ฟันตัดข้างบนที่มี microdontia, รูปร่างแบบ peg-shaped หรือไม่มีฟัน อาจเป็นการแสดงออกที่แตกต่างกันของความผิดปกติด้านพัฒนาการเดียวกันในบริเวณนั้น แนวคิดนี้เรียกว่า genetic หรือ developmental-field theory โดยความผิดปกติของฟันหลายชนิดจึงอาจเกิดร่วมกันได้
รากฟันตัดข้างบนที่อยู่ในตำแหน่งเหมาะสมและมีรูปร่างเพียงพออาจช่วยนำทางเขี้ยวที่กำลังขึ้น หากฟันตัดข้างบนหายไป มีขนาดเล็ก หรือมีรูปร่างผิดปกติ แนวทางเฉพาะที่นี้อาจลดประสิทธิภาพลง ทำให้เขี้ยวเคลื่อนออกจากแนวปกติ โดยเฉพาะการเคลื่อนไปทางเพดานปากได้ง่ายขึ้น
อย่างไรก็ตาม กลไกดังกล่าวเป็นคำอธิบายที่มีความเป็นไปได้ทางชีววิทยา ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่าฟันตัดข้างบนซี่เล็กเป็นสาเหตุเพียงประการเดียวของเขี้ยวคุด
ควรแยกคำว่า microdontia หรือฟันมีขนาดเล็ก ออกจาก agenesis หรือภาวะไม่มีฟันให้ชัดเจน ความสัมพันธ์กับเขี้ยวบนคุดมีหลักฐานเด่นชัดเป็นพิเศษในกรณีฟันตัดข้างบนหายไปและฟันตัดแบบ peg-shaped ส่วนหลักฐานสำหรับการมีเพียงความกว้างด้าน mesiodistal ที่ลดลงยังไม่สม่ำเสมอ
งานศึกษาหนึ่งเสนอว่า microdontia อาจเป็นรูปแบบที่รุนแรงน้อยกว่าของความผิดปกติด้านพัฒนาการเดียวกับ agenesis แต่ในกลุ่มตัวอย่างนั้นไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญของเขี้ยวคุดระหว่างกลุ่ม จึงไม่ควรใช้คำว่า “ฟันตัดข้างบนซี่เล็ก” และ “ไม่มีฟันตัดข้างบน” แทนกันโดยอัตโนมัติ
ความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนพบมากขึ้นใน Class III อาจสะท้อนตัวแปรอื่นร่วมด้วย เช่น
โดยภาพรวม การคุดของเขี้ยวเป็นภาวะหลายปัจจัย ปัจจัยเฉพาะที่ เช่น เขี้ยวน้ำนมค้าง การหดแคบของแนวโค้งฟัน ฟันเกิน และ odontoma มีบทบาทสำคัญ ขณะที่ความโน้มเอียงทางพันธุกรรมอาจเป็นปัจจัยเสริม
ในผู้ป่วย Class III ที่พบฟันตัดข้างบนแบบ peg-shaped, microdontia หรือ agenesis ควรถือว่าเป็นกลุ่มที่ มีความเสี่ยงสูงขึ้นต่อการขึ้นผิดตำแหน่งของเขี้ยวบน แต่เหตุผลหลักควรอยู่ที่ความผิดปกติของฟันตัดข้างบนและสภาพแวดล้อมเฉพาะที่ ไม่ใช่การวินิจฉัย Class III เพียงอย่างเดียว
ควรประเมินตำแหน่งเขี้ยวตั้งแต่ระยะต้นด้วยภาพรังสีพาโนรามา หากยังระบุตำแหน่งได้ไม่ชัด มีข้อกังวลเรื่องการละลายของรากฟันข้างเคียง หรือจำเป็นต้องวางแผนการรักษาอย่างละเอียด อาจพิจารณา CBCT ขอบเขตจำกัด เฉพาะเมื่อผลตรวจจะเปลี่ยนการตัดสินใจทางคลินิก