เรือบรรทุกน้ำมันขนาดเล็กเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซในเวลากลางคืน โดยบางลำปิดสัญญาณ AIS ก่อนถ่ายน้ำมันให้เรือขนาดใหญ่ในอ่าวโอมานใกล้โอมานและฟูไจราห์ เครือข่ายเริ่มมีเรือเกี่ยวข้องอย่างน้อย 92 ลำภายในกลางเดือนมิถุนายน และมีการประเมินว่าขนส่งน้ำมันได้มากกว่า 4 ล้านบาร์เรลต่อวัน แม้ตัวเลขจริงยังตรวจสอบได้ยาก อิรักเพิ่มการ...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How are Middle Eastern oil producers, Saudi Arabia, and Chinese shipping companies using covert, nighttime ship to ship transfers off Oman,. Article summary: A parallel, semi covert export system is moving some Gulf crude despite the effective closure of normal Hormuz traffic: small shuttle tankers run through at night—often with AIS transponders disabled—then transfer cargoe. Topic tags: general web, workflow, security, privacy, marketing. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks,
เครือข่ายส่งออกน้ำมันแบบคู่ขนานกำลังทำหน้าที่เป็น “เส้นเลือดสำรอง” ของตลาดโลก แม้การเดินเรือตามปกติผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะหยุดชะงักจากสงครามอิหร่าน
รูปแบบการขนส่งคือให้เรือบรรทุกน้ำมันขนาดเล็กวิ่งผ่านช่องแคบในเวลากลางคืน บางลำปิดเครื่องส่งสัญญาณ AIS ซึ่งเป็นระบบติดตามอัตโนมัติของเรือ จากนั้นจึงถ่ายน้ำมันให้เรือขนาดใหญ่กลางทะเลนอกโอมาน ใกล้เมืองฟูไจราห์ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือในอ่าวโอมาน เพื่อเดินทางต่อไปยังเอเชีย
ระบบนี้ช่วยลดแรงกระแทกด้านอุปทานในระยะสั้น แต่ยังมีขนาดและความปลอดภัยไม่มากพอที่จะทดแทนการส่งออกน้ำมันจากอ่าวก่อนสงครามได้ทั้งหมด
มีรายงานว่าปฏิบัติการที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสหรัฐฯ เริ่มขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม โดยใช้โดรนทางอากาศและทางน้ำ รวมถึงเฮลิคอปเตอร์ ช่วยนำทางขบวนเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เรือเหล่านี้เดินทางแบบ “มืด” หรือปิด AIS และปล่อยเรือออกเป็นช่วง ๆ ห่างกันราว 3–4 กิโลเมตร ก่อนถ่ายน้ำมันให้เรือที่รออยู่นอกช่องแคบ
ภายในกลางเดือนมิถุนายน มีเรืออย่างน้อย 92 ลำเกี่ยวข้องกับการถ่ายน้ำมันระหว่างเรือหลายสิบครั้ง ต่อมาเครือข่ายได้ขยายตัวเป็นระบบเรือรับส่งที่ทำเที่ยวซ้ำ ๆ โดยมีการประเมินจากแหล่งข้อมูลในอุตสาหกรรมบางแห่งว่า ปริมาณน้ำมันที่ไหลผ่านเครือข่ายเงามืดอาจมากกว่า 4 ล้านบาร์เรลต่อวัน และเกี่ยวข้องกับอิรัก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต และกาตาร์
อย่างไรก็ดี ตัวเลขดังกล่าวมีความไม่แน่นอนสูง กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ระบุว่าน้ำมันเกือบ 9 ล้านบาร์เรลต่อวันกำลังออกจากภูมิภาค ขณะที่บริษัทติดตามเรือประเมินว่าปริมาณจริงอาจมีไม่ถึงครึ่งหนึ่งของตัวเลขนั้น การปิด AIS และการถ่ายน้ำมันกลางทะเลทำให้ตรวจสอบทั้งแหล่งกำเนิดสินค้าและปริมาณการขนส่งได้ยาก
มีรายงานว่าเรือราว 150 ลำรวมตัวอยู่นอกชายฝั่งโอมาน เพิ่มขึ้นจากประมาณ 40 ลำในเดือนมกราคม สะท้อนว่าเครือข่ายนี้ขยายตัวอย่างมากนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น
อิรักเป็นผู้ส่งออกส่วนเพิ่มรายสำคัญที่สุด การส่งออกที่เพิ่มขึ้นของอิรักช่วยชดเชยการลดลงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์บางส่วน โดยในเดือนกรกฎาคม การส่งออกน้ำมันดิบและคอนเดนเสทจากประเทศอ่าวรวมกันอยู่ที่ 10.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือยังต่ำกว่าระดับก่อนสงครามประมาณ 40%
น้ำมันอิรักไม่ได้จำเป็นต้องเดินทางออกจากท่าเรือบาสราห์ผ่านฮอร์มุซโดยตรงเสมอไป บริษัท Totsa ซึ่งเป็นหน่วยงานซื้อขายน้ำมันของ TotalEnergies เสนอขายน้ำมันดิบ Basrah Medium โดยให้ขนขึ้นเรือนอกช่องแคบฮอร์มุซ แสดงให้เห็นว่าผู้ค้ากำลังทำให้การส่งมอบกลางทะเลเป็นส่วนหนึ่งของระบบการค้าอย่างเป็นทางการมากขึ้น
ด้านซาอุดีอาระเบีย Saudi Aramco เสนอขายน้ำมันดิบ Arab Medium และ Arab Heavy ให้โรงกลั่นเอเชียบางแห่ง โดยให้ส่งมอบผ่านการถ่ายน้ำมันระหว่างเรือนอกฟูไจราห์ เช่นเดียวกับแนวทางของ ADNOC บริษัทน้ำมันแห่งชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
วิธีนี้ทำให้เรือขนาดใหญ่ของผู้ซื้อไม่ต้องเข้าไปในเส้นทางที่มีความเสี่ยงสูง ขณะที่เรือรับส่งขนาดเล็กเป็นฝ่ายรับความเสี่ยงในการผ่านฮอร์มุซแทน
จีนยังคงเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ แต่กำลังเปลี่ยนวิธีขนส่ง บริษัทเดินเรือของรัฐจีนอย่าง COSCO Shipping Energy Transportation และ China Merchants Energy Shipping มีรายงานว่าหยุดส่งเรือของตนผ่านช่องแคบฮอร์มุซและช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม โดยหันไปรับน้ำมันนอกอ่าวแทน
นั่นหมายความว่าจีนยังซื้อพลังงานจากภูมิภาค แต่กำลังผลักช่วงการเดินทางที่อันตรายที่สุดไปให้เรือรับส่งฝั่งอ่าวและเรือของบริษัทชาติอื่นดำเนินการ
เหตุผลสำคัญคือ น้ำมันไม่ได้ถูกตัดขาดจากตลาดโลกโดยสมบูรณ์ การขนส่งแบบลับ การส่งออกที่เพิ่มขึ้นของอิรัก การเสนอส่งมอบนอกฮอร์มุซของซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึงการปรับลดความต้องการนำเข้าของจีน ช่วยบรรเทาภาวะขาดแคลนเฉียบพลันได้
รายงานของ Bloomberg ระบุว่า กระแสการขนส่งลับเหล่านี้ช่วยให้ราคาน้ำมันดิบ Brent เคลื่อนไหวโดยรวมในช่วงประมาณ 80–90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือนสิงหาคม แทนที่จะขึ้นไปใกล้ระดับ 150 ดอลลาร์ซึ่งตลาดเคยกังวลในช่วงเริ่มต้นสงคราม
ฝั่งอุปสงค์ก็มีบทบาทไม่แพ้กัน จีนมีน้ำมันดิบเข้าประเทศในเดือนกรกฎาคม 8.41 ล้านบาร์เรลต่อวัน และ Reuters ระบุว่าจีนเป็นผู้ปรับลดความต้องการซื้อรายสำคัญที่ช่วยให้เอเชียรองรับการส่งออกจากตะวันออกกลางที่ลดลงได้
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการจำกัดเพดานราคา ไม่ใช่การกลับคืนสู่ภาวะปกติ การส่งออกน้ำมันจากภูมิภาคยังต่ำกว่าก่อนสงครามประมาณ 40% ในเดือนกรกฎาคม ขณะที่สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ หรือ IEA คาดว่าตลาดน้ำมันโลกจะขาดดุล 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวันในไตรมาสดังกล่าว
ความเสี่ยงทางทหาร: การโจมตีเรือโดยอิหร่านทำให้กิจกรรมถ่ายน้ำมันในอ่าวโอมานชะลอลงแล้ว และทางการสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ระบุว่าเรือของ ADNOC สองลำถูกโจมตีในฮอร์มุซ หากการโจมตีมุ่งเป้าไปที่เรือรับส่ง จุดถ่ายน้ำมัน นักบินเรือ หรือกำลังคุ้มกัน ระบบอาจหยุดชะงักอย่างรวดเร็ว
ความเสี่ยงต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม: การถ่ายน้ำมันในเวลากลางคืน การควบคุมเรือในระยะประชิด การปิด AIS และการเร่งถ่ายสินค้าล้วนเพิ่มโอกาสเกิดการชน การเกยตื้น และน้ำมันรั่ว อีกทั้งการติดตามเรือที่ไม่ชัดเจนอาจทำให้การช่วยเหลือและการรับมือมลพิษล่าช้า แหล่งข้อมูลที่ตรวจสอบได้ยังไม่สามารถยืนยันตัวเลขรวมล่าสุดของผู้เสียชีวิตหรือปริมาณน้ำมันรั่วได้
ข้อจำกัดด้านเรือและประกันภัย: การขนส่งรูปแบบนี้ใช้เรือมากกว่าปกติ เพราะสินค้าหนึ่งเที่ยวอาจต้องใช้ทั้งเรือรับส่งในอ่าวและเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ Reuters รายงานว่าการขาดแคลนเรือส่งผลต่อการขนถ่ายสินค้าพลังงานในภูมิภาคแล้ว ทำให้เครือข่ายต้องแย่งชิงเรือที่มีจำกัด และผลักดันค่าระวาง ค่าประกัน และเบี้ยประกันความเสี่ยงสงครามให้สูงขึ้น
เส้นทางอื่นก็ไม่ปลอดภัย: การส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียผ่านทะเลแดงยังเผชิญความเสี่ยงจากการโจมตีของกลุ่มฮูตี โดยมีการอ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันซาอุดีอาระเบียนอกเมืองยานบู การส่งมอบที่หันหน้าไปทางโอมานหรือฟูไจราห์จึงไม่ได้ตัดความเสี่ยงจากความขัดแย้งในภูมิภาคออกไปทั้งหมด
ท่อส่งที่เลี่ยงฮอร์มุซมีขีดจำกัด: ท่อส่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีความจุจำกัด และเป็นโครงสร้างพื้นฐานถาวรที่มองเห็นได้ชัด รายงานที่ตรวจสอบยังไม่ได้ยืนยันว่าท่อเหล่านี้สามารถชดเชยการขนส่งทางทะเลที่สูญเสียไปได้ทั้งหมด หากท่อส่งถูกโจมตี เครือข่ายนอกชายฝั่งจะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น
ความเสี่ยงลุกลามไปยัง LNG: ยังไม่มีหลักฐานที่ยืนยันการประกาศเหตุสุดวิสัยเฉพาะหน้าและเป็นปัจจุบันสำหรับสินค้า LNG แต่หากการส่งออก LNG ของกาตาร์หรือความสามารถในการขนส่งสะดุด ก็อาจซ้ำเติมผลกระทบต่อน้ำมัน ทำให้เกิดการแข่งขันแย่งเรือและเพิ่มแรงกดดันต่อความมั่นคงพลังงานของเอเชีย
จีนคือกันชนด้านอุปสงค์ที่สำคัญ แต่สต็อกน้ำมันไม่ชัดเจน: จีนสามารถลดการซื้อหรือดึงน้ำมันจากคลังสำรองมาใช้ได้ แต่ระดับและปริมาณที่พร้อมใช้ในเชิงพาณิชย์ของคลังเหล่านี้ไม่โปร่งใส หากโรงกลั่นจีนกลับมาซื้ออย่างเร่งตัว สต็อกจริงต่ำกว่าที่ตลาดคาด หรือรัฐบาลจีนต้องการการส่งมอบโดยตรงที่ปลอดภัยมากกว่าการรับสินค้ากลางทะเล กันชนด้านอุปทานที่ตลาดพึ่งพาอยู่อาจหายไปอย่างรวดเร็ว การที่บริษัทเดินเรือของรัฐจีนเองหลีกเลี่ยงฮอร์มุซก็สะท้อนความเสี่ยงนี้
ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าเครือข่ายนี้ส่งน้ำมันได้กี่ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่คือมันกำลังย้ายความเสี่ยงจากการปิดเส้นทางเดินเรือปกติ ไปสู่ระบบที่กระจุกตัว ตรวจสอบยาก และทำประกันได้ยากขึ้น
การโจมตีที่ประสบความสำเร็จเพียงไม่กี่ครั้ง อุบัติเหตุน้ำมันรั่วครั้งใหญ่ หรือการขาดแคลนเรือและกำลังคุ้มกัน อาจเปลี่ยนภาวะขาดแคลนที่ยังบริหารได้ให้กลายเป็นวิกฤตด้านอุปทานและราคาน้ำมันอย่างฉับพลัน
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
เรือบรรทุกน้ำมันขนาดเล็กเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซในเวลากลางคืน โดยบางลำปิดสัญญาณ AIS ก่อนถ่ายน้ำมันให้เรือขนาดใหญ่ในอ่าวโอมานใกล้โอมานและฟูไจราห์
เรือบรรทุกน้ำมันขนาดเล็กเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซในเวลากลางคืน โดยบางลำปิดสัญญาณ AIS ก่อนถ่ายน้ำมันให้เรือขนาดใหญ่ในอ่าวโอมานใกล้โอมานและฟูไจราห์ เครือข่ายเริ่มมีเรือเกี่ยวข้องอย่างน้อย 92 ลำภายในกลางเดือนมิถุนายน และมีการประเมินว่าขนส่งน้ำมันได้มากกว่า 4 ล้านบาร์เรลต่อวัน แม้ตัวเลขจริงยังตรวจสอบได้ยาก
อิรักเพิ่มการส่งออก ขณะที่ซาอุดีอาระเบียและ ADNOC เสนอส่งมอบน้ำมันนอกช่องแคบ ส่วนบริษัทเดินเรือจีนหลีกเลี่ยงการนำเรือของตนผ่านจุดเสี่ยง