การหารือระหว่างคุชเนอร์กับเนทันยาฮูนานเกือบ 4 ชั่วโมงจบลงด้วยข้อตกลงเชิงกระบวนการ แต่ยังไม่มีความคืบหน้าทางการเมืองที่ชัดเจน [3][5] เนทันยาฮูยืนยันว่าอิสราเอลจะไม่ถอนกำลังหรือเปิดทางให้ฟื้นฟูกาซาจนกว่าฮามาสจะปลดอาวุธอย่างสมบูรณ์ ขณะที่ฮามาสย้ำว่าอิสราเอลต้องทำตามพันธกรณีหยุดยิงก่อน [2][3][15] ทั้งสองฝ่ายตกลงตั้งคณะท...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What happened during and after Jared Kushner’s Monday mission to revive the U.S. backed Gaza peace plan—including his nearly four hour meeti. Article summary: Kushner’s mission produced procedural agreements but no political breakthrough: Netanyahu maintained that Israel would not withdraw or allow reconstruction until Hamas disarmed, while Hamas said Israel must first meet it. Topic tags: general web, workflow, security, regulation, marketing. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermar
ภารกิจของจาเร็ด คุชเนอร์ ผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และบุตรเขยของเขา จบลงโดยยังไม่สามารถทำลายทางตันของแผนสหรัฐฯ เพื่อยุติสงครามในกาซาได้ แม้การหารือจะนำไปสู่การตั้งคณะทำงานและการพูดคุยเรื่องกลไกตรวจสอบการปลดอาวุธก็ตาม
ใจกลางความขัดแย้งยังเป็นคำถามเดิมว่า “ใครต้องขยับก่อน” อิสราเอลยืนยันว่าจะไม่ถอนกำลังหรืออนุญาตให้เริ่มการฟื้นฟูกาซาจนกว่าฮามาสจะปลดอาวุธ ขณะที่ฮามาสระบุว่าอิสราเอลต้องหยุดการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและเริ่มถอนกำลังก่อน
เมื่อวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม คุชเนอร์พบกับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูในกรุงเยรูซาเล็มเป็นเวลาเกือบ 4 ชั่วโมง หลังจากพบคาลิล อัล-ฮัยยา ผู้นำฝ่ายการเมืองของฮามาสในอียิปต์เมื่อวันก่อน การเดินทางครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อรื้อฟื้นแผนที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ซึ่งชะงักงันมาหลายเดือน
ประเด็นที่เห็นต่างกันอย่างชัดเจนคือการที่เนทันยาฮูต้องการให้อิสราเอลยังคงมีสิทธิ์โจมตีปฏิบัติการของฮามาสที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 ขณะที่คุชเนอร์พยายามผลักดันให้ทุกฝ่ายเริ่มเดินหน้าตามกรอบข้อตกลงหยุดยิง
โรดแมป 15 ข้อของสหรัฐฯ และคณะกรรมการ Board of Peace วางแนวทางให้ฮามาสทยอยปลดอาวุธ ควบคู่กับการถอนกำลังทหารอิสราเอลเป็นระยะ และการฟื้นฟูกาซาในเวลาต่อมา แผนดังกล่าวยังมุ่งเปลี่ยนพันธกรณีของแต่ละฝ่ายให้เป็นขั้นตอนที่ตรวจสอบได้
แต่จุดยืนของเนทันยาฮูเข้มงวดกว่านั้น เขาระบุว่าอิสราเอลจะไม่ถอนกำลังหรือเปิดให้มีการฟื้นฟูใด ๆ จนกว่าฮามาสจะถูกปลดอาวุธ “อย่างแท้จริง” และครบถ้วนทั่วทั้งกาซา
เจ้าหน้าที่อิสราเอลและสหรัฐฯ ระบุว่า ทั้งสองฝ่ายตกลงจัดตั้งคณะทำงานอย่างน้อย 2 ชุด ได้แก่
นอกจากนี้ ยังมีการหารือให้มีนายพลสหรัฐฯ รับหน้าที่ตรวจสอบการส่งมอบอาวุธของฮามาสหรือการปลดประจำการอาวุธ ซึ่งอาจเป็นกลไกสำคัญในการยืนยันว่าการปลดอาวุธเกิดขึ้นจริง
อย่างไรก็ตาม การตั้งคณะทำงานไม่ได้หมายความว่ามีข้อตกลงเรื่องการถอนกำลังแล้ว เจ้าหน้าที่อิสราเอลย้ำว่ากองกำลังของตนจะยังคงอยู่ในกาซาจนกว่าการปลดอาวุธจะเสร็จสิ้น
หลังการหารือ คุชเนอร์กล่าวว่าการฟื้นฟูกาซาจะไม่เดินหน้าตราบใดที่ฮามาสยังมีอาวุธ และเตือนว่าฮามาสมีโอกาสจำกัดในการพิสูจน์ว่าพร้อมดำเนินการตามคำมั่น หากฮามาสไม่ปลดอาวุธ สหรัฐฯ อาจให้การสนับสนุนอิสราเอลมากขึ้นในการดำเนินปฏิบัติการทางทหาร
ขณะเดียวกัน การสื่อสารของอิสราเอลมีความแตกต่างกันตามภาษาและผู้ส่งสาร ฝั่งภาษาอังกฤษเน้นว่าการประชุมมีบรรยากาศสร้างสรรค์และเกิดความคืบหน้า ส่วนรายงานภาษาฮีบรูและเจ้าหน้าที่อิสราเอลเน้นว่า กองทัพจะยังอยู่ในกาซาและยังคงมีเสรีภาพในการปฏิบัติการ ผลลัพธ์จึงดูเหมือนมีความคืบหน้าในเชิงถ้อยคำ แต่ยังไม่มีการประนีประนอมในสาระสำคัญ
ฮามาสไม่ยอมรับลำดับขั้นที่อิสราเอลเสนอ กลุ่มระบุว่าการดำเนินการตามโรดแมปต้องเริ่มจากอิสราเอลปฏิบัติตามพันธกรณีของข้อตกลงหยุดยิงเมื่อเดือนตุลาคม 2025 ซึ่งรวมถึงการยุติการละเมิดข้อตกลงและเดินหน้าไปสู่การถอนกำลังตามที่ตกลงกันไว้
จึงเกิดภาวะชะงักงันแบบต่างฝ่ายต่างรอให้อีกฝ่ายเริ่มก่อน อิสราเอลต้องการเห็นการส่งมอบอาวุธของฮามาสก่อน ส่วนฮามาสต้องการหลักประกันว่าอิสราเอลจะหยุดโจมตีและถอนกำลังก่อนที่จะเริ่มกระบวนการปลดอาวุธ
เมื่อวันอังคารที่ 18 สิงหาคม หนึ่งวันหลังการหารือของคุชเนอร์ การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลพุ่งเป้าไปยังบริเวณคาเฟ่ “Sweet and Bitter” ใกล้ท่าเรือประมงและชายหาดในเมืองกาซา พื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นที่พักพิงของผู้พลัดถิ่นจากสงคราม
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขปาเลสไตน์รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 คน รวมถึงเด็ก 1 คน และมีผู้บาดเจ็บ 14 คน กองทัพอิสราเอลระบุว่าเป้าหมายคือผู้บัญชาการฮามาสหลายคนที่กำลังวางแผนโจมตีกองกำลังอิสราเอล ไม่ใช่พื้นที่พลเรือนในฐานะเป้าหมายโดยตรง
เหตุการณ์นี้ยิ่งทำให้ภาพของกระบวนการทางการทูตกับสถานการณ์ในพื้นที่ดูสวนทางกัน สำหรับชาวปาเลสไตน์ที่ยังเผชิญการโจมตีและการพลัดถิ่น การพูดคุยเรื่องคณะทำงานและการฟื้นฟูยังห่างไกลจากความปลอดภัยและความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่ต้องการในทันที
แม้เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และอิสราเอลจะใช้ถ้อยคำเชิงบวกหลังการประชุม แต่ยังไม่มีคำมั่นสาธารณะที่ชัดเจนจากอิสราเอลว่าจะถอนกำลังตามแผน และทั้งอิสราเอลกับฮามาสต่างยืนกรานในเงื่อนไขหลักของตน
นักวิเคราะห์ยังมองว่าเนทันยาฮูอาจไม่ต้องการยอมรับข้อเสนอที่มีต้นทุนทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งของอิสราเอลในวันที่ 27 ตุลาคม เพราะการถอนกำลังหรือการประนีประนอมกับฮามาสอาจกระทบฐานสนับสนุนทางการเมืองของเขา
ดังนั้น ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมที่สุดจากภารกิจของคุชเนอร์ในครั้งนี้คือการวางกลไกเจรจาและตรวจสอบเพิ่มเติม ไม่ใช่การบรรลุข้อตกลงยุติสงคราม ขณะที่การโจมตีที่เกิดขึ้นหลังการประชุมตอกย้ำว่า ช่องว่างระหว่างแผนบนโต๊ะเจรจากับความเป็นจริงในกาซายังคงกว้างมาก
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
การหารือระหว่างคุชเนอร์กับเนทันยาฮูนานเกือบ 4 ชั่วโมงจบลงด้วยข้อตกลงเชิงกระบวนการ แต่ยังไม่มีความคืบหน้าทางการเมืองที่ชัดเจน [3][5]
การหารือระหว่างคุชเนอร์กับเนทันยาฮูนานเกือบ 4 ชั่วโมงจบลงด้วยข้อตกลงเชิงกระบวนการ แต่ยังไม่มีความคืบหน้าทางการเมืองที่ชัดเจน [3][5] เนทันยาฮูยืนยันว่าอิสราเอลจะไม่ถอนกำลังหรือเปิดทางให้ฟื้นฟูกาซาจนกว่าฮามาสจะปลดอาวุธอย่างสมบูรณ์ ขณะที่ฮามาสย้ำว่าอิสราเอลต้องทำตามพันธกรณีหยุดยิงก่อน [2][3][15]
ทั้งสองฝ่ายตกลงตั้งคณะทำงานเรื่องการปลดอาวุธฮามาสและการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน โดยหารือให้มีนายพลสหรัฐฯ ตรวจสอบการส่งมอบหรือปลดประจำการอาวุธ [5][12][16]