คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ จำนวนบุคลากรสุขภาพทั่วโลกเพิ่มจาก 40.9 ล้านคนในปี 1990 เป็น 122.1 ล้านคนในปี 2023 หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า [1] ผู้หญิงคิดเป็นราว 68.9% ของบุคลากรสุขภาพทั้งหมด แต่ยังมีสัดส่วนสูงในงานพยาบาล ผดุงครรภ์ และงานดูแลที่มักมีค่าตอบแทน สถานะ และโอกาสเป็นผู้นำน้อยกว่า [1][37] การวิเคราะห์จาก Lancet Public Health ประเมินว่าโลกต้องการบุคลากรเพิ่มอีก 34.4 ล้านคน เพื่อให้คะแนนดัชนีความครอบคลุมบริการสุขภาพถ้วนหน้าอยู่ที่ 80 จาก 100 [1] เอเชียใต้มีจำนวนบุคลากรที่ขาดแคลนมากที่สุดในเชิงตัวเลข ราว 13.6 ล้านคน ขณะที่แอฟริกาใต้ทะเลทรายซาฮารามีความหนาแน่นบุคลากรต่ำที่สุดในเกือบทุกสาขา [1] How has the global health workforce changed from 1990 to 2023—particularly through women’s contribution and their concentration in lower pai AI-generated editorial hero image for How has the global health workforce changed from 1990 to 2023—particularly through women’s contribution and their concentration in lower pai. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How has the global health workforce changed from 1990 to 2023—particularly through women’s contribution and their concentration in lower pai. Article summary: The global health workforce nearly tripled from 40.9 million in 1990 to 122.1 million in 2023, but growth did not produce an equitable or sufficiently large workforce for universal health coverage (UHC).. Topic tags: general web, regulation, benchmarks, growth, finance. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fak
openai.com โลกมีบุคลากรสุขภาพมากขึ้น แต่ยังไม่เพียงพอ
ในช่วง 33 ปีที่ผ่านมา จำนวนบุคลากรสุขภาพทั่วโลกเพิ่มจาก 40.9 ล้านคนในปี 1990 เป็น 122.1 ล้านคนในปี 2023 เพิ่มขึ้น 81.2 ล้านคน หรือราว 198.5% ครอบคลุมบุคลากรสุขภาพ 20 กลุ่มวิชาชีพ
ในปี 2023 โลกมีแพทย์ประมาณ 15.1 ล้านคน พยาบาล 33.2 ล้านคน และผดุงครรภ์ 2.4 ล้านคน แต่การเติบโตดังกล่าวยังไม่ได้แปลว่าแต่ละประเทศมีบุคลากรเพียงพอ หรือประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพได้อย่างเท่าเทียม
ผู้หญิงขับเคลื่อนการขยายตัว แต่ยังไม่ได้มีอำนาจเท่าเทียม
ผู้หญิงมีสัดส่วนประมาณ 68.9% ของบุคลากรสุขภาพทั่วโลก การมีส่วนร่วมของผู้หญิงจึงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเพิ่มจำนวนบุคลากรตลอดช่วงเวลาที่ศึกษา
อย่างไรก็ตาม จำนวนที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายถึงอำนาจในวิชาชีพที่เพิ่มขึ้นในระดับเดียวกัน ผู้หญิงมีสัดส่วนสูงในงานพยาบาล ผดุงครรภ์ และบุคลากรสุขภาพชุมชน ขณะที่มีสัดส่วนน้อยกว่าในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับค่าตอบแทน อำนาจการตัดสินใจ และการบริหารจัดการ
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "บุคลากรสุขภาพโลกเพิ่มเกือบ 3 เท่า แต่ผู้หญิงยังติดอยู่ในงานค่าตอบแทนต่ำ" คืออะไร จำนวนบุคลากรสุขภาพทั่วโลกเพิ่มจาก 40.9 ล้านคนในปี 1990 เป็น 122.1 ล้านคนในปี 2023 หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า [1]
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? จำนวนบุคลากรสุขภาพทั่วโลกเพิ่มจาก 40.9 ล้านคนในปี 1990 เป็น 122.1 ล้านคนในปี 2023 หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า [1] ผู้หญิงคิดเป็นราว 68.9% ของบุคลากรสุขภาพทั้งหมด แต่ยังมีสัดส่วนสูงในงานพยาบาล ผดุงครรภ์ และงานดูแลที่มักมีค่าตอบแทน สถานะ และโอกาสเป็นผู้นำน้อยกว่า [1][37]
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? การวิเคราะห์จาก Lancet Public Health ประเมินว่าโลกต้องการบุคลากรเพิ่มอีก 34.4 ล้านคน เพื่อให้คะแนนดัชนีความครอบคลุมบริการสุขภาพถ้วนหน้าอยู่ที่ 80 จาก 100 [1]
คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ จำนวนบุคลากรสุขภาพทั่วโลกเพิ่มจาก 40.9 ล้านคนในปี 1990 เป็น 122.1 ล้านคนในปี 2023 หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า [1] ผู้หญิงคิดเป็นราว 68.9% ของบุคลากรสุขภาพทั้งหมด แต่ยังมีสัดส่วนสูงในงานพยาบาล ผดุงครรภ์ และงานดูแลที่มักมีค่าตอบแทน สถานะ และโอกาสเป็นผู้นำน้อยกว่า [1][37] การวิเคราะห์จาก Lancet Public Health ประเมินว่าโลกต้องการบุคลากรเพิ่มอีก 34.4 ล้านคน เพื่อให้คะแนนดัชนีความครอบคลุมบริการสุขภาพถ้วนหน้าอยู่ที่ 80 จาก 100 [1] เอเชียใต้มีจำนวนบุคลากรที่ขาดแคลนมากที่สุดในเชิงตัวเลข ราว 13.6 ล้านคน ขณะที่แอฟริกาใต้ทะเลทรายซาฮารามีความหนาแน่นบุคลากรต่ำที่สุดในเกือบทุกสาขา [1] How has the global health workforce changed from 1990 to 2023—particularly through women’s contribution and their concentration in lower pai AI-generated editorial hero image for How has the global health workforce changed from 1990 to 2023—particularly through women’s contribution and their concentration in lower pai. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How has the global health workforce changed from 1990 to 2023—particularly through women’s contribution and their concentration in lower pai. Article summary: The global health workforce nearly tripled from 40.9 million in 1990 to 122.1 million in 2023, but growth did not produce an equitable or sufficiently large workforce for universal health coverage (UHC).. Topic tags: general web, regulation, benchmarks, growth, finance. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fak
openai.com โลกมีบุคลากรสุขภาพมากขึ้น แต่ยังไม่เพียงพอ
ในช่วง 33 ปีที่ผ่านมา จำนวนบุคลากรสุขภาพทั่วโลกเพิ่มจาก 40.9 ล้านคนในปี 1990 เป็น 122.1 ล้านคนในปี 2023 เพิ่มขึ้น 81.2 ล้านคน หรือราว 198.5% ครอบคลุมบุคลากรสุขภาพ 20 กลุ่มวิชาชีพ
ในปี 2023 โลกมีแพทย์ประมาณ 15.1 ล้านคน พยาบาล 33.2 ล้านคน และผดุงครรภ์ 2.4 ล้านคน แต่การเติบโตดังกล่าวยังไม่ได้แปลว่าแต่ละประเทศมีบุคลากรเพียงพอ หรือประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพได้อย่างเท่าเทียม
ผู้หญิงขับเคลื่อนการขยายตัว แต่ยังไม่ได้มีอำนาจเท่าเทียม
ผู้หญิงมีสัดส่วนประมาณ 68.9% ของบุคลากรสุขภาพทั่วโลก การมีส่วนร่วมของผู้หญิงจึงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเพิ่มจำนวนบุคลากรตลอดช่วงเวลาที่ศึกษา
อย่างไรก็ตาม จำนวนที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายถึงอำนาจในวิชาชีพที่เพิ่มขึ้นในระดับเดียวกัน ผู้หญิงมีสัดส่วนสูงในงานพยาบาล ผดุงครรภ์ และบุคลากรสุขภาพชุมชน ขณะที่มีสัดส่วนน้อยกว่าในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับค่าตอบแทน อำนาจการตัดสินใจ และการบริหารจัดการ
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "บุคลากรสุขภาพโลกเพิ่มเกือบ 3 เท่า แต่ผู้หญิงยังติดอยู่ในงานค่าตอบแทนต่ำ" คืออะไร จำนวนบุคลากรสุขภาพทั่วโลกเพิ่มจาก 40.9 ล้านคนในปี 1990 เป็น 122.1 ล้านคนในปี 2023 หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า [1]
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? จำนวนบุคลากรสุขภาพทั่วโลกเพิ่มจาก 40.9 ล้านคนในปี 1990 เป็น 122.1 ล้านคนในปี 2023 หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า [1] ผู้หญิงคิดเป็นราว 68.9% ของบุคลากรสุขภาพทั้งหมด แต่ยังมีสัดส่วนสูงในงานพยาบาล ผดุงครรภ์ และงานดูแลที่มักมีค่าตอบแทน สถานะ และโอกาสเป็นผู้นำน้อยกว่า [1][37]
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? การวิเคราะห์จาก Lancet Public Health ประเมินว่าโลกต้องการบุคลากรเพิ่มอีก 34.4 ล้านคน เพื่อให้คะแนนดัชนีความครอบคลุมบริการสุขภาพถ้วนหน้าอยู่ที่ 80 จาก 100 [1]
ข้อมูลจากการวิเคราะห์จำแนกตามเพศระบุว่า ผู้หญิงคิดเป็น 43.9% ของแพทย์ แต่มีสัดส่วนถึง 80.7% ในกลุ่มพยาบาล 96.0% ในกลุ่มผดุงครรภ์ และ 89.5% ในกลุ่มบุคลากรสุขภาพชุมชน ภาพรวมนี้สะท้อนการแบ่งงานตามเพศอย่างเป็นระบบ และชี้ว่าโลกยังใช้ศักยภาพด้านวิชาชีพและภาวะผู้นำของผู้หญิงได้ไม่เต็มที่
ทำไมโลกยังต้องการบุคลากรเพิ่มอีก 34.4 ล้านคน การวิเคราะห์ของ The Lancet Public Health โดยใช้ข้อมูลจาก Global Burden of Disease หรือ GBD 2023 ประเมินว่า โลกต้องการแพทย์ พยาบาล ผดุงครรภ์ ทันตแพทย์ และเภสัชกรเพิ่มอีก 34.4 ล้านคน เพื่อให้บรรลุคะแนน 80 จาก 100 ในดัชนีความครอบคลุมบริการสุขภาพถ้วนหน้า หรือ UHC effective-coverage index ซึ่งเป็นระดับเป้าหมายปานกลาง ไม่ใช่ระดับสูงสุด
ตัวเลขนี้ไม่ใช่การนับตำแหน่งงานว่างทั่วโลก แต่เป็นค่าประมาณที่เชื่อมโยงกับการให้บริการ โดยศึกษาความหนาแน่นของบุคลากรในประเทศที่ทำคะแนน UHC ได้ถึงระดับ 80 แล้วนำมาใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิง
การศึกษาก่อนหน้านี้ประเมินว่า การจะไปถึงคะแนน UHC ระดับเดียวกันต้องมีบุคลากรอย่างน้อยต่อประชากร 10,000 คน ได้แก่ แพทย์ 20.7 คน พยาบาลและผดุงครรภ์รวมกัน 70.6 คน บุคลากรทันตกรรม 8.2 คน และบุคลากรเภสัชกรรม 9.4 คน
ส่วนการวิเคราะห์ GBD 2023 ใช้ข้อมูลและวิธีประเมินที่ปรับปรุงใหม่ โดยพบว่าต้องการแพทย์เพิ่มอีกประมาณ 7.1 ล้านคน ทั่วโลก ดังนั้น ตัวเลข 34.4 ล้านคนควรเข้าใจว่าเป็นค่าประมาณเชิงแบบจำลองที่มีความไม่แน่นอน ไม่ใช่สูตรกำลังคนตายตัวที่ใช้เหมือนกันได้กับทุกประเทศ
ภูมิภาคไหนขาดแคลนมากที่สุด เอเชียใต้ มีจำนวนบุคลากรที่ขาดแคลนมากที่สุดในเชิงตัวเลข โดยต้องการบุคลากรใน 5 กลุ่มที่ศึกษาเพิ่มราว 13.6 ล้านคน ปัจจัยสำคัญคือจำนวนประชากรที่มาก ทำให้ช่องว่างรวมมีขนาดใหญ่ แม้ความท้าทายของแต่ละประเทศจะแตกต่างกัน
ขณะเดียวกัน แอฟริกาใต้ทะเลทรายซาฮารา มีความหนาแน่นบุคลากรสุขภาพต่ำที่สุดในเกือบทุกกลุ่มวิชาชีพ โดยมีบุคลากรสุขภาพชุมชนเป็นข้อยกเว้น ส่วนประเทศรายได้สูงมีความหนาแน่นบุคลากรสูงที่สุด
กล่าวโดยสรุป เอเชียใต้เผชิญปัญหาการขาดแคลนจำนวนมากเมื่อวัดเป็นตัวเลขรวม ขณะที่แอฟริกาใต้ทะเลทรายซาฮาราเผชิญปัญหาการมีบุคลากรน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรและความต้องการ ทั้งสองกรณีไม่อาจแก้ได้ด้วยการเพิ่มจำนวนบุคลากรทั่วโลกเพียงอย่างเดียว
เหตุใดตัวเลขนี้จึงต่างจากประมาณการของ WHO ตัวเลขขององค์การอนามัยโลก (WHO) กับตัวเลขจาก Lancet และ GBD ไม่ได้ตอบคำถามเดียวกัน และใช้คำนิยาม ช่วงเวลา กลุ่มวิชาชีพ และวิธีคำนวณที่แตกต่างกัน
WHO เคยรายงานว่า การขาดแคลนบุคลากรสุขภาพทั่วโลกลดจาก 20 ล้านคนในปี 2013 เหลือ 15 ล้านคนในปี 2020 และคาดว่าจะลดเหลือ 10 ล้านคนภายในปี 2030
ขณะที่ตัวเลข 34.4 ล้านคนจาก GBD ผูกกับเป้าหมายการบรรลุคะแนน UHC effective coverage ที่ 80 จาก 100 ครอบคลุมกลุ่มวิชาชีพที่กำหนดไว้ และใช้ความหนาแน่นของบุคลากรในประเทศที่ทำถึงเกณฑ์ดังกล่าวเป็นจุดอ้างอิง
ดังนั้น ตัวเลขของ WHO ที่ต่ำกว่าไม่ได้ขัดแย้งกับตัวเลขของ GBD โดยอัตโนมัติ แต่อาจสะท้อนช่องว่างคนละประเภท มาตรฐานการให้บริการคนละระดับ หรือกรอบเวลาที่ต่างกัน การนำตัวเลขมาเปรียบเทียบกันโดยไม่ปรับเป้าหมายและขอบเขตวิชาชีพให้ตรงกันอาจทำให้เข้าใจผิดได้
นโยบายที่จำเป็นไม่ได้มีแค่การผลิตคนเพิ่ม การขยายการศึกษาและการรับสมัครบุคลากรเป็นเรื่องจำเป็น แต่ไม่เพียงพอ หากระบบยังมีค่าจ้างต่ำ งานไม่มั่นคง ภาระงานสูง หรือไม่มีโอกาสเติบโต การรับคนเพิ่มอาจตามมาด้วยการลาออก การกระจายบุคลากรที่ไม่เป็นธรรม หรือการไหลออกไปทำงานในต่างประเทศ
ลงทุนต่อเนื่องในสถาบันการศึกษา อาจารย์ แหล่งฝึกปฏิบัติ และการกระจายบุคลากรอย่างเป็นธรรมระหว่างเมืองกับพื้นที่ชนบท ไม่ใช่เพิ่มจำนวนที่นั่งฝึกอบรมเพียงอย่างเดียว
ปรับปรุงค่าตอบแทน สภาพแวดล้อมการทำงาน ความปลอดภัย ภาระงาน ความก้าวหน้าในอาชีพ ระบบคุ้มครองทางสังคม และมาตรการรักษาบุคลากร โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลและพื้นที่ที่ขาดแคลน
ปฏิรูปอย่างคำนึงถึงมิติทางเพศ ทั้งการจ่ายค่าตอบแทนเท่าเทียมสำหรับงานที่มีคุณค่าเท่ากัน การป้องกันการเลือกปฏิบัติและการคุกคาม การสนับสนุนการดูแลบุตร เส้นทางอาชีพที่ยืดหยุ่น การเลื่อนตำแหน่งที่โปร่งใส และการมีผู้หญิงในตำแหน่งบริหารและกำหนดนโยบาย
วางแผนสัดส่วนทักษะให้สอดคล้องกับความต้องการของประชากร โดยเสริมบริการปฐมภูมิ พยาบาลและผดุงครรภ์ เภสัชกรรม สุขภาพช่องปาก บุคลากรสุขภาพชุมชน ระบบกำกับดูแล และระบบส่งต่อ ไม่ใช่เพิ่มจำนวนแพทย์เพียงด้านเดียว
โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่แค่การมีบุคลากรสุขภาพมากขึ้น แต่ต้องทำให้บุคลากรเหล่านั้นกระจายตัวอย่างเป็นธรรม ทำงานได้อย่างมีคุณภาพ และมีโอกาสก้าวหน้าโดยไม่ถูกจำกัดด้วยเพศหรือสถานะของวิชาชีพ โลกเพิ่มบุคลากรสุขภาพมากกว่า 80 ล้านคนตั้งแต่ปี 1990 แต่ความเหลื่อมล้ำด้านภูมิภาค การลงทุนที่ไม่เพียงพอ การรักษาคนไว้ในระบบที่อ่อนแอ และลำดับชั้นทางอาชีพตามเพศ ยังคงทำให้หลายประเทศห่างไกลจากขีดความสามารถที่จำเป็นต่อหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า
pmc.ncbi.nlm.nih.gov
Burden of 375 diseases and injuries, risk-attributable ... - PMC
ข้อมูลจากการวิเคราะห์จำแนกตามเพศระบุว่า ผู้หญิงคิดเป็น 43.9% ของแพทย์ แต่มีสัดส่วนถึง 80.7% ในกลุ่มพยาบาล 96.0% ในกลุ่มผดุงครรภ์ และ 89.5% ในกลุ่มบุคลากรสุขภาพชุมชน ภาพรวมนี้สะท้อนการแบ่งงานตามเพศอย่างเป็นระบบ และชี้ว่าโลกยังใช้ศักยภาพด้านวิชาชีพและภาวะผู้นำของผู้หญิงได้ไม่เต็มที่
ทำไมโลกยังต้องการบุคลากรเพิ่มอีก 34.4 ล้านคน การวิเคราะห์ของ The Lancet Public Health โดยใช้ข้อมูลจาก Global Burden of Disease หรือ GBD 2023 ประเมินว่า โลกต้องการแพทย์ พยาบาล ผดุงครรภ์ ทันตแพทย์ และเภสัชกรเพิ่มอีก 34.4 ล้านคน เพื่อให้บรรลุคะแนน 80 จาก 100 ในดัชนีความครอบคลุมบริการสุขภาพถ้วนหน้า หรือ UHC effective-coverage index ซึ่งเป็นระดับเป้าหมายปานกลาง ไม่ใช่ระดับสูงสุด
ตัวเลขนี้ไม่ใช่การนับตำแหน่งงานว่างทั่วโลก แต่เป็นค่าประมาณที่เชื่อมโยงกับการให้บริการ โดยศึกษาความหนาแน่นของบุคลากรในประเทศที่ทำคะแนน UHC ได้ถึงระดับ 80 แล้วนำมาใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิง
การศึกษาก่อนหน้านี้ประเมินว่า การจะไปถึงคะแนน UHC ระดับเดียวกันต้องมีบุคลากรอย่างน้อยต่อประชากร 10,000 คน ได้แก่ แพทย์ 20.7 คน พยาบาลและผดุงครรภ์รวมกัน 70.6 คน บุคลากรทันตกรรม 8.2 คน และบุคลากรเภสัชกรรม 9.4 คน
ส่วนการวิเคราะห์ GBD 2023 ใช้ข้อมูลและวิธีประเมินที่ปรับปรุงใหม่ โดยพบว่าต้องการแพทย์เพิ่มอีกประมาณ 7.1 ล้านคน ทั่วโลก ดังนั้น ตัวเลข 34.4 ล้านคนควรเข้าใจว่าเป็นค่าประมาณเชิงแบบจำลองที่มีความไม่แน่นอน ไม่ใช่สูตรกำลังคนตายตัวที่ใช้เหมือนกันได้กับทุกประเทศ
ภูมิภาคไหนขาดแคลนมากที่สุด เอเชียใต้ มีจำนวนบุคลากรที่ขาดแคลนมากที่สุดในเชิงตัวเลข โดยต้องการบุคลากรใน 5 กลุ่มที่ศึกษาเพิ่มราว 13.6 ล้านคน ปัจจัยสำคัญคือจำนวนประชากรที่มาก ทำให้ช่องว่างรวมมีขนาดใหญ่ แม้ความท้าทายของแต่ละประเทศจะแตกต่างกัน
ขณะเดียวกัน แอฟริกาใต้ทะเลทรายซาฮารา มีความหนาแน่นบุคลากรสุขภาพต่ำที่สุดในเกือบทุกกลุ่มวิชาชีพ โดยมีบุคลากรสุขภาพชุมชนเป็นข้อยกเว้น ส่วนประเทศรายได้สูงมีความหนาแน่นบุคลากรสูงที่สุด
กล่าวโดยสรุป เอเชียใต้เผชิญปัญหาการขาดแคลนจำนวนมากเมื่อวัดเป็นตัวเลขรวม ขณะที่แอฟริกาใต้ทะเลทรายซาฮาราเผชิญปัญหาการมีบุคลากรน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรและความต้องการ ทั้งสองกรณีไม่อาจแก้ได้ด้วยการเพิ่มจำนวนบุคลากรทั่วโลกเพียงอย่างเดียว
เหตุใดตัวเลขนี้จึงต่างจากประมาณการของ WHO ตัวเลขขององค์การอนามัยโลก (WHO) กับตัวเลขจาก Lancet และ GBD ไม่ได้ตอบคำถามเดียวกัน และใช้คำนิยาม ช่วงเวลา กลุ่มวิชาชีพ และวิธีคำนวณที่แตกต่างกัน
WHO เคยรายงานว่า การขาดแคลนบุคลากรสุขภาพทั่วโลกลดจาก 20 ล้านคนในปี 2013 เหลือ 15 ล้านคนในปี 2020 และคาดว่าจะลดเหลือ 10 ล้านคนภายในปี 2030
ขณะที่ตัวเลข 34.4 ล้านคนจาก GBD ผูกกับเป้าหมายการบรรลุคะแนน UHC effective coverage ที่ 80 จาก 100 ครอบคลุมกลุ่มวิชาชีพที่กำหนดไว้ และใช้ความหนาแน่นของบุคลากรในประเทศที่ทำถึงเกณฑ์ดังกล่าวเป็นจุดอ้างอิง
ดังนั้น ตัวเลขของ WHO ที่ต่ำกว่าไม่ได้ขัดแย้งกับตัวเลขของ GBD โดยอัตโนมัติ แต่อาจสะท้อนช่องว่างคนละประเภท มาตรฐานการให้บริการคนละระดับ หรือกรอบเวลาที่ต่างกัน การนำตัวเลขมาเปรียบเทียบกันโดยไม่ปรับเป้าหมายและขอบเขตวิชาชีพให้ตรงกันอาจทำให้เข้าใจผิดได้
นโยบายที่จำเป็นไม่ได้มีแค่การผลิตคนเพิ่ม การขยายการศึกษาและการรับสมัครบุคลากรเป็นเรื่องจำเป็น แต่ไม่เพียงพอ หากระบบยังมีค่าจ้างต่ำ งานไม่มั่นคง ภาระงานสูง หรือไม่มีโอกาสเติบโต การรับคนเพิ่มอาจตามมาด้วยการลาออก การกระจายบุคลากรที่ไม่เป็นธรรม หรือการไหลออกไปทำงานในต่างประเทศ
ลงทุนต่อเนื่องในสถาบันการศึกษา อาจารย์ แหล่งฝึกปฏิบัติ และการกระจายบุคลากรอย่างเป็นธรรมระหว่างเมืองกับพื้นที่ชนบท ไม่ใช่เพิ่มจำนวนที่นั่งฝึกอบรมเพียงอย่างเดียว
ปรับปรุงค่าตอบแทน สภาพแวดล้อมการทำงาน ความปลอดภัย ภาระงาน ความก้าวหน้าในอาชีพ ระบบคุ้มครองทางสังคม และมาตรการรักษาบุคลากร โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลและพื้นที่ที่ขาดแคลน
ปฏิรูปอย่างคำนึงถึงมิติทางเพศ ทั้งการจ่ายค่าตอบแทนเท่าเทียมสำหรับงานที่มีคุณค่าเท่ากัน การป้องกันการเลือกปฏิบัติและการคุกคาม การสนับสนุนการดูแลบุตร เส้นทางอาชีพที่ยืดหยุ่น การเลื่อนตำแหน่งที่โปร่งใส และการมีผู้หญิงในตำแหน่งบริหารและกำหนดนโยบาย
วางแผนสัดส่วนทักษะให้สอดคล้องกับความต้องการของประชากร โดยเสริมบริการปฐมภูมิ พยาบาลและผดุงครรภ์ เภสัชกรรม สุขภาพช่องปาก บุคลากรสุขภาพชุมชน ระบบกำกับดูแล และระบบส่งต่อ ไม่ใช่เพิ่มจำนวนแพทย์เพียงด้านเดียว
โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่แค่การมีบุคลากรสุขภาพมากขึ้น แต่ต้องทำให้บุคลากรเหล่านั้นกระจายตัวอย่างเป็นธรรม ทำงานได้อย่างมีคุณภาพ และมีโอกาสก้าวหน้าโดยไม่ถูกจำกัดด้วยเพศหรือสถานะของวิชาชีพ โลกเพิ่มบุคลากรสุขภาพมากกว่า 80 ล้านคนตั้งแต่ปี 1990 แต่ความเหลื่อมล้ำด้านภูมิภาค การลงทุนที่ไม่เพียงพอ การรักษาคนไว้ในระบบที่อ่อนแอ และลำดับชั้นทางอาชีพตามเพศ ยังคงทำให้หลายประเทศห่างไกลจากขีดความสามารถที่จำเป็นต่อหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า
pmc.ncbi.nlm.nih.gov
Burden of 375 diseases and injuries, risk-attributable ... - PMC