อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 5,021 รายเป็นจำนวน ผู้ติดเชื้อยืนยันที่ถูกรายงาน ไม่ใช่จำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมด WHO ระบุว่าการแพร่เชื้อยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและเข้มข้น หลายรายอยู่นอกบัญชีผู้สัมผัสที่เจ้าหน้าที่ติดตาม และมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากในชุมชนแทนที่จะเสียชีวิตในหน่วยรักษา รูปแบบดังกล่าวบ่งชี้ว่าอาจยังมีสายการแพร่เชื้อที่ตรวจไม่พบ
การระบาดครั้งนี้เกิดจาก ไวรัส Bundibugyo ซึ่งเป็นไวรัสคนละชนิดกับ Zaire ebolavirus ที่ก่อให้เกิดการระบาดครั้งสำคัญหลายครั้งก่อนหน้านี้ ความแตกต่างนี้มีผลโดยตรงต่อเครื่องมือที่ใช้รับมือ เพราะ WHO ระบุว่า ปัจจุบันยัง ไม่มีวัคซีนหรือยารักษาเฉพาะที่ได้รับอนุมัติ สำหรับโรคที่เกิดจากไวรัส Bundibugyo
วัคซีนและมาตรการรักษาอีโบลาที่มีอยู่ได้รับการพัฒนาหรืออนุมัติสำหรับไวรัสอีโบลาชนิดอื่น ดังนั้นการดูแลผู้ป่วยในทันทีจึงต้องเน้นการตรวจวินิจฉัยอย่างรวดเร็ว การแยกกัก การควบคุมการติดเชื้อ และการรักษาแบบประคับประคองอย่างเข้มข้น ขณะเดียวกัน นักวิจัยกำลังประเมินวัคซีนและยาทดลอง แต่สิ่งเหล่านี้ยังไม่เท่ากับการมีเครื่องมือทางการแพทย์ที่ได้รับอนุมัติและพร้อมใช้อย่างแพร่หลาย
อีโบลาแพร่ผ่านการสัมผัสโดยตรงกับเลือดหรือสารคัดหลั่งในร่างกายของผู้ป่วยที่มีอาการ รวมถึงร่างของผู้เสียชีวิตจากโรค และอาจแพร่ผ่านสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อได้ การรับมือจึงมุ่งค้นหาผู้ป่วยให้เร็วและตัดเส้นทางการแพร่เชื้อในครอบครัว สถานพยาบาล และชุมชน มาตรการสำคัญประกอบด้วย
มาตรการเหล่านี้สำคัญอย่างยิ่งเมื่อผู้ป่วยล้มป่วยอยู่ที่บ้าน หรือเสียชีวิตก่อนเข้ารับการตรวจ การเข้าถึงการรักษาที่ล่าช้าทำให้การค้นหาผู้สัมผัสและการจัดการความเสี่ยงทำได้ยากขึ้น ขณะที่การจัดการศพโดยไม่ปลอดภัยอาจทำให้เกิดการแพร่เชื้อเพิ่มเติม
WHO และพันธมิตรกำลังทำงานในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจาก ความไม่ปลอดภัย การพลัดถิ่น ชุมชนห่างไกล และการเคลื่อนย้ายประชากรอย่างมาก ทั้งตามถนน แม่น้ำ และเส้นทางเหมืองแร่ นอกจากนี้ยังมีประชากรที่เดินทางข้ามพื้นที่และข้ามพรมแดนจำนวนมาก ขณะที่ข้อมูลบิดเบือนและความไม่ไว้วางใจอาจทำให้ผู้คนไม่ยอมให้ติดตามผู้สัมผัส ไม่รีบเข้ารับการรักษา หรือไม่เข้าร่วมพิธีฝังศพที่ปลอดภัย
เงื่อนไขเหล่านี้ทำให้ยอดผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตที่ประกาศอย่างเป็นทางการอาจต่ำกว่าความเป็นจริง หลักฐานที่มีอยู่สนับสนุนความกังวลเรื่องการนับไม่ครบ แต่ยังไม่สามารถระบุจำนวนผู้ติดเชื้อหรือผู้เสียชีวิตที่ซ่อนอยู่ได้อย่างแน่นอน ดังนั้นคำกล่าวเกี่ยวกับสัดส่วนผู้เสียชีวิตนอกโรงพยาบาลที่เฉพาะเจาะจง หรือจำนวนผู้หายป่วยมากกว่า 1,000 ราย ควรตรวจสอบกับรายงานสถานการณ์ฉบับทางการล่าสุดก่อนสรุปเป็นตัวเลขยืนยัน
WHO ระบุว่า ความเสี่ยงที่โรคจะแพร่กระจายต่อภายในประเทศและข้ามประเทศยังอยู่ในระดับสูง และการระบาดยังไม่อยู่ภายใต้การควบคุม คำเตือนนี้สะท้อนความรุนแรงของการแพร่เชื้อในปัจจุบันและความจำเป็นที่จะต้องเร่งการรับมือ ไม่ได้หมายความว่าการแพร่ระบาดระหว่างประเทศจะเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
รัฐบาลคองโกกำลังประสานงานกับ WHO ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งแอฟริกา หรือ Africa CDC ตลอดจนหน่วยงานพันธมิตรอื่น ๆ เพื่อขยายการเฝ้าระวัง เพิ่มศักยภาพห้องปฏิบัติการ ติดตามผู้สัมผัส เตรียมความพร้อมด้านการรักษา จัดส่งเวชภัณฑ์ สนับสนุนการควบคุมการติดเชื้อ และทำงานร่วมกับชุมชน รวมถึงเตรียมความพร้อมด้านสาธารณสุขตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน
ความท้าทายหลักคือ การระบาดกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในเวลาเดียวกับที่ไวรัสชนิดนี้ยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาเฉพาะที่ได้รับอนุมัติ ตราบใดที่ทีมตอบโต้ยังค้นหาสายการแพร่เชื้อที่หลุดรอดได้ไม่ครบ และประชาชนยังเข้าถึงการดูแลที่เชื่อถือได้และทันท่วงทีไม่ได้ การระบาดในคองโกก็จะยังคงเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขที่ประชาคมโลกต้องจับตา