ผู้ส่งอาจได้รับการแจ้งเตือนแบบพุชหรือการแจ้งเตือนในกล่องข้อความเกี่ยวกับสถานะธุรกรรม เช่น ผู้รับยอมรับแล้ว การโอนเสร็จสมบูรณ์ หรือรายการหมดอายุ
รูปแบบดังกล่าวจะทำให้การส่งเงินเกิดขึ้นภายในบทสนทนาโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการคืนเงินให้เพื่อน การส่งเงินเป็นของขวัญ หรือการชำระเงินระหว่างผู้ใช้กับครีเอเตอร์ แต่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันเรื่องวงเงิน ค่าธรรมเนียม หรือเงื่อนไขการถอนเงิน
หากฟีเจอร์นี้เปิดตัวจริง มีรายงานว่า TikTok อาจใช้ TikTok Pay เป็นโครงสร้างพื้นฐานในการประมวลผลธุรกรรม ปัจจุบัน TikTok Pay ให้บริการในเวียดนาม มาเลเซีย และไทย เพื่อชำระค่าสินค้าบน TikTok Shop
นั่นหมายความว่า TikTok จะต้องขยายขอบเขตของบริการเพิ่มเติม หากต้องการรองรับการโอนเงินระหว่างบุคคล ไม่ว่าจะเป็นระบบเติมเงินและถอนเงิน การตรวจสอบตัวตน การจัดการข้อพิพาท การคืนเงิน ตลอดจนใบอนุญาตที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ
ฟีเจอร์นี้สอดคล้องกับแนวทางของ Douyin ในจีน ซึ่งมี Douyin Pay รองรับทั้งการชำระเงินเพื่อซื้อสินค้าและการโอนเงินระหว่างบุคคล ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า TikTok กำลังขอใบอนุญาตจากธนาคารกลางบราซิลเพื่อดำเนินธุรกิจฟินเทคด้านสินเชื่อและการชำระเงิน
รายงานดังกล่าวระบุว่า หนึ่งในใบอนุญาตที่ยื่นขออาจเปิดทางให้ผู้ใช้มีบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์แบบเติมเงินสำหรับเก็บ รับ และชำระเงินภายในแอป โดยบราซิลมีผู้ใช้ TikTok ที่เป็นผู้ใหญ่มากกว่า 131 ล้านคน อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังเป็นความพยายามขออนุญาต ไม่ใช่หลักฐานว่ามีธนาคาร TikTok เปิดดำเนินการแล้ว
TikTok มีเครือข่ายผู้ใช้ที่มีส่วนร่วมสูง ความสัมพันธ์กับครีเอเตอร์ ระบบข้อความส่วนตัว ฟีเจอร์ไลฟ์คอมเมิร์ซ และฐานผู้ซื้อในแอปจำนวนมาก มูลค่าสินค้ารวมที่ขายผ่าน TikTok Shop ทั่วโลกในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 ถูกประเมินไว้ที่ 50,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมตลาดสหรัฐฯ 11,800 ล้านดอลลาร์
ฐานธุรกรรมดังกล่าวอาจเปิดโอกาสให้ TikTok ลดขั้นตอนการชำระเงิน รองรับการส่งของขวัญหรือเงินระหว่างครีเอเตอร์กับผู้ชม และทำให้กิจกรรมทางการเงินเกิดขึ้นภายในแอปมากขึ้น แต่การมีผู้ใช้จำนวนมากไม่ได้หมายความว่าผู้ใช้จะไว้วางใจให้แพลตฟอร์มถือเงินหรือเชื่อมต่อกับบัญชีธนาคารโดยอัตโนมัติ
ธุรกิจ TikTok ในสหรัฐฯ ดำเนินงานผ่าน TikTok USDS Joint Venture LLC ซึ่ง ByteDance ถือหุ้น 19.9% ส่วนที่เหลืออยู่ภายใต้โครงสร้างผู้ถือหุ้นที่มีเสียงข้างมากเป็นชาวอเมริกัน การจัดตั้งกิจการนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ TikTok ดำเนินงานในสหรัฐฯ ต่อไปภายหลังกระบวนการบังคับแยกธุรกิจ
หาก TikTok จะเปิดตัวบริการชำระเงินในสหรัฐฯ บริการดังกล่าวอาจต้องมีการกำกับดูแล การเข้าถึงข้อมูล การใช้ผู้ให้บริการภายนอก และการปฏิบัติตามกฎระเบียบภายใต้กิจการนี้โดยเฉพาะ ไม่ใช่เพียงการนำระบบจาก ByteDance หรือ Douyin มาใช้งานโดยตรง
ในทางเทคนิค การเพิ่มปุ่มส่งเงินใน DM อาจไม่ใช่ส่วนที่ยากที่สุด ความท้าทายสำคัญคือการปฏิบัติตามกฎและการบริหารความเสี่ยงในแต่ละตลาด TikTok หรือพันธมิตรที่ได้รับใบอนุญาตจะต้องรับมือกับข้อกำหนดด้านบริการชำระเงินหรือการโอนเงิน ตรวจสอบตัวตนลูกค้าเมื่อจำเป็น เฝ้าระวังและรายงานธุรกรรมที่น่าสงสัยตามกฎป้องกันการฟอกเงิน รวมถึงป้องกันการยึดบัญชี การสวมรอย การหลอกลวง และการโอนเงินเพื่อกิจกรรมผิดกฎหมาย
นอกจากนี้ ยังต้องมีขั้นตอนที่ชัดเจนสำหรับการแก้ไขข้อผิดพลาดและคืนเงิน รวมถึงการดูแลหรือแยกเก็บเงินของลูกค้าอย่างเหมาะสม หากขยายไปสู่บริการสินเชื่อ ก็จะมีข้อกำหนดเพิ่มเติมด้านการประเมินความน่าเชื่อถือทางการเงิน การคุ้มครองผู้บริโภค การกำหนดราคา และการติดตามหนี้
ดังนั้น หลักฐานที่มีอยู่ในขณะนี้สนับสนุนเพียงว่า TikTok กำลังสำรวจฟีเจอร์โอนเงินผ่านข้อความส่วนตัวในระยะเริ่มต้นเท่านั้น ยังไม่ทราบว่าจะเปิดให้บริการในประเทศใด เมื่อใด จำกัดวงเงินเท่าไร คิดค่าธรรมเนียมหรือไม่ และท้ายที่สุดจะกลายเป็นผลิตภัณฑ์สาธารณะหรือไม่
ผู้ส่งอาจได้รับการแจ้งเตือนแบบพุชหรือการแจ้งเตือนในกล่องข้อความเกี่ยวกับสถานะธุรกรรม เช่น ผู้รับยอมรับแล้ว การโอนเสร็จสมบูรณ์ หรือรายการหมดอายุ
รูปแบบดังกล่าวจะทำให้การส่งเงินเกิดขึ้นภายในบทสนทนาโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการคืนเงินให้เพื่อน การส่งเงินเป็นของขวัญ หรือการชำระเงินระหว่างผู้ใช้กับครีเอเตอร์ แต่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันเรื่องวงเงิน ค่าธรรมเนียม หรือเงื่อนไขการถอนเงิน
หากฟีเจอร์นี้เปิดตัวจริง มีรายงานว่า TikTok อาจใช้ TikTok Pay เป็นโครงสร้างพื้นฐานในการประมวลผลธุรกรรม ปัจจุบัน TikTok Pay ให้บริการในเวียดนาม มาเลเซีย และไทย เพื่อชำระค่าสินค้าบน TikTok Shop
นั่นหมายความว่า TikTok จะต้องขยายขอบเขตของบริการเพิ่มเติม หากต้องการรองรับการโอนเงินระหว่างบุคคล ไม่ว่าจะเป็นระบบเติมเงินและถอนเงิน การตรวจสอบตัวตน การจัดการข้อพิพาท การคืนเงิน ตลอดจนใบอนุญาตที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ
ฟีเจอร์นี้สอดคล้องกับแนวทางของ Douyin ในจีน ซึ่งมี Douyin Pay รองรับทั้งการชำระเงินเพื่อซื้อสินค้าและการโอนเงินระหว่างบุคคล ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า TikTok กำลังขอใบอนุญาตจากธนาคารกลางบราซิลเพื่อดำเนินธุรกิจฟินเทคด้านสินเชื่อและการชำระเงิน
รายงานดังกล่าวระบุว่า หนึ่งในใบอนุญาตที่ยื่นขออาจเปิดทางให้ผู้ใช้มีบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์แบบเติมเงินสำหรับเก็บ รับ และชำระเงินภายในแอป โดยบราซิลมีผู้ใช้ TikTok ที่เป็นผู้ใหญ่มากกว่า 131 ล้านคน อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังเป็นความพยายามขออนุญาต ไม่ใช่หลักฐานว่ามีธนาคาร TikTok เปิดดำเนินการแล้ว
TikTok มีเครือข่ายผู้ใช้ที่มีส่วนร่วมสูง ความสัมพันธ์กับครีเอเตอร์ ระบบข้อความส่วนตัว ฟีเจอร์ไลฟ์คอมเมิร์ซ และฐานผู้ซื้อในแอปจำนวนมาก มูลค่าสินค้ารวมที่ขายผ่าน TikTok Shop ทั่วโลกในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 ถูกประเมินไว้ที่ 50,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมตลาดสหรัฐฯ 11,800 ล้านดอลลาร์
ฐานธุรกรรมดังกล่าวอาจเปิดโอกาสให้ TikTok ลดขั้นตอนการชำระเงิน รองรับการส่งของขวัญหรือเงินระหว่างครีเอเตอร์กับผู้ชม และทำให้กิจกรรมทางการเงินเกิดขึ้นภายในแอปมากขึ้น แต่การมีผู้ใช้จำนวนมากไม่ได้หมายความว่าผู้ใช้จะไว้วางใจให้แพลตฟอร์มถือเงินหรือเชื่อมต่อกับบัญชีธนาคารโดยอัตโนมัติ
ธุรกิจ TikTok ในสหรัฐฯ ดำเนินงานผ่าน TikTok USDS Joint Venture LLC ซึ่ง ByteDance ถือหุ้น 19.9% ส่วนที่เหลืออยู่ภายใต้โครงสร้างผู้ถือหุ้นที่มีเสียงข้างมากเป็นชาวอเมริกัน การจัดตั้งกิจการนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ TikTok ดำเนินงานในสหรัฐฯ ต่อไปภายหลังกระบวนการบังคับแยกธุรกิจ
หาก TikTok จะเปิดตัวบริการชำระเงินในสหรัฐฯ บริการดังกล่าวอาจต้องมีการกำกับดูแล การเข้าถึงข้อมูล การใช้ผู้ให้บริการภายนอก และการปฏิบัติตามกฎระเบียบภายใต้กิจการนี้โดยเฉพาะ ไม่ใช่เพียงการนำระบบจาก ByteDance หรือ Douyin มาใช้งานโดยตรง
ในทางเทคนิค การเพิ่มปุ่มส่งเงินใน DM อาจไม่ใช่ส่วนที่ยากที่สุด ความท้าทายสำคัญคือการปฏิบัติตามกฎและการบริหารความเสี่ยงในแต่ละตลาด TikTok หรือพันธมิตรที่ได้รับใบอนุญาตจะต้องรับมือกับข้อกำหนดด้านบริการชำระเงินหรือการโอนเงิน ตรวจสอบตัวตนลูกค้าเมื่อจำเป็น เฝ้าระวังและรายงานธุรกรรมที่น่าสงสัยตามกฎป้องกันการฟอกเงิน รวมถึงป้องกันการยึดบัญชี การสวมรอย การหลอกลวง และการโอนเงินเพื่อกิจกรรมผิดกฎหมาย
นอกจากนี้ ยังต้องมีขั้นตอนที่ชัดเจนสำหรับการแก้ไขข้อผิดพลาดและคืนเงิน รวมถึงการดูแลหรือแยกเก็บเงินของลูกค้าอย่างเหมาะสม หากขยายไปสู่บริการสินเชื่อ ก็จะมีข้อกำหนดเพิ่มเติมด้านการประเมินความน่าเชื่อถือทางการเงิน การคุ้มครองผู้บริโภค การกำหนดราคา และการติดตามหนี้
ดังนั้น หลักฐานที่มีอยู่ในขณะนี้สนับสนุนเพียงว่า TikTok กำลังสำรวจฟีเจอร์โอนเงินผ่านข้อความส่วนตัวในระยะเริ่มต้นเท่านั้น ยังไม่ทราบว่าจะเปิดให้บริการในประเทศใด เมื่อใด จำกัดวงเงินเท่าไร คิดค่าธรรมเนียมหรือไม่ และท้ายที่สุดจะกลายเป็นผลิตภัณฑ์สาธารณะหรือไม่