อันเดอร์ส โอเปดาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Equinor ระบุว่า แม้แต่เป้าหมายเติมคลังให้ได้ 80% ก่อนฤดูหนาวก็อาจไปไม่ถึง เยอรมนีเผชิญโจทย์ที่หนักกว่า โดยคลังก๊าซของเยอรมนีเต็มเพียง 48% ณ วันที่ 9 สิงหาคม เทียบกับ 64% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของสหภาพยุโรปที่ 59%
สำหรับเยอรมนี ราคาก๊าซจำเป็นต้องลดลงมากพอที่จะจูงใจให้ผู้ค้าเร่งนำก๊าซเข้าไปเก็บ เพื่อให้คลังแตะระดับเป้าหมาย 70% ภายในเดือนพฤศจิกายน แต่ตราบใดที่ตลาดยังตึงตัว การซื้อเพื่อเก็บสำรองก็มีต้นทุนสูงและมีแรงจูงใจทางเศรษฐกิจน้อยลง
ก่อนเกิดแรงกระแทกระลอกล่าสุด นักวิเคราะห์ประเมินว่ายุโรปอาจต้องจัดหา LNG เพิ่มราว 180 เที่ยวเรือเมื่อเทียบกับปีก่อนเพื่อเติมคลังให้เพียงพอ แต่สมการดังกล่าวยิ่งยากขึ้นเมื่อราคาตลาดเอเชียปรับตัวสูงและดึงดูดเที่ยวเรือที่เดิมอาจมุ่งหน้าไปยุโรป
ข้อมูลติดตามเรือเบื้องต้นของ LSEG ระบุว่า สัดส่วน LNG ส่งออกจากสหรัฐฯ ที่ไปยุโรปลดลงเหลือต่ำกว่า 42% ในเดือนมิถุนายน จากเดิมที่ยุโรปเคยรับมากกว่าครึ่งหนึ่งของการส่งออก LNG สหรัฐฯ รายเดือน ขณะเดียวกัน อียิปต์นำเข้า LNG จากสหรัฐฯ สูงเป็นประวัติการณ์ที่ 1.06 ล้านตัน และตลาดเอเชียก็เข้ามาแข่งขันแย่งสินค้าเพิ่มขึ้น
พูดง่าย ๆ คือ ยุโรปไม่ได้เพียงต้องซื้อก๊าซในราคาแพงขึ้น แต่ยังต้องแข่งขันกับผู้ซื้อรายอื่นเพื่อให้ได้สินค้าเข้ามาเติมคลังด้วย
ยุโรปยังมีปัจจัยช่วยพยุงตลาดหลายด้าน ทั้งโครงสร้างพื้นฐานนำเข้าที่หลากหลาย การส่งก๊าซผ่านท่อจากนอร์เวย์ การลดการใช้พลังงาน และการผลิตไฟฟ้าจากลมกับแสงอาทิตย์ที่เพิ่มขึ้น โดยในปี 2026 การผลิตไฟฟ้ารวมจากพลังงานลมและแสงอาทิตย์ของยุโรปมีแนวโน้มสูงกว่าการผลิตจากโรงไฟฟ้าก๊าซเป็นระยะเวลายาวนานที่สุดเป็นประวัติการณ์
ปัจจัยเหล่านี้ช่วยลดโอกาสเกิดการปันส่วนก๊าซหรือภาวะขาดแคลนแบบฉับพลัน Reuters ประเมินว่า คำถามสำคัญของยุโรปกำลังเปลี่ยนจาก “จะหาก๊าซได้พอหรือไม่” ไปเป็น “ต้องจ่ายแพงและเผชิญความผันผวนเพียงใดจึงจะได้ก๊าซมา”
อย่างไรก็ตาม แหล่งนำเข้าที่หลากหลายไม่ได้ทำให้ก๊าซที่หายไปจากเส้นทางฮอร์มุซกลับคืนมา และไม่ได้เติมคลังสำรองที่ยังต่ำกว่าปกติ หากการขาดแคลน LNG ยืดเยื้อ ยุโรปก็ยังมีความเสี่ยงต่อราคาที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
ผลกระทบระยะใกล้ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือค่าไฟฟ้าและค่าพลังงานของครัวเรือนกับภาคอุตสาหกรรมที่อาจสูงขึ้น หากตลาดยังตึงตัว รัฐบาลและบริษัทพลังงานมีแนวโน้มขอความร่วมมือให้ผู้บริโภคลดการใช้พลังงาน
ฤดูหนาวที่หนาวจัดจะทำให้ยุโรปต้องดึงก๊าซออกจากคลังในอัตราที่เร็วขึ้น ทั้งที่ระดับตั้งต้นต่ำอยู่แล้ว จึงอาจเกิดแรงกระชากของราคาเป็นช่วง ๆ แต่หากฤดูหนาวไม่รุนแรง ผู้บริโภคลดการใช้ก๊าซต่อเนื่อง หรือช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดและเรือ LNG สามารถเดินทางได้อย่างน่าเชื่อถือ ความเสี่ยงจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ยุโรปยังต้องรับมือกับความเสี่ยงจากสภาพอากาศสุดขั้วไปพร้อมกัน คลื่นความร้อนทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ขณะที่ภัยแล้งอาจจำกัดการผลิตไฟฟ้าที่ต้องใช้น้ำและกระทบการทำงานของโครงข่ายไฟฟ้า
กรณีของโรมาเนียสะท้อนความเสี่ยงนี้ได้ชัดเจน ระดับน้ำในแม่น้ำดานูบที่ลดลงจนทำสถิติส่งผลให้ผู้ดำเนินการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ต้องตัดเครื่องปฏิกรณ์ที่ยังเดินเครื่องอยู่เพียงเครื่องเดียวออกจากระบบ และรัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน เหตุขัดข้องจากสภาพอากาศเช่นนี้อาจทำให้ต้องพึ่งพาโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิลมากขึ้น ในช่วงที่ก๊าซมีราคาแพงและหาได้ยาก
ยุโรปยังอาจหลีกเลี่ยงภาวะฉุกเฉินด้านอุปทานได้ หาก LNG จากเส้นทางอื่นยังไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง สภาพอากาศไม่รุนแรง ผู้บริโภคและภาคธุรกิจลดความต้องการใช้ก๊าซได้ และไม่มีเหตุขัดข้องครั้งใหญ่เพิ่มเติม
แต่หลักฐานในขณะนี้ชี้ว่า ยุโรปกำลังเข้าสู่ฤดูหนาวด้วยความเสี่ยงสูงต่อ ช็อกราคาและความผันผวนของตลาด โดยเฉพาะเยอรมนี ซึ่งต้องเร่งเติมคลังในช่วงที่กำลังแข่งขันกับเอเชียเพื่อซื้อ LNG และยังไม่สามารถสรุปได้ว่าทวีปยุโรปจะเผชิญภาวะก๊าซขาดแคลนทั่วทั้งภูมิภาคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้