โฆษณาจะมุ่งไปที่ผู้ใช้แพ็กเกจ Free และ Go เท่านั้น ส่วนบัญชี Plus, Pro, Business, Enterprise และ Edu จะยังคงใช้งานแบบไม่มีโฆษณา
สำหรับผู้ใช้ Free และ Go สิ่งที่ควรแยกให้ออกคือ การปิดโฆษณาแบบปรับให้เหมาะกับบุคคล ไม่เท่ากับ การปิดโฆษณาทั้งหมด ผู้ใช้สามารถเข้าไปที่ Settings → Ad Controls เพื่อปิดการปรับโฆษณาตามข้อมูลผู้ใช้ได้ แต่โฆษณาที่เลือกจากหัวข้อหรือเจตนาของบทสนทนาปัจจุบันอาจยังปรากฏอยู่
หากต้องการประสบการณ์ที่ไม่มีโฆษณาโดยสิ้นเชิง ทางเลือกหลักคือการใช้แพ็กเกจแบบชำระเงินที่ไม่มีโฆษณา หากเปิดให้สมัครในพื้นที่นั้น
OpenAI ระบุว่าโฆษณาจะต้องติดป้ายอย่างชัดเจนว่าเป็น เนื้อหาสปอนเซอร์ และแยกออกจากคำตอบของ ChatGPT ด้วยรูปแบบการแสดงผลที่แตกต่างกัน โดยทั่วไปจะอยู่ใต้ส่วนท้ายของคำตอบ
บริษัทจะไม่ให้โฆษณาเข้ามาแทรกแซงการทำงานของโมเดล กล่าวคือ โฆษณาจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อชี้นำ จัดอันดับ หรือเปลี่ยนแปลงคำตอบที่ ChatGPT สร้างขึ้น
หลักการนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะโฆษณาควรเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่แยกต่างหาก ไม่ใช่คำแนะนำที่ถูกสอดแทรกเข้าไปในคำตอบ หรือคำสั่งที่ทำให้โมเดลตอบไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง
OpenAI ระบุว่าผู้ลงโฆษณาจะไม่สามารถเข้าถึงแชต ประวัติการสนทนา ความทรงจำ หรือรายละเอียดส่วนตัวของผู้ใช้ได้ บริษัทคาดว่าจะให้รายงานในลักษณะสรุปรวมและไม่ระบุตัวบุคคล เช่น จำนวนการแสดงผลและจำนวนคลิก พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ขายข้อมูลลูกค้า
ในช่วงเริ่มต้นของการเปิดตัวในยุโรป การเลือกโฆษณาจะใช้แนวทางแบบ บริบท (contextual targeting) มากกว่าการอาศัยประวัติการใช้งานของผู้ใช้ โดยหัวข้อหรือเจตนาของบทสนทนาปัจจุบันอาจถูกนำมาประกอบการเลือกโฆษณา ร่วมกับสัญญาณทั่วไป เช่น
ดังนั้น การปิดโฆษณาแบบปรับเฉพาะบุคคลอาจช่วยไม่ให้โฆษณาถูกกำหนดจากข้อมูลผู้ใช้ในวงกว้าง แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะไม่เห็นโฆษณาที่อิงจากบริบทของแชตที่กำลังสนทนาอยู่ หากในอนาคต OpenAI จะขยับไปสู่การปรับโฆษณาโดยใช้ข้อมูลที่กว้างขึ้น ผู้ใช้จะต้องเลือกยินยอมก่อนภายใต้กรอบการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของยุโรป
ในช่วงแรก ผู้ลงโฆษณาในตลาดใหม่จะซื้อพื้นที่ผ่านทีม OpenAI Ads Solutions รวมถึงพันธมิตรเอเจนซีและพันธมิตรด้านเทคโนโลยี OpenAI ระบุว่าการซื้อแบบบริการตนเองผ่าน Ads Manager จะตามมาในช่วงปลายฤดูร้อน แต่ยังไม่ได้ประกาศวันเปิดใช้งานที่ละเอียดกว่านี้สำหรับยุโรป
OpenAI ยังได้เชื่อมต่อกับ AppsFlyer แพลตฟอร์มวัดผลและระบุแหล่งที่มาของโฆษณาบนมือถือ เพื่อให้แบรนด์ติดตามผลลัพธ์อย่างการติดตั้งแอป การซื้อภายในแอป และการสมัครสมาชิกได้ โดยมีรายงานว่า Grubhub และแบรนด์มากกว่า 40 รายกำลังทดสอบความสามารถดังกล่าว ข้อมูลส่วนนี้มาจากรายงานภายนอก ไม่ใช่รายละเอียดผลิตภัณฑ์ที่ OpenAI ประกาศโดยตรง
การเปิดตัวในยุโรปเกิดขึ้นประมาณ 6 เดือนหลัง OpenAI เริ่มทดสอบโฆษณาในสหรัฐฯ และหลังจากขยายไปยังตลาดอื่น ๆ บริษัทระบุว่ามีนักการตลาดหลายหมื่นรายเคยลงโฆษณาบน ChatGPT แล้ว จึงเป็นการต่อยอดโครงการเดิมมากกว่าจะเป็นการทดลองระดับภูมิภาคที่เริ่มต้นใหม่
โฆษณาจึงมีบทบาทมากกว่าการสร้างรายได้เพิ่ม เพราะ OpenAI วางให้รายได้จากโฆษณาช่วยพยุงบริการฟรีและราคาต่ำ ทำให้ผู้ใช้ที่ไม่จ่ายค่าสมาชิกยังเข้าถึง ChatGPT ได้ ขณะเดียวกัน บริษัทก็กำลังมองหาธุรกิจขนาดใหญ่รอบแพลตฟอร์มนี้
Reuters รายงานว่า OpenAI คาดการณ์รายได้จากโฆษณาไว้ที่ 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 และอาจเพิ่มเป็น 100,000 ล้านดอลลาร์ต่อปีภายในปี 2030 ตัวเลขดังกล่าวเป็นเป้าหมายหรือประมาณการที่มีความทะเยอทะยาน ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่รับประกันแล้ว
ด้านบริษัทวิเคราะห์ Similarweb ได้เปิดตัวชุดข้อมูล AI Ads สำหรับติดตามพื้นที่โฆษณาแบบชำระเงินใน ChatGPT, Google AI Mode และ Google AI Overviews โดยประเมินว่า 26% ของคำตอบ ChatGPT Free และ Go ที่ถูกสุ่มตัวอย่างมีโฆษณาสปอนเซอร์ ตัวเลขนี้เป็นการวัดจากบุคคลที่สาม ไม่ใช่อัตราพื้นที่โฆษณาที่ OpenAI เปิดเผยอย่างเป็นทางการ
สำหรับผู้ใช้ใน 31 ตลาดที่ระบุ การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดคือบัญชี Free และ Go อาจเริ่มพบพื้นที่โฆษณาใต้คำตอบตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคมเป็นต้นไป ส่วนคำถามใหญ่สำหรับ OpenAI คือบริษัทจะรักษาความไว้วางใจของผู้ใช้ได้หรือไม่ เมื่อโฆษณาเข้ามาอยู่บนหน้าจอเดียวกับคำตอบจาก AI