทำงานบ้านได้อย่างอิสระแล้ว