รายได้เรือ VLCC เส้นทางอ่าวตะวันออกกลาง–จีนแตะประมาณ 510,000 ดอลลาร์ต่อวันในวันที่ 18 สิงหาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบราวสองเดือน หลังการโจมตีทางเรือกลับมาและเจ้าของเรือจำนวนมากชะลอการผ่านช่องแคบฮอร์มุซ การจ้างเรือของ Sinokor Group ช่วยผลักดันค่าระวางอ้างอิงเข้าใกล้ 500,000 ดอลลาร์ต่อวัน ขณะที่เรือ Mongolia Prosperi...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How did the expiration of the fragile 60-day US–Iran ceasefire and the resulting deterioration in security around the Strait of Hormuz drive. Article summary: The ceasefire’s collapse renewed the risk of attacks and disruption in the Strait of Hormuz, causing owners to withhold ships just as exporters needed them to move Gulf crude to Asian buyers. That scarcity pushed Middle . Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
ช่องแคบฮอร์มุซกลายเป็นคอขวดทั้งสำหรับ เรือบรรทุกน้ำมันและความสามารถในการรับความเสี่ยง หลังการหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่เปราะบางล่มลง และการโจมตีเรือพาณิชย์กลับมาอีกครั้ง
ผู้ส่งออกยังจำเป็นต้องใช้เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่เพื่อขนน้ำมันดิบจากอ่าวเปอร์เซียไปยังผู้ซื้อในเอเชีย แต่เจ้าของเรือจำนวนมากไม่ต้องการส่งเรือผ่านเส้นทางที่มีความเสี่ยงสูง ความไม่สมดุลระหว่างความต้องการใช้เรือกับจำนวนเรือที่พร้อมรับงานจึงผลักดันค่าระวางอ้างอิงเส้นทางอ่าวตะวันออกกลาง–จีนสำหรับเรือ VLCC ขึ้นไปแตะประมาณ 510,000 ดอลลาร์ต่อวันในวันที่ 18 สิงหาคม สูงสุดในรอบราวสองเดือน
เส้นทางอ้างอิงดังกล่าวใช้สำหรับเรือ Very Large Crude Carrier หรือ VLCC ซึ่งเป็นเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่มากและสามารถขนน้ำมันได้ราว 2 ล้านบาร์เรล โดยเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ค่าเช่าเรือ VLCC เพื่อขนน้ำมันจากตะวันออกกลางไปจีนขยับเข้าใกล้ 500,000 ดอลลาร์ต่อวัน และแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน
ตลาดยังมีการทำสัญญาเช่าเรือรายเที่ยวในระดับสูงผิดปกติ เช่น
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดแบบเดียวกันทั้งหมด ค่าระวางรายวันเป็นระดับรายได้ที่ตลาดประเมิน ขณะที่สัญญาเช่าเรืออาจหมายถึงเรือ สินค้า เส้นทาง และเงื่อนไขความเสี่ยงเฉพาะลำ ในตลาดที่มีเรือพร้อมให้บริการน้อย สัญญาเช่าราคาแพงเพียงไม่กี่รายการก็อาจมีอิทธิพลต่อการประเมินค่าระวางครั้งถัดไปอย่างมาก
ช่วงหยุดยิงเคยทำให้เจ้าของเรือบางส่วนเริ่มนำกำลังเรือกลับเข้าสู่ตลาด แต่การฟื้นตัวนั้นเปราะบาง เมื่อข้อตกลงล่มลงและการโจมตีทวีความรุนแรงขึ้น เจ้าของเรือต้องกลับมาเผชิญความเสี่ยงจากความเสียหาย ความล่าช้า ข้อจำกัดด้านเส้นทาง และสภาพการเดินเรือที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
มีรายงานว่าการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงเหลือ 6 ลำ จากค่าเฉลี่ยในช่วง 10 วันที่ประมาณ 11 ลำ
ประเด็นสำคัญคือ เรือที่ขาดแคลนไม่ได้หมายถึงเรือ VLCC ทั้งหมดทั่วโลก แต่เป็นกลุ่มที่เจ้าของเรือ ลูกเรือ บริษัทประกัน และผู้เช่าเรือยอมรับได้ว่าจะเดินทางผ่านพื้นที่เสี่ยงสูง เจ้าของเรือที่มีประสบการณ์ปฏิบัติการในภูมิภาค หรือมีความพร้อมรับความเสี่ยงมากกว่า จึงสามารถเรียกร้องค่าตอบแทนสูงขึ้นได้ ขณะที่เรือลำอื่นถูกกักไว้หรือเปลี่ยนเส้นทาง
กลไกที่เกิดขึ้นจึงเป็นภาวะกำลังเรือตึงตัวแบบชัดเจน:
ประกันภัยความเสี่ยงจากสงครามเป็นอีกชั้นหนึ่งที่ทำให้ค่าขนส่งพุ่งขึ้น เบี้ยประกันเคยลดลงจากประมาณ 5% เหลือ 2% ของมูลค่าเรือ หลังการหยุดยิงในเดือนมิถุนายน ตามข้อมูลจากโบรกเกอร์ที่สื่อรายงาน แต่การลดลงดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติอย่างยั่งยืน
เมื่อการโจมตีกลับมา อัตราเบี้ยประกันที่เสนอมีความผันผวนสูง รายงานหนึ่งระบุช่วงประมาณ 3–10% ของมูลค่าตัวเรือ นั่นหมายความว่าเรือบรรทุกน้ำมันมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์อาจต้องจ่ายเบี้ยประกันความเสี่ยงจากสงครามราว 3–10 ล้านดอลลาร์ รายงานอื่นยังระบุด้วยว่าบริษัทประกันไม่เต็มใจรับประกันการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีความเสี่ยงจากการโจมตี
สำหรับผู้เช่าเรือ ต้นทุนรวมของเที่ยวเดินทางจึงคาดการณ์ได้ยาก ส่วนเจ้าของเรือต้องตั้งเกณฑ์ที่สูงขึ้นก่อนจะรับงานผ่านฮอร์มุซ ค่าระวางจะต้องชดเชยไม่เพียงเวลาเดินเรือและค่าใช้จ่ายปฏิบัติการ แต่รวมถึงความไม่แน่นอนของประกันภัยและโอกาสเกิดความล่าช้าหรือการหยุดชะงักด้วย ปัจจัยนี้ยิ่งทำให้จำนวนเรือที่พร้อมรับงานลดลง
ด้านอุปทานน้ำมันกำลังเคลื่อนไหวสวนทางกับจำนวนเรือที่พร้อมให้บริการ โดย OPEC+ เห็นชอบให้เพิ่มเป้าหมายการผลิต 188,000 บาร์เรลต่อวันตั้งแต่เดือนสิงหาคม ส่งผลให้ปริมาณการเพิ่มเป้าหมายตั้งแต่เดือนเมษายนรวมเกือบ 800,000 บาร์เรลต่อวัน ตามรายงานของ Reuters
การผลิตน้ำมันจากอ่าวเพิ่มขึ้นไม่ได้แปลว่าจะทำให้ความต้องการเรือ VLCC เพิ่มขึ้นในสัดส่วนเดียวกันโดยอัตโนมัติ เพราะผลลัพธ์ยังขึ้นอยู่กับว่ามีการขายน้ำมันให้ใคร เดินทางไกลเพียงใด และสามารถใช้เส้นทางอื่นได้หรือไม่ แต่ปริมาณน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางที่พร้อมส่งออกมากขึ้นย่อมเพิ่มความต้องการใช้เรือ ในช่วงเวลาเดียวกับที่เจ้าของเรือจำนวนมากไม่ต้องการผ่านฮอร์มุซ
แรงกดดันยังปรากฏในรูปของการเปลี่ยนเส้นทางและการเร่งหาสินค้าในช่วงที่เส้นทางเปิดเป็นระยะ สหรัฐฯ ถูกคาดว่าจะนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางประมาณ 600,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น หลังการเปิดช่องแคบฮอร์มุซช่วงสั้น ๆ และการเปลี่ยนเส้นทางน้ำมันซาอุดีอาระเบียผ่านคลองสุเอซทำให้น้ำมันบางส่วนถูกส่งไปยังท่าเรือสหรัฐฯ
ค่าระวางอ้างอิงจะสะท้อนตลาดได้ดีที่สุดเมื่อมีผู้เล่นจำนวนมาก เรือพร้อมให้บริการอย่างสม่ำเสมอ และมีธุรกรรมเกิดขึ้นเป็นประจำ แต่ตลาดที่เกี่ยวข้องกับฮอร์มุซกลับมีลักษณะบางและไม่โปร่งใสกว่าปกติ เพราะ
ดังนั้น ค่าประเมิน 510,000 ดอลลาร์ต่อวัน สะท้อนความขาดแคลนและความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจริง แต่ไม่ควรถูกมองว่าเป็นราคาที่สะท้อนตลาดเรือปกติอย่างสมบูรณ์ การที่สัญญาของ Sinokor มีรายงานว่าช่วยขยับค่าระวางอ้างอิง ประกอบกับจำนวนเจ้าของเรือที่พร้อมรับงานมีจำกัด แสดงให้เห็นว่าธุรกรรมเพียงไม่กี่รายการสามารถส่งผลต่อตัวชี้วัดตลาดได้เกินสัดส่วน
แก่นของเรื่องจึงไม่ใช่แค่ “น้ำมันมากขึ้นทำให้ค่าขนส่งแพงขึ้น” แต่เป็นการปะทะกันของ ความเสี่ยงด้านความมั่นคงที่กลับมา ประกันภัยที่แพงและไม่แน่นอน จำนวนเรือที่เข้าร่วมตลาดลดลง และปริมาณน้ำมันจากอ่าวที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หากความปลอดภัยในการเดินเรือและความสามารถในการทำประกันยังไม่ฟื้นพร้อมกัน รายได้ของเรือ VLCC ก็มีโอกาสอยู่ในระดับสูงต่อไป แม้สัญญาณทางการทูตจะทำให้ตลาดรู้สึกชั่วคราวว่าฮอร์มุซกำลังกลับมาเปิดอีกครั้ง
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
รายได้เรือ VLCC เส้นทางอ่าวตะวันออกกลาง–จีนแตะประมาณ 510,000 ดอลลาร์ต่อวันในวันที่ 18 สิงหาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบราวสองเดือน หลังการโจมตีทางเรือกลับมาและเจ้าของเรือจำนวนมากชะลอการผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
รายได้เรือ VLCC เส้นทางอ่าวตะวันออกกลาง–จีนแตะประมาณ 510,000 ดอลลาร์ต่อวันในวันที่ 18 สิงหาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบราวสองเดือน หลังการโจมตีทางเรือกลับมาและเจ้าของเรือจำนวนมากชะลอการผ่านช่องแคบฮอร์มุซ การจ้างเรือของ Sinokor Group ช่วยผลักดันค่าระวางอ้างอิงเข้าใกล้ 500,000 ดอลลาร์ต่อวัน ขณะที่เรือ Mongolia Prosperity มีรายงานว่าจะขนน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียไปเอเชียด้วยค่าระวางรวม 31 ล้านดอลลาร์ตลอดเที่ยวเดินทาง
เบี้ยประกันภัยความเสี่ยงจากสงครามผันผวนอยู่ที่ราว 3–10% ของมูลค่าเรือ และจำนวนเรือที่ผ่านฮอร์มุซลดลงเหลือ 6 ลำ จากค่าเฉลี่ย 10 วันที่ประมาณ 11 ลำ