ประเด็นที่เห็นต่างกันอย่างชัดเจนคือการที่เนทันยาฮูต้องการให้อิสราเอลยังคงมีสิทธิ์โจมตีปฏิบัติการของฮามาสที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 ขณะที่คุชเนอร์พยายามผลักดันให้ทุกฝ่ายเริ่มเดินหน้าตามกรอบข้อตกลงหยุดยิง
โรดแมป 15 ข้อของสหรัฐฯ และคณะกรรมการ Board of Peace วางแนวทางให้ฮามาสทยอยปลดอาวุธ ควบคู่กับการถอนกำลังทหารอิสราเอลเป็นระยะ และการฟื้นฟูกาซาในเวลาต่อมา แผนดังกล่าวยังมุ่งเปลี่ยนพันธกรณีของแต่ละฝ่ายให้เป็นขั้นตอนที่ตรวจสอบได้
แต่จุดยืนของเนทันยาฮูเข้มงวดกว่านั้น เขาระบุว่าอิสราเอลจะไม่ถอนกำลังหรือเปิดให้มีการฟื้นฟูใด ๆ จนกว่าฮามาสจะถูกปลดอาวุธ “อย่างแท้จริง” และครบถ้วนทั่วทั้งกาซา
เจ้าหน้าที่อิสราเอลและสหรัฐฯ ระบุว่า ทั้งสองฝ่ายตกลงจัดตั้งคณะทำงานอย่างน้อย 2 ชุด ได้แก่
นอกจากนี้ ยังมีการหารือให้มีนายพลสหรัฐฯ รับหน้าที่ตรวจสอบการส่งมอบอาวุธของฮามาสหรือการปลดประจำการอาวุธ ซึ่งอาจเป็นกลไกสำคัญในการยืนยันว่าการปลดอาวุธเกิดขึ้นจริง
อย่างไรก็ตาม การตั้งคณะทำงานไม่ได้หมายความว่ามีข้อตกลงเรื่องการถอนกำลังแล้ว เจ้าหน้าที่อิสราเอลย้ำว่ากองกำลังของตนจะยังคงอยู่ในกาซาจนกว่าการปลดอาวุธจะเสร็จสิ้น
หลังการหารือ คุชเนอร์กล่าวว่าการฟื้นฟูกาซาจะไม่เดินหน้าตราบใดที่ฮามาสยังมีอาวุธ และเตือนว่าฮามาสมีโอกาสจำกัดในการพิสูจน์ว่าพร้อมดำเนินการตามคำมั่น หากฮามาสไม่ปลดอาวุธ สหรัฐฯ อาจให้การสนับสนุนอิสราเอลมากขึ้นในการดำเนินปฏิบัติการทางทหาร
ขณะเดียวกัน การสื่อสารของอิสราเอลมีความแตกต่างกันตามภาษาและผู้ส่งสาร ฝั่งภาษาอังกฤษเน้นว่าการประชุมมีบรรยากาศสร้างสรรค์และเกิดความคืบหน้า ส่วนรายงานภาษาฮีบรูและเจ้าหน้าที่อิสราเอลเน้นว่า กองทัพจะยังอยู่ในกาซาและยังคงมีเสรีภาพในการปฏิบัติการ ผลลัพธ์จึงดูเหมือนมีความคืบหน้าในเชิงถ้อยคำ แต่ยังไม่มีการประนีประนอมในสาระสำคัญ
ฮามาสไม่ยอมรับลำดับขั้นที่อิสราเอลเสนอ กลุ่มระบุว่าการดำเนินการตามโรดแมปต้องเริ่มจากอิสราเอลปฏิบัติตามพันธกรณีของข้อตกลงหยุดยิงเมื่อเดือนตุลาคม 2025 ซึ่งรวมถึงการยุติการละเมิดข้อตกลงและเดินหน้าไปสู่การถอนกำลังตามที่ตกลงกันไว้
จึงเกิดภาวะชะงักงันแบบต่างฝ่ายต่างรอให้อีกฝ่ายเริ่มก่อน อิสราเอลต้องการเห็นการส่งมอบอาวุธของฮามาสก่อน ส่วนฮามาสต้องการหลักประกันว่าอิสราเอลจะหยุดโจมตีและถอนกำลังก่อนที่จะเริ่มกระบวนการปลดอาวุธ
เมื่อวันอังคารที่ 18 สิงหาคม หนึ่งวันหลังการหารือของคุชเนอร์ การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลพุ่งเป้าไปยังบริเวณคาเฟ่ “Sweet and Bitter” ใกล้ท่าเรือประมงและชายหาดในเมืองกาซา พื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นที่พักพิงของผู้พลัดถิ่นจากสงคราม
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขปาเลสไตน์รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 คน รวมถึงเด็ก 1 คน และมีผู้บาดเจ็บ 14 คน กองทัพอิสราเอลระบุว่าเป้าหมายคือผู้บัญชาการฮามาสหลายคนที่กำลังวางแผนโจมตีกองกำลังอิสราเอล ไม่ใช่พื้นที่พลเรือนในฐานะเป้าหมายโดยตรง
เหตุการณ์นี้ยิ่งทำให้ภาพของกระบวนการทางการทูตกับสถานการณ์ในพื้นที่ดูสวนทางกัน สำหรับชาวปาเลสไตน์ที่ยังเผชิญการโจมตีและการพลัดถิ่น การพูดคุยเรื่องคณะทำงานและการฟื้นฟูยังห่างไกลจากความปลอดภัยและความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่ต้องการในทันที
แม้เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และอิสราเอลจะใช้ถ้อยคำเชิงบวกหลังการประชุม แต่ยังไม่มีคำมั่นสาธารณะที่ชัดเจนจากอิสราเอลว่าจะถอนกำลังตามแผน และทั้งอิสราเอลกับฮามาสต่างยืนกรานในเงื่อนไขหลักของตน
นักวิเคราะห์ยังมองว่าเนทันยาฮูอาจไม่ต้องการยอมรับข้อเสนอที่มีต้นทุนทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งของอิสราเอลในวันที่ 27 ตุลาคม เพราะการถอนกำลังหรือการประนีประนอมกับฮามาสอาจกระทบฐานสนับสนุนทางการเมืองของเขา
ดังนั้น ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมที่สุดจากภารกิจของคุชเนอร์ในครั้งนี้คือการวางกลไกเจรจาและตรวจสอบเพิ่มเติม ไม่ใช่การบรรลุข้อตกลงยุติสงคราม ขณะที่การโจมตีที่เกิดขึ้นหลังการประชุมตอกย้ำว่า ช่องว่างระหว่างแผนบนโต๊ะเจรจากับความเป็นจริงในกาซายังคงกว้างมาก
ประเด็นที่เห็นต่างกันอย่างชัดเจนคือการที่เนทันยาฮูต้องการให้อิสราเอลยังคงมีสิทธิ์โจมตีปฏิบัติการของฮามาสที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 ขณะที่คุชเนอร์พยายามผลักดันให้ทุกฝ่ายเริ่มเดินหน้าตามกรอบข้อตกลงหยุดยิง
โรดแมป 15 ข้อของสหรัฐฯ และคณะกรรมการ Board of Peace วางแนวทางให้ฮามาสทยอยปลดอาวุธ ควบคู่กับการถอนกำลังทหารอิสราเอลเป็นระยะ และการฟื้นฟูกาซาในเวลาต่อมา แผนดังกล่าวยังมุ่งเปลี่ยนพันธกรณีของแต่ละฝ่ายให้เป็นขั้นตอนที่ตรวจสอบได้
แต่จุดยืนของเนทันยาฮูเข้มงวดกว่านั้น เขาระบุว่าอิสราเอลจะไม่ถอนกำลังหรือเปิดให้มีการฟื้นฟูใด ๆ จนกว่าฮามาสจะถูกปลดอาวุธ “อย่างแท้จริง” และครบถ้วนทั่วทั้งกาซา
เจ้าหน้าที่อิสราเอลและสหรัฐฯ ระบุว่า ทั้งสองฝ่ายตกลงจัดตั้งคณะทำงานอย่างน้อย 2 ชุด ได้แก่
นอกจากนี้ ยังมีการหารือให้มีนายพลสหรัฐฯ รับหน้าที่ตรวจสอบการส่งมอบอาวุธของฮามาสหรือการปลดประจำการอาวุธ ซึ่งอาจเป็นกลไกสำคัญในการยืนยันว่าการปลดอาวุธเกิดขึ้นจริง
อย่างไรก็ตาม การตั้งคณะทำงานไม่ได้หมายความว่ามีข้อตกลงเรื่องการถอนกำลังแล้ว เจ้าหน้าที่อิสราเอลย้ำว่ากองกำลังของตนจะยังคงอยู่ในกาซาจนกว่าการปลดอาวุธจะเสร็จสิ้น
หลังการหารือ คุชเนอร์กล่าวว่าการฟื้นฟูกาซาจะไม่เดินหน้าตราบใดที่ฮามาสยังมีอาวุธ และเตือนว่าฮามาสมีโอกาสจำกัดในการพิสูจน์ว่าพร้อมดำเนินการตามคำมั่น หากฮามาสไม่ปลดอาวุธ สหรัฐฯ อาจให้การสนับสนุนอิสราเอลมากขึ้นในการดำเนินปฏิบัติการทางทหาร
ขณะเดียวกัน การสื่อสารของอิสราเอลมีความแตกต่างกันตามภาษาและผู้ส่งสาร ฝั่งภาษาอังกฤษเน้นว่าการประชุมมีบรรยากาศสร้างสรรค์และเกิดความคืบหน้า ส่วนรายงานภาษาฮีบรูและเจ้าหน้าที่อิสราเอลเน้นว่า กองทัพจะยังอยู่ในกาซาและยังคงมีเสรีภาพในการปฏิบัติการ ผลลัพธ์จึงดูเหมือนมีความคืบหน้าในเชิงถ้อยคำ แต่ยังไม่มีการประนีประนอมในสาระสำคัญ
ฮามาสไม่ยอมรับลำดับขั้นที่อิสราเอลเสนอ กลุ่มระบุว่าการดำเนินการตามโรดแมปต้องเริ่มจากอิสราเอลปฏิบัติตามพันธกรณีของข้อตกลงหยุดยิงเมื่อเดือนตุลาคม 2025 ซึ่งรวมถึงการยุติการละเมิดข้อตกลงและเดินหน้าไปสู่การถอนกำลังตามที่ตกลงกันไว้
จึงเกิดภาวะชะงักงันแบบต่างฝ่ายต่างรอให้อีกฝ่ายเริ่มก่อน อิสราเอลต้องการเห็นการส่งมอบอาวุธของฮามาสก่อน ส่วนฮามาสต้องการหลักประกันว่าอิสราเอลจะหยุดโจมตีและถอนกำลังก่อนที่จะเริ่มกระบวนการปลดอาวุธ
เมื่อวันอังคารที่ 18 สิงหาคม หนึ่งวันหลังการหารือของคุชเนอร์ การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลพุ่งเป้าไปยังบริเวณคาเฟ่ “Sweet and Bitter” ใกล้ท่าเรือประมงและชายหาดในเมืองกาซา พื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นที่พักพิงของผู้พลัดถิ่นจากสงคราม
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขปาเลสไตน์รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 คน รวมถึงเด็ก 1 คน และมีผู้บาดเจ็บ 14 คน กองทัพอิสราเอลระบุว่าเป้าหมายคือผู้บัญชาการฮามาสหลายคนที่กำลังวางแผนโจมตีกองกำลังอิสราเอล ไม่ใช่พื้นที่พลเรือนในฐานะเป้าหมายโดยตรง
เหตุการณ์นี้ยิ่งทำให้ภาพของกระบวนการทางการทูตกับสถานการณ์ในพื้นที่ดูสวนทางกัน สำหรับชาวปาเลสไตน์ที่ยังเผชิญการโจมตีและการพลัดถิ่น การพูดคุยเรื่องคณะทำงานและการฟื้นฟูยังห่างไกลจากความปลอดภัยและความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่ต้องการในทันที
แม้เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และอิสราเอลจะใช้ถ้อยคำเชิงบวกหลังการประชุม แต่ยังไม่มีคำมั่นสาธารณะที่ชัดเจนจากอิสราเอลว่าจะถอนกำลังตามแผน และทั้งอิสราเอลกับฮามาสต่างยืนกรานในเงื่อนไขหลักของตน
นักวิเคราะห์ยังมองว่าเนทันยาฮูอาจไม่ต้องการยอมรับข้อเสนอที่มีต้นทุนทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งของอิสราเอลในวันที่ 27 ตุลาคม เพราะการถอนกำลังหรือการประนีประนอมกับฮามาสอาจกระทบฐานสนับสนุนทางการเมืองของเขา
ดังนั้น ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมที่สุดจากภารกิจของคุชเนอร์ในครั้งนี้คือการวางกลไกเจรจาและตรวจสอบเพิ่มเติม ไม่ใช่การบรรลุข้อตกลงยุติสงคราม ขณะที่การโจมตีที่เกิดขึ้นหลังการประชุมตอกย้ำว่า ช่องว่างระหว่างแผนบนโต๊ะเจรจากับความเป็นจริงในกาซายังคงกว้างมาก