รายงานเกี่ยวกับคดีระบุว่า ข้อหาทั้ง 8 กระทงครอบคลุมการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ การฉ้อโกงระดมทุน การรับเงินฝากจากประชาชนโดยมิชอบ การฉ้อโกง การให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่หรือนิติบุคคล การปล่อยกู้โดยผิดกฎหมาย และการออกหลักทรัพย์โดยฉ้อฉล นอกจากนี้ รายงานคำพิพากษายังกล่าวถึงการเปิดเผยข้อมูลสำคัญโดยมิชอบด้วย
ศาลระบุว่าการกระทำดังกล่าวสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญและก่อให้เกิดผลกระทบต่อสังคม โดยในระหว่างการพิจารณาคดีที่เมืองเซินเจิ้นเมื่อเดือนเมษายน ฮุยรับสารภาพและแสดงความสำนึกผิด
บทลงโทษหลักของฮุยมี 3 ส่วน ได้แก่
นอกจากนั้น ศาลยังมีคำสั่งปรับบริษัทที่เกี่ยวข้อง โดย Evergrande Group ถูกปรับ 8.82 พันล้านหยวน ส่วน Hengda Real Estate ซึ่งเป็นหน่วยดำเนินงานในจีนแผ่นดินใหญ่ ถูกปรับ 7 พันล้านหยวน รวมเป็น 15.82 พันล้านหยวน หรือรายงานว่าอยู่ที่ประมาณ 2.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ผู้บริหารอีก 5 คนได้รับโทษจำคุกตั้งแต่ 6 ถึง 18 ปี
เส้นทางของฮุยเติบโตไปพร้อมกับการขยายตัวของเมืองและตลาดอสังหาริมทรัพย์จีน เขามาจากครอบครัวฐานะไม่มากนัก เข้าสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในช่วงยุคปฏิรูปเศรษฐกิจ และก่อตั้ง Evergrande ที่เมืองกว่างโจวในปี 1996
บริษัทขยายธุรกิจไปทั่วประเทศด้วยการซื้อที่ดินอย่างก้าวร้าว การก่อสร้างอย่างรวดเร็ว การกู้ยืมจำนวนมาก และระบบ ขายบ้านล่วงหน้า ซึ่งผู้ซื้อชำระเงินก่อนที่โครงการจะก่อสร้างเสร็จ วิธีนี้ช่วยให้ Evergrande กลายเป็นหนึ่งในบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่สุดของจีน แต่ในเวลาเดียวกันก็ทำให้บริษัทต้องพึ่งพายอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การกู้เงินใหม่มาชำระหนี้เดิม และความเชื่อมั่นของผู้ซื้อ
ยิ่งบริษัทขยายโครงการได้มาก ภาระหนี้ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย เมื่อยอดขายและแหล่งเงินทุนเริ่มชะลอตัว กลไกที่เคยเร่งการเติบโตจึงกลายเป็นจุดเปราะบางของบริษัท
ประเด็นสำคัญส่วนหนึ่งของคดีอาญาคือข้อกล่าวหาเรื่องการใช้หรือนำเงินที่ผู้ซื้อจ่ายล่วงหน้าสำหรับบ้านไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ในช่วงปี 2016-2021 ในระบบขายบ้านล่วงหน้า เงินที่เก็บก่อนโครงการสร้างเสร็จควรนำไปสนับสนุนการก่อสร้างและภาระผูกพันอื่นของบริษัท
แต่หากเงินก้อนดังกล่าวถูกนำไปซื้อที่ดิน ชำระหนี้ หรือขยายธุรกิจเพิ่มเติม บริษัทจะยิ่งเสี่ยงเมื่อยอดขายลดลงหรือการกู้ยืมสะดุด
ความเปราะบางนี้รุนแรงขึ้นเมื่อความต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์จีนอ่อนตัวและเงื่อนไขสินเชื่อตึงตัว Evergrande ผิดนัดชำระหนี้ในปี 2021 โดยมีหนี้สินมากกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เปลี่ยนปัญหาหนี้ของบริษัทให้กลายเป็นวิกฤตตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ
ความพยายามปรับโครงสร้างหนี้ของ Evergrande ไม่สามารถนำไปสู่แผนที่ดำเนินการได้ ในเดือนมกราคม 2024 ศาลสูงฮ่องกงมีคำสั่งให้บริษัทเข้าสู่กระบวนการชำระบัญชี หลังบริษัทไม่สามารถเสนอแผนปรับโครงสร้างหนี้นอกชายฝั่งที่มีความเป็นไปได้
การซื้อขายหุ้น Evergrande ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงถูกระงับตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2024 ต่อมาตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงยกเลิกการจดทะเบียนหุ้นของบริษัท โดยมีผลวันที่ 25 สิงหาคม 2025 การถอดออกจากตลาดทำให้ตลาดซื้อขายหุ้นสาธารณะของบริษัทสิ้นสุดลง และเป็นอีกหมุดหมายสำคัญของการล่มสลาย
คำพิพากษาคดีอาญาทำหน้าที่ระบุความรับผิดจากการกระทำที่อยู่ในสำนวนคดี แต่ไม่ได้สร้างทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมาเพื่อชำระหนี้ทั้งหมด และไม่ได้ทำให้โครงการที่ก่อสร้างค้างอยู่เสร็จสมบูรณ์โดยอัตโนมัติ
เจ้าหนี้จึงยังต้องพึ่งพากระบวนการชำระบัญชีและการขายหรือเรียกคืนทรัพย์สิน ขณะที่โครงการที่สร้างไม่เสร็จ ผู้รับเหมา ซัพพลายเออร์ และผู้ซื้อบ้านยังเป็นประเด็นสำคัญ
ผลกระทบของ Evergrande ยังขยายไปไกลกว่าบริษัทเดียว การล่มสลายของบริษัทกลายเป็นภาพแทนของวิกฤตอสังหาริมทรัพย์จีนที่ยืดเยื้อ ทำให้ความเชื่อมั่นต่อการซื้อบ้านล่วงหน้าและบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เอกชนลดลง กดดันภาคก่อสร้างและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกระทบรายได้จากการขายที่ดินซึ่งรัฐบาลท้องถิ่นหลายแห่งเคยพึ่งพา
ภาคอสังหาริมทรัพย์จึงเคลื่อนไปสู่การรวมตัวรอบบริษัทที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่งกว่า ซึ่งหลายแห่งมีรัฐเป็นผู้สนับสนุน มากกว่าจะกลับไปใช้รูปแบบการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยหนี้ในอดีต
บทลงโทษตลอดชีวิตของฮุยจึงปิดฉากบทหนึ่งที่มองเห็นได้ชัดเจน นั่นคือการดำเนินคดีกับผู้ก่อตั้งบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีหนี้มากที่สุดในโลก แต่สำหรับผู้ที่ยังรอบ้าน เงินชำระหนี้ หรือการกู้คืนเงินลงทุน เรื่องราวทางการเงินของ Evergrande ยังไม่จบลง