แต่ตุรกีปฏิเสธคำกล่าวอ้างดังกล่าว รวมถึงข้อกล่าวหาว่ากองกำลังตุรกีอยู่ที่ฐานแล้ว โดยอังการาระบุว่าข้ออ้างของอิสราเอลถูกใช้เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการโจมตีอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของซีเรีย
ประเด็นสำคัญคือ บทบาทของตุรกีที่ถูกพูดถึงยังเป็นแผนการในอนาคต ไม่ใช่การประจำการที่เกิดขึ้นจริง อาบู อัล-ดูฮูร์ยังไม่เปิดใช้งาน ขณะที่ตุรกีมีกำลังทหารอยู่แล้วที่ฐานทัพใกล้เคียงอย่างตัฟตานาซ ดังนั้น การโจมตีฐานที่ยังไม่ปฏิบัติการจึงเสี่ยงเปลี่ยนข้อพิพาททางการเมืองและความมั่นคงให้กลายเป็นเหตุปะทะทางทหาร
ทอม บาร์แร็ก ซึ่งเป็นทั้งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำตุรกีและผู้แทนพิเศษด้านซีเรียและอิรักของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกการโจมตีว่าเป็น “การยกระดับความขัดแย้งโดยไม่จำเป็น” และเตือนว่าปฏิบัติการนี้มีความเสี่ยงจริงที่จะพัฒนาเป็นการเผชิญหน้าโดยตรงระหว่างอิสราเอล ตุรกี และซีเรีย
เหตุผลไม่ได้อยู่ที่ฐานอาบู อัล-ดูฮูร์มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์เพียงใด แต่อยู่ที่ความเสี่ยงจากการคำนวณผิดพลาด ตามคำอธิบายของบาร์แร็ก กองกำลังตุรกีอาจไม่รู้ว่าเครื่องบินอิสราเอลกำลังเดินทางไปยังฐานดังกล่าว และไม่ทราบว่าภารกิจมีเป้าหมายอะไร หากเห็นเครื่องบินรบมุ่งหน้าเข้ามาโดยไม่มีคำเตือน ก็อาจเชื่อว่าตนเองกำลังถูกโจมตีและตัดสินใจส่งเครื่องบินขับไล่ขึ้นสกัด
ในทางทหาร “ช่องทางลดความเสี่ยงการปะทะ” หรือ deconfliction channel มีไว้เพื่อให้คู่ขัดแย้งแจ้งเตือนกันและแยกการเคลื่อนไหวของกองกำลังออกจากกัน แต่ในสถานการณ์นี้ยังไม่มีระบบสื่อสารระหว่างอิสราเอล ตุรกี และซีเรียที่น่าเชื่อถือเพียงพอ การโจมตีสถานที่ซึ่งคณะทหารตุรกีเพิ่งเข้าตรวจจึงอาจจุดชนวนปฏิกิริยาตอบโต้ต่อเนื่องได้อย่างรวดเร็ว
ตุรกียังคงกระชับความสัมพันธ์กับรัฐบาลหลังยุคบาชาร์ อัล-อัสซาดของประธานาธิบดีอาห์เหม็ด อัล-ชารา และมีรายงานว่าประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอันมีกำหนดเยือนดามัสกัส ประเด็นฐานทัพแห่งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องการวางกำลัง แต่ยังเกี่ยวข้องกับบทบาทที่ตุรกีต้องการมีต่ออนาคตของซีเรีย
เจ้าหน้าที่ตุรกีและรายงานบางส่วนมองว่า นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูอาจกำลังใช้ความตึงเครียดกับแอร์โดอันเป็นส่วนหนึ่งของการเมืองภายในอิสราเอล ก่อนการเลือกตั้งวันที่ 27 ตุลาคม โดยแคมเปญของเนทันยาฮูนำเสนอแอร์โดอันในฐานะคู่แข่งหรือศัตรูทางการเมือง อย่างไรก็ตาม ข้อสันนิษฐานเรื่องแรงจูงใจด้านการเลือกตั้งเป็นการวิเคราะห์ทางการเมือง ยังไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว
ตุรกีเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต ขณะที่แอร์โดอันมีความสัมพันธ์ที่มีนัยสำคัญกับประธานาธิบดีทรัมป์ หากตุรกีตอบโต้การโจมตีของอิสราเอล สหรัฐฯ อาจต้องรับมือกับวิกฤตระหว่างพันธมิตรสำคัญสองประเทศในเวลาเดียวกัน
สถานการณ์ยิ่งละเอียดอ่อน เพราะวอชิงตันกำลังวิพากษ์วิจารณ์การดำเนินงานของอิสราเอลต่อเนื่อง ท่ามกลางปฏิบัติการทางทหารในกาซา เลบานอน และพื้นที่ตอนใต้ของซีเรียอยู่แล้ว ทั้งรัฐบาลซีเรียและตุรกีต่างประณามการโจมตีอาบู อัล-ดูฮูร์
บาร์แร็กระบุว่าสหรัฐฯ สนับสนุนการใช้ถ้อยแถลงและการเจรจาอย่างมีเหตุผลมากกว่าการเพิ่มเหตุการณ์ทางทหาร พร้อมผลักดันการเจรจาอย่างไม่เปิดเผยเพื่อฟื้นกลไกป้องกันความขัดแย้ง ซึ่งอาจรวมถึงตุรกีด้วย
การโจมตีครั้งนี้ทำให้รันเวย์และพื้นที่จัดเก็บของฐานที่ไม่ได้ใช้งานได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต จุดที่น่ากังวลสำหรับสหรัฐฯ จึงไม่ใช่การสูญเสียฐานทัพที่มีบทบาทสำคัญในทันที หากเป็นการที่อิสราเอลเลือกส่งสัญญาณเตือนไปยังตุรกีผ่านปฏิบัติการทางทหาร โดยไม่มีช่องทางสื่อสารที่มั่นคงรองรับ
หากฝ่ายตุรกีเข้าใจผิดว่าเครื่องบินอิสราเอลกำลังโจมตีตนเอง การตอบโต้เพียงครั้งเดียวอาจทำให้เหตุการณ์ขยายจากการโจมตีเป้าหมายในซีเรีย ไปสู่การเผชิญหน้าโดยตรงระหว่างอิสราเอล ตุรกี และซีเรียได้ นี่คือเหตุผลที่บาร์แร็กมองว่าปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการยกระดับที่ไม่จำเป็น และเตือนว่าความผิดพลาดเพียงชั่วขณะอาจทำให้ความขัดแย้งระดับภูมิภาคที่เปราะบางอยู่แล้วลุกลามยิ่งขึ้น