คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ ราคา API ของ DeepSeek V4 Flash และ V4 Pro เพิ่มขึ้นตั้งแต่ 50% ถึงมากกว่า 1,100% โดย V4 Pro คิดค่าผลลัพธ์ 1.98 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้านโทเคนนอกช่วงพีก และ 3.96 ดอลลาร์ในช่วงพีก DeepSeek ใช้ระบบคิดราคาแบบพีกและนอกพีก โดยช่วง 01:00–04:00 และ 06:00–10:00 UTC แพงเป็นสองเท่า จูงใจให้นักพัฒนาย้ายงานประมวลผลไปช่วงเวลาอื่น OpenAI ใช้กลยุทธ์ตรงข้ามในตลาดผู้บริโภค ด้วยการตั้ง GPT 5.6 Luna เป็นโมเดลเริ่มต้นสำหรับผู้ใช้ Free และ Go พร้อมแชตข้อความไม่จำกัดและปุ่ม Think แต่ไฟล์ รูปภาพ เสียง และเครื่องมืออื่นยังมีข้อจำกัด How are DeepSeek’s August 2026 API price increases for V4-Flash and V4-Pro—including peak/off-peak rates, increases of 50% to more than 1,10 AI-generated illustration for the DeepSeek API pricing and OpenAI ChatGPT access story. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How are DeepSeek’s August 2026 API price increases for V4-Flash and V4-Pro—including peak/off-peak rates, increases of 50% to more than 1,10. Article summary: DeepSeek is moving from a land-grab API strategy toward yield management and monetization, while OpenAI is using free consumer access to defend distribution and habit. They are not directly equivalent offers—developer AP. Topic tags: general, general web, user generated, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
openai.com การปรับราคา API ของ DeepSeek ในเดือนสิงหาคม 2026 และการขยายสิทธิ์ใช้งาน ChatGPT ฟรีของ OpenAI เป็นคำตอบคนละแบบต่อปัญหาเดียวกันของเศรษฐศาสตร์ AI นั่นคือ จะรองรับการใช้งานมหาศาลอย่างไร ในวันที่ต้นทุนการประมวลผลโมเดลมีแต่เพิ่มขึ้น
DeepSeek กำลังถอยออกจากยุทธศาสตร์ API ราคาต่ำพิเศษแบบอัตราเดียว ส่วน OpenAI เลือกใช้การเปิดให้ใช้งานฟรีในวงกว้างเพื่อยึดพื้นที่ในตลาดผู้บริโภค ทั้งสองกรณีไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกัน—กรณีแรกคือโครงสร้างพื้นฐานสำหรับนักพัฒนา ส่วนกรณีหลังคือบริการแชตสำหรับผู้ใช้ทั่วไป—แต่เมื่อนำมาพิจารณาคู่กัน จะเห็นว่าการแข่งขันกำลังเปลี่ยนจากการแข่งกันว่าใครคิดค่าโทเคนถูกที่สุด ไปสู่การแข่งกันเรื่องการเข้าถึง พฤติกรรมการใช้งาน การจัดเส้นทางงาน และรายได้ที่ยั่งยืน
ราคา API V4 ใหม่ของ DeepSeek
ราคาใหม่มีผลตั้งแต่เวลา 16:00 น. UTC วันที่ 16 สิงหาคม 2026 โดย DeepSeek แยกราคาเป็นช่วงพีกและนอกพีกสำหรับ V4-Flash กับ V4-Pro และกำหนดให้อัตรานอกพีกอยู่ที่ครึ่งหนึ่งของช่วงพีก ช่วงพีกคือ 01:00–04:00 น. และ 06:00–10:00 น. UTC ส่วนเวลาอื่นเป็นช่วงนอกพีก
โมเดล ช่วงเวลา อินพุตแบบแคชฮิต อินพุตแบบแคชมิส เอาต์พุต V4-Flash นอกพีก $0.007 $0.22 $0.66 V4-Flash พีก $0.014 $0.44 $1.32 V4-Pro นอกพีก $0.022 $0.66 $1.98 V4-Pro พีก $0.044 $1.32 $3.96
ราคาเป็นดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 ล้านโทเคน โดยราคาแคชฮิตและแคชมิสหมายถึงโทเคนฝั่งอินพุต
ประเด็นสำคัญคือคำว่า “นอกพีก” ไม่ได้หมายความว่าราคาจะถูกกว่าราคาเดิมทุกกรณี ตัวอย่างเช่น V4-Flash มีราคาเอาต์พุตนอกพีกใหม่ที่ 0.66 ดอลลาร์ เพิ่มจากราคาเดิม 0.28 ดอลลาร์ ขณะที่เอาต์พุต V4-Pro เพิ่มจากราคาโปรโมชันเดิม 0.87 ดอลลาร์ เป็น 1.98 ดอลลาร์ แม้ใช้งานนอกช่วงพีกก็ตาม
ราคาขึ้นมากแค่ไหน
การเพิ่มขึ้นแตกต่างกันตามโมเดล ประเภทโทเคน และช่วงเวลาที่เรียกใช้งาน โดย Reuters รายงานว่าราคาใหม่สูงกว่าราคาเดิมตั้งแต่ 50% ถึง 1,100%
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "DeepSeek ขึ้นราคา API สูงสุด 1,100% สะท้อนเกม AI จีน–สหรัฐฯ ระยะใหม่" คืออะไร ราคา API ของ DeepSeek V4 Flash และ V4 Pro เพิ่มขึ้นตั้งแต่ 50% ถึงมากกว่า 1,100% โดย V4 Pro คิดค่าผลลัพธ์ 1.98 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้านโทเคนนอกช่วงพีก และ 3.96 ดอลลาร์ในช่วงพีก
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? ราคา API ของ DeepSeek V4 Flash และ V4 Pro เพิ่มขึ้นตั้งแต่ 50% ถึงมากกว่า 1,100% โดย V4 Pro คิดค่าผลลัพธ์ 1.98 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้านโทเคนนอกช่วงพีก และ 3.96 ดอลลาร์ในช่วงพีก DeepSeek ใช้ระบบคิดราคาแบบพีกและนอกพีก โดยช่วง 01:00–04:00 และ 06:00–10:00 UTC แพงเป็นสองเท่า จูงใจให้นักพัฒนาย้ายงานประมวลผลไปช่วงเวลาอื่น
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? OpenAI ใช้กลยุทธ์ตรงข้ามในตลาดผู้บริโภค ด้วยการตั้ง GPT 5.6 Luna เป็นโมเดลเริ่มต้นสำหรับผู้ใช้ Free และ Go พร้อมแชตข้อความไม่จำกัดและปุ่ม Think แต่ไฟล์ รูปภาพ เสียง และเครื่องมืออื่นยังมีข้อจำกัด
ตัวเลขการเพิ่มขึ้นที่สูงที่สุดอยู่ในหมวดอินพุตแบบแคชฮิต ซึ่งเดิมมีฐานราคาต่ำมาก สำหรับนักพัฒนา ผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงจึงขึ้นอยู่กับสัดส่วนแคชฮิต อินพุตที่ไม่อยู่ในแคช ปริมาณเอาต์พุต และช่วงเวลาที่ระบบทำงาน
ตัวอย่างเช่น ราคาเอาต์พุต V4-Pro ที่ 1.98 ดอลลาร์ในช่วงนอกพีก แพงกว่าราคาโปรโมชันเดิม 0.87 ดอลลาร์ประมาณ 128% ส่วนราคา 3.96 ดอลลาร์ในช่วงพีกแพงขึ้นประมาณ 355% เมื่อเทียบกับราคาเดิม
แม้ปรับขึ้นแล้ว DeepSeek ก็ยังมีราคาถูกกว่าโมเดลปิดจากสหรัฐฯ หลายรายอย่างมาก รายงานก่อนหน้านี้ระบุว่าราคาเอาต์พุต V4-Pro ภายใต้โปรโมชันอยู่ที่ประมาณ 0.87 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้านโทเคน เทียบกับราคาประวัติศาสตร์ที่สูงกว่ามากของระบบชั้นนำจากสหรัฐฯ ดังนั้น การขึ้นราคาจึงลดข้อได้เปรียบด้านต้นทุนของ DeepSeek แต่ยังไม่ได้ลบข้อได้เปรียบนั้นออกไป
ถ้าใช้ V4-Pro สร้างเอาต์พุตเดือนละ 10 ล้านโทเคน ต้องจ่ายเท่าไร สมมติว่านักพัฒนาใช้ V4-Pro เพื่อสร้างเอาต์พุตเดือนละ 10 ล้านโทเคน:
ราคาเดิม: 10 × $0.87 = 8.70 ดอลลาร์ต่อเดือน
ใช้งานนอกพีกทั้งหมด: 10 × $1.98 = 19.80 ดอลลาร์ต่อเดือน
ใช้งานช่วงพีกทั้งหมด: 10 × $3.96 = 39.60 ดอลลาร์ต่อเดือน
ดังนั้น ค่าเอาต์พุตเพียงอย่างเดียวจะเพิ่มขึ้นประมาณ 11.10–30.90 ดอลลาร์ต่อเดือน ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่ใช้งาน การคำนวณนี้ยังไม่รวมค่าอินพุต ค่าแคชฮิต ภาษี และค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มอื่น ๆ
สำหรับแอปพลิเคชันที่ใช้งานจริง ปัจจัยสำคัญอาจไม่ใช่เอาต์พุตเพียงอย่างเดียว แต่เป็นองค์ประกอบของงานทั้งหมด ระบบที่ใช้พรอมต์ยาว มีการนำแคชกลับมาใช้น้อย หรือมีทราฟฟิกกระจุกตัวในช่วงพีก อาจมีต้นทุนเพิ่มขึ้นแตกต่างจากตัวอย่างอย่างมีนัยสำคัญ ภายใต้โครงสร้างราคาใหม่ การตั้งเวลางานแบบแบตช์ให้อยู่ในช่วงนอกพีกและติดตามอัตราแคชฮิตจึงสำคัญกว่าเดิม
OpenAI เลือกแข่งขันด้วยการเปิดให้ใช้ฟรี OpenAI ประกาศการเปลี่ยนแปลงใน ChatGPT ซึ่งแตกต่างจาก DeepSeek อย่างชัดเจน โดยตั้ง GPT-5.6 Luna เป็นโมเดลเริ่มต้นสำหรับผู้ใช้แพ็กเกจ Free และ Go พร้อมประกาศให้แชตข้อความใช้งานได้ไม่จำกัด และเพิ่มปุ่ม Think สำหรับคำถามที่ต้องใช้เหตุผลมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม คำว่า “ไม่จำกัด” ต้องอ่านให้ครบเงื่อนไข สิทธิ์ดังกล่าวใช้กับแชตข้อความ ไม่ได้ครอบคลุมทุกความสามารถของ ChatGPT ผู้ใช้ยังมีข้อจำกัดด้านการอัปโหลดไฟล์ รูปภาพ เสียง การสร้างภาพ และเครื่องมืออื่น ๆ รวมถึงอยู่ภายใต้มาตรการป้องกันการใช้งานในทางที่ผิด
นี่คือกลยุทธ์ด้านการกระจายสินค้าและการสร้างฐานผู้ใช้ ไม่ใช่กลยุทธ์ลดราคา API สำหรับนักพัฒนา OpenAI กำลังลดแรงเสียดทานในการใช้งานประจำวัน และวางโมเดลที่มีความสามารถไว้ในประสบการณ์ ChatGPT หลัก โดย TechCrunch รายงานว่า ChatGPT มีผู้ใช้รายสัปดาห์ทะลุ 1 พันล้านคนแล้ว
สิ่งที่สองความเคลื่อนไหวนี้บอกเกี่ยวกับตลาด AI
ราคายังเป็นตัวเร่งการใช้งานที่ทรงพลัง ราคาต่อโทเคนที่ต่ำช่วยให้โมเดลจีน โดยเฉพาะโมเดลแบบเปิดน้ำหนัก (open-weight) ดึงดูดการใช้งานจากนักพัฒนาได้มากขึ้น ข้อมูลหนึ่งจาก Vercel AI Gateway ระบุว่า โมเดล open-weight ที่พัฒนาในจีนประมวลผลโทเคน 29% ของโทเคนการใช้งานจริงบนเกตเวย์ในเดือนมิถุนายน 2026 เพิ่มขึ้นจากประมาณหนึ่งในเก้าในเดือนเมษายน ขณะที่คิดเป็นค่าใช้จ่ายไม่ถึง 4% ของยอดใช้จ่ายทั้งหมด
แต่ต้องระวังการตีความ ตัวเลขนี้เป็นข้อมูลจากทราฟฟิกบนเกตเวย์ของ Vercel ไม่ใช่ภาพแทนตลาด AI ทั่วโลกทั้งหมด ส่วนแบ่งโทเคนบอกได้ว่างานจำนวนเท่าใดไหลผ่านระบบหนึ่ง แต่ไม่ได้ยืนยันรายได้ กำไร ความภักดีของลูกค้า หรืออำนาจตลาดที่ยั่งยืนโดยลำพัง
นักพัฒนาสามารถย้ายงานระหว่างผู้ให้บริการได้ และงานที่ไวต่อราคามักเปลี่ยนเส้นทางได้รวดเร็วเมื่อค่าบริการมีการปรับขึ้น
DeepSeek กำลังทดสอบการสร้างรายได้ โดยยังรักษาความได้เปรียบด้านต้นทุน ตารางราคาใหม่สะท้อนว่าเป้าหมายของ DeepSeek ไม่ได้มีเพียงการแย่งส่วนแบ่งการใช้งานอีกต่อไป การคิดราคาตามช่วงเวลาช่วยให้บริษัทจัดสรรกำลังประมวลผลในช่วงที่มีความต้องการสูง และเรียกเก็บค่าบริการเพิ่มเมื่อทราฟฟิกกระจุกตัว เอกสารทางการของบริษัทอธิบายว่าการเปลี่ยนแปลงนี้มีเป้าหมายเพื่อจัดสรรทรัพยากร และสนับสนุนให้ผู้ใช้วางแผนเวลาทำงานตามการใช้งานจริง
การปรับราคายังเกิดขึ้นในช่วงที่บริษัท AI จีนรายอื่นเริ่มผลักดันบริการแบบชำระเงินหรือพิจารณาขึ้นราคา รายงานเกี่ยวกับตลาดจีนระบุว่า Moonshot AI และ ByteDance เปิดตัวแพ็กเกจแบบเสียเงิน ส่วน Alibaba เตรียมเดินตาม แนวโน้มนี้ชี้ให้เห็นว่าการแข่งขันในจีนกำลังขยับจากการอุดหนุนอย่างหนักไปสู่การสร้างรายได้
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้พิสูจน์ว่า DeepSeek หรือบริษัทคู่แข่งทำกำไรแล้ว สิ่งที่เห็นได้คือส่วนแบ่งตลาดที่สร้างด้วยราคาต่ำต้องถูกเปลี่ยนให้เป็นรายได้ต่อโทเคน สัญญารายได้ประจำ หรือโมเดลธุรกิจรูปแบบอื่นที่ยั่งยืนในท้ายที่สุด
OpenAI กำลังปกป้องความสัมพันธ์กับผู้บริโภค การเปิดตัว Luna ให้ผู้ใช้ฟรีในวงกว้างเน้นเรื่องการกระจายตัวของผลิตภัณฑ์ มากกว่าการเสนอ API ที่ถูกที่สุด การทำให้แชตข้อความเข้าถึงได้ง่ายและเพิ่มปุ่ม Think ที่มองเห็นได้ชัด เป็นความพยายามทำให้ ChatGPT กลายเป็นพฤติกรรมประจำของผู้ใช้ ขณะเดียวกันยังคงจำกัดฟีเจอร์ที่มีต้นทุนสูงกว่า
กลยุทธ์ของทั้งสองบริษัทจึงแตกต่างกันอย่างชัดเจน:
DeepSeek: ดึงดูดนักพัฒนาด้วยต้นทุนต่ำ จากนั้นใช้ราคาอิงตามกำลังการประมวลผลและช่วงเวลา
OpenAI: ขยายการเข้าถึงผลิตภัณฑ์หลักในตลาดผู้บริโภค และใช้ความสัมพันธ์ดังกล่าวเป็นฐานสำหรับแพ็กเกจแบบชำระเงินและบริการอื่น ๆ
สองกลยุทธ์นี้สามารถอยู่ร่วมกันได้ นักพัฒนาอาจเลือก DeepSeek สำหรับงานปริมาณมาก ขณะที่ผู้ใช้ทั่วไปเลือก ChatGPT เพื่อช่วยตอบคำถามหรือทำงานประจำวัน แต่ทั้งสองบริษัทต่างพยายามทำให้ระบบนิเวศของตัวเองถูกแทนที่ได้ยากขึ้น—DeepSeek ใช้ความคุ้มค่าต่อประสิทธิภาพและการจัดเส้นทางงานของนักพัฒนา ส่วน OpenAI ใช้ความคุ้นเคยของผลิตภัณฑ์และฐานผู้บริโภคขนาดใหญ่
สิ่งที่นักพัฒนาควรคิดก่อนเลือก DeepSeek DeepSeek ยังคงเป็นตัวเลือกต้นทุนต่ำ แต่หลังการปรับราคา คำอธิบายว่าเป็น “โมเดลที่ถูกที่สุด” อาจไม่เพียงพออีกต่อไป นักพัฒนาควรคำนวณต้นทุนรวมจากอินพุตแบบแคชฮิต อินพุตแบบแคชมิส ปริมาณเอาต์พุต และสัดส่วนทราฟฟิกในช่วงพีก
คำถามที่ควรถามในทางปฏิบัติคือ:
สามารถย้ายทราฟฟิกไปช่วงนอกพีกได้มากน้อยเพียงใด
พรอมต์กี่เปอร์เซ็นต์ที่เข้าเงื่อนไขราคาแคชฮิต
คุณภาพที่เพิ่มขึ้นของ V4-Pro คุ้มกับราคาเอาต์พุตที่สูงกว่า V4-Flash หรือผู้ให้บริการรายอื่นหรือไม่
หากราคาปรับขึ้นอีก แอปพลิเคชันสามารถย้ายไปผู้ให้บริการรายอื่นได้ง่ายเพียงใด
บทสรุป การแข่งขัน AI ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ กำลังเคลื่อนออกจากคำถามว่า “ใครเสนอราคาถูกที่สุด” DeepSeek กำลังทดสอบว่าบริษัท AI จีนจะเปลี่ยนความได้เปรียบด้านต้นทุนต่อประสิทธิภาพให้กลายเป็นเศรษฐศาสตร์ต่อหน่วยที่ยั่งยืนได้หรือไม่ ขณะที่ OpenAI กำลังทดสอบว่าการเปิดให้ผู้บริโภคเข้าถึงฟรีและสร้างการใช้งานจนเป็นนิสัย จะนำไปสู่การควบคุมระบบนิเวศในระยะยาวได้หรือไม่
ท้ายที่สุด ทั้งสองฝ่ายกำลังเผชิญโจทย์เดียวกัน นั่นคือการเปลี่ยนปริมาณการใช้งานมหาศาลให้เป็นธุรกิจที่สร้างรายได้เพียงพอสำหรับรองรับต้นทุนการประมวลผลโมเดล AI ระดับแนวหน้าอย่างต่อเนื่อง
datagravity.dev China's Open-Weight Takeover - by Chris Zeoli - Data Gravity