ฟีโดรอฟกล่าวว่าคอร์รัปชันเป็นเพียง “อาการ” ของปัญหาที่ลึกกว่านั้น นั่นคือวิกฤตการบริหารประเทศในระดับโครงสร้าง
ในมุมมองของเขา ระบบเดิมมักดำเนินไปตามกติกาของตัวเอง ปกป้องผลประโยชน์ของระบบ ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง และตัดสินใจล่าช้า เขายังวิจารณ์ว่าระบบดังกล่าวอาจลงโทษผู้ริเริ่มสิ่งใหม่ แต่ให้รางวัลแก่ผู้ที่แสดงความจงรักภักดีต่อผู้มีอำนาจ
เขายังกล่าวถึงอิทธิพลของผลประโยชน์ส่วนตัวต่อการทำงานของรัฐสภา โดยเฉพาะในประเด็นกลาโหม เภสัชกรรม การพนัน และภาษี พร้อมเสนอว่าการบริหารรัฐสภาควรตั้งอยู่บนโครงการของเสียงข้างมาก ค่านิยม และหลักการ มากกว่าผลประโยชน์ของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
สำหรับฟีโดรอฟ คอร์รัปชันในช่วงสงครามมีความร้ายแรงกว่าการสูญเสียงบประมาณ เพราะทำให้ทรัพยากรที่ควรถูกนำไปใช้ในการป้องกันประเทศถูกบิดเบือน และลดความสามารถของยูเครนในการยืนหยัดต่อสู้และเอาชนะสงคราม เขาจึงเชื่อมโยงปัญหาคอร์รัปชันเข้ากับการต่อต้านการปฏิรูปและอิทธิพลของกลุ่มผลประโยชน์ที่ฝังรากอยู่ในระบบ
ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีปลดฟีโดรอฟจากตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม หลังจากเขาดำรงตำแหน่งได้เพียง 6 เดือน การปลดครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างรัฐบาลในวงกว้าง และเยฟเฮน คมาราเข้ารับหน้าที่รัฐมนตรีกลาโหมรักษาการ
ก่อนหน้านั้น ฟีโดรอฟมีความขัดแย้งกับโอเล็กซานเดอร์ ซีร์สกี ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของยูเครน ความขัดแย้งดังกล่าวสะท้อนความเห็นต่างที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับแนวทางการทำสงครามและการปฏิรูปกองทัพ
การปลดของเขาจุดชนวนการประท้วงในกรุงเคียฟและเมืองอื่น ๆ ผู้ประท้วงจำนวนหนึ่งมองว่าฟีโดรอฟเป็นนักปฏิรูปที่มีผลงานด้านเทคโนโลยีและการปรับปรุงกองทัพ เหตุการณ์นี้ทำให้เขาซึ่งได้รับความนิยมอยู่แล้วมีพื้นที่สื่อสารกับสาธารณชนอย่างเป็นอิสระจากรัฐบาลมากขึ้น
ฟีโดรอฟกล่าวภายหลังว่า สาเหตุหลักที่ทำให้เขาถูกปลดเกี่ยวข้องกับความพยายามปฏิรูประบบจัดซื้อจัดจ้างทางทหาร ทั้งการประมูลและกระบวนการใช้จ่าย โดยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้ผู้มีอำนาจบางกลุ่มไม่พอใจและพยายามกดดันเซเลนสกี อย่างไรก็ตาม นี่เป็นคำอธิบายจากฟีโดรอฟเอง ไม่ใช่เหตุผลที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการแล้ว
การเรียกร้องให้จัดเลือกตั้งระหว่างสงครามถือเป็นการก้าวข้ามเส้นทางการเมืองที่สำคัญ เพราะเป็นข้อเรียกร้องโดยนักการเมืองระดับสูงที่ท้าทายการจัดการประเทศของเซเลนสกีโดยตรง นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากการรุกรานเต็มรูปแบบในปี 2022
เมื่อรวมกับการวิจารณ์คอร์รัปชัน ระบบราชการ และอิทธิพลของผลประโยชน์ฝังราก ตลอดจนกระแสประท้วงหลังการปลด ฟีโดรอฟจึงเริ่มถูกมองว่าอาจกลายเป็นทางเลือกทางการเมืองใหม่ของยูเครน
แต่ในขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลว่าเขาประกาศลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ หรือยืนยันว่าจะกลับเข้าสู่รัฐบาล ฟีโดรอฟเคยปฏิเสธข้อเสนอของเซเลนสกีที่จะให้รับตำแหน่งอื่นในรัฐบาล
คำปราศรัยของฟีโดรอฟเกิดขึ้นในช่วงที่เซเลนสกีกำลังปรับคณะรัฐมนตรีและโครงสร้างด้านความมั่นคง หลังจากเสนอชื่อคมารา ซึ่งเคยทำหน้าที่รัฐมนตรีกลาโหมรักษาการ ให้รัฐสภาพิจารณารับรองเป็นรัฐมนตรีกลาโหมอย่างเต็มรูปแบบ
การปรับเปลี่ยนดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมแรงกดดันทางทหารอย่างหนัก ยูเครนรายงานว่าการส่งมอบขีปนาวุธสกัดกั้นสำหรับระบบป้องกันภัยทางอากาศจากพันธมิตรลดลงอย่างมาก โดยจำนวนขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศที่ส่งมอบในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 ลดลงเหลือประมาณหนึ่งในสามของช่วงเดียวกันในปี 2025
ข้อมูลที่มีสนับสนุนภาพรวมเรื่องการขาดแคลนขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศ แต่ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันรายละเอียดเฉพาะเกี่ยวกับสถานะหรือปริมาณขีปนาวุธแพทริออตที่ผลิตในสหรัฐฯ ได้อย่างอิสระ
นอกจากนี้ หน่วยงานต่อต้านคอร์รัปชันของยูเครนยังเปิดปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับสมาชิกรัฐสภาและที่ปรึกษาประธานาธิบดี ก่อนการลงมติเรื่องรัฐมนตรีกลาโหมคนใหม่ เหตุการณ์นี้ยิ่งตอกย้ำความอ่อนไหวของข้อกล่าวหาคอร์รัปชันในช่วงการปรับโครงสร้างรัฐบาล
จากข้อมูลที่มี ยังไม่มีหลักฐานว่ารัฐบาลยูเครนออกคำตอบอย่างเป็นทางการต่อคำปราศรัยของฟีโดรอฟในวันที่ 18 สิงหาคมในทันที จึงยังไม่ควรสรุปท่าทีของรัฐบาลไปไกลกว่านี้
ท้ายที่สุด จุดยืนของฟีโดรอฟมีสองด้านควบคู่กัน เขาเรียกร้องให้ยูเครนปฏิรูปประชาธิปไตยและระบบบริหารประเทศตั้งแต่ในช่วงสงคราม ขณะเดียวกันก็ย้ำว่าเป้าหมายใหญ่ของเขาคือการช่วยยุติสงครามและฟื้นฟูประเทศ เพียงแต่ยังไม่ได้บอกว่าจะเดินหน้าจากในรัฐบาลหรือผ่านสนามเลือกตั้ง