สัญญาณที่ชัดที่สุดคือ QuantumLight กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว กองทุนที่สองมีขนาดเป็นสองเท่าของกองทุนแรก ซึ่งระดมทุนได้ 250 ล้านดอลลาร์ในเดือนพฤษภาคม 2025
กองทุนแรกได้รับเงินจากกลุ่มผู้ลงทุนที่ไม่ได้เปิดเผยรายชื่อทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วยผู้ก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยี สำนักงานบริหารทรัพย์สินของครอบครัว หรือ family offices และสถาบันการเงินแบบดั้งเดิม Bloomberg รายงานว่า Storonsky และ Kondrashov ร่วมกันใส่เงินประมาณหนึ่งในสี่ของกองทุนดังกล่าว
รายงานเกี่ยวกับกองทุนที่สองระบุว่าการระดมทุนมีผู้สนใจมากกว่าจำนวนเงินที่ต้องการ หรือ oversubscribed อย่างไรก็ตาม QuantumLight ยังไม่ได้เปิดเผยรายชื่อผู้สนับสนุนภายนอกและเงื่อนไขการจัดสรรเงินทุนทั้งหมด
ข้อสรุปที่ระมัดระวังที่สุดคือ นักลงทุนบางส่วนพร้อมเพิ่มเงินเดิมพันกับกลยุทธ์ VC ที่ขับเคลื่อนด้วยแมชชีนเลิร์นนิง โดยเฉพาะเมื่อกลยุทธ์นี้เชื่อมโยงกับผู้ก่อตั้งฟินเทคชื่อดังและรูปแบบการดำเนินงานที่แตกต่างจากตลาด
แต่สิ่งที่กองทุนนี้ ยังไม่ได้พิสูจน์ ก็สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือกองทุนที่ใหญ่ขึ้นไม่ได้แปลว่าจะสร้างผลตอบแทนที่ปรับตามความเสี่ยงได้ดีกว่า มันแสดงถึงแรงส่งในการระดมทุนและความเชื่อมั่นต่อแนวคิดของบริษัท แต่ยังไม่ยืนยันว่า Aleph เลือกบริษัทได้ดีกว่านักลงทุนมนุษย์ที่มีประสบการณ์ หรือจะสร้างผลตอบแทนสุทธิที่สูงกว่าเมื่อหักขาดทุน ค่าธรรมเนียม และส่วนแบ่งผลกำไรแล้ว
VC แบบดั้งเดิมมักผสมผสานการวิจัยตลาดเข้ากับวิจารณญาณของพาร์ตเนอร์ การอ้างอิงจากคนในแวดวง ความสัมพันธ์ และความสามารถในการมองเห็นรูปแบบบางอย่างจากประสบการณ์ ส่วน QuantumLight พยายามย้ายจุดศูนย์กลางของกระบวนการไปอยู่ที่ข้อมูลที่มีโครงสร้างมากขึ้น
ข้อได้เปรียบที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่
ความเสี่ยงก็มีไม่น้อย ข้อมูลในอดีตอาจสะท้อนอคติของตลาดระดมทุนในยุคก่อน โมเดลอาจให้น้ำหนักกับสัญญาณที่วัดได้ง่าย แต่พลาดคุณสมบัติอย่างวิสัยทัศน์ที่ไม่เหมือนใครของผู้ก่อตั้ง จังหวะเวลาของตลาด หรือเทคโนโลยีพลิกวงการที่ไม่เคยมีกรณีใกล้เคียงมาก่อน
นอกจากนี้ หากนักลงทุนจำนวนมากใช้ชุดข้อมูลและวิธีวิเคราะห์คล้ายกัน ความได้เปรียบจากการค้นหาดีลแบบเป็นระบบก็อาจลดลงได้
QuantumLight เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มที่กว้างขึ้นในการนำซอฟต์แวร์มาใช้กับ VC ตั้งแต่การค้นหาดีล การประเมินความเสี่ยง ไปจนถึงการวิเคราะห์บริษัทในพอร์ต การเกิดขึ้นของบริษัทที่พัฒนาแพลตฟอร์มค้นหาดีลแบบ AI โดยเฉพาะยังสะท้อนว่า บริษัทลงทุนเริ่มมองโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลเป็นศักยภาพสำคัญของธุรกิจด้วย
กลยุทธ์ของ QuantumLight ยังใหม่เกินกว่าจะตัดสินประสิทธิภาพได้อย่างชัดเจน ประวัติการลงทุนที่บริษัทระบุว่าได้รับคำแนะนำจากอัลกอริทึมเป็นคำอธิบายเกี่ยวกับกระบวนการทำงาน ไม่ใช่ประวัติผลตอบแทนสุทธิจากกองทุนหรือการขายกิจการที่เกิดขึ้นจริงในระยะยาว
การประเมินอย่างจริงจังจะต้องเปรียบเทียบการลงทุนของ QuantumLight กับดัชนีอ้างอิงของ VC แบบดั้งเดิมที่เหมาะสม โดยพิจารณาทั้งมูลค่าบริษัทขณะเข้าลงทุน การตัดสินใจลงทุนต่อ การขาดทุน สภาพคล่อง และช่วงเวลาที่สามารถขายกิจการได้ ผลลัพธ์เหล่านี้ต้องใช้เวลาหลายปี โดยเฉพาะการลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีระยะเติบโต
นี่คือเส้นแบ่งระหว่าง “การทดลองลงทุนที่น่าสนใจ” กับ “กลยุทธ์บริหารสินทรัพย์ที่พิสูจน์แล้ว” QuantumLight อาจแสดงให้เห็นในอนาคตว่าโมเดลสามารถค้นหาโอกาสที่นักลงทุนมนุษย์มองข้ามอย่างเป็นระบบได้ หรืออาจพบว่าการคัดเลือกด้วยข้อมูลทำงานได้ดีที่สุดเมื่อใช้เสริมวิจารณญาณของมนุษย์ ไม่ใช่เข้ามาแทนที่ทั้งหมด
หลักฐานที่มีอยู่ในขณะนี้ยังไม่สามารถตอบคำถามดังกล่าวได้
การมี Storonsky อยู่เบื้องหลังทำให้ QuantumLight มีความน่าเชื่อถือจากประสบการณ์ผู้ก่อตั้ง และอาจได้รับประโยชน์จากความรู้ด้านการสร้างบริษัทเทคโนโลยีของเขา แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดคำถามด้านธรรมาภิบาลขึ้นว่า จะจัดการความรับผิดชอบ ผลประโยชน์ทับซ้อน และเวลาของผู้บริหารอย่างไร เมื่อบุคคลเดียวกันยังคงเป็นผู้นำ Revolut และร่วมก่อตั้งกองทุน VC ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
คำถามนี้ยิ่งมีความสำคัญเมื่อ Revolut ขยายธุรกิจธนาคารภายใต้การกำกับดูแล ในเดือนสิงหาคม 2026 บริษัทได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารในฝรั่งเศส หลังผ่านการอนุมัติที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานกำกับดูแล ACPR ของฝรั่งเศสและธนาคารกลางยุโรป Reuters ระบุว่าใบอนุญาตดังกล่าวเป็นก้าวสำคัญของการขยายธุรกิจในยุโรป และ Storonsky เคยเชื่อมโยงพัฒนาการนี้กับความเป็นไปได้ในการขอใบอนุญาตธนาคารในสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม รายงานสาธารณะที่มีอยู่ไม่ได้ยืนยันว่า Revolut ตัดสินใจหรือยื่นเอกสารเพื่อเข้าจดทะเบียนในสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการแล้ว และก็ไม่ได้แสดงว่ามีความขัดแย้งระหว่าง Revolut กับ QuantumLight
แต่การที่บริษัทหนึ่งกำลังขยายธุรกิจภายใต้กฎระเบียบ ขณะที่ผู้บริหารคนเดียวกันมีบทบาทในกิจกรรมการลงทุนภายนอกและอาจมุ่งสู่ตลาดทุนในอนาคต ทำให้การแบ่งแยกหน้าที่ ขั้นตอนจัดการผลประโยชน์ทับซ้อน และความรับผิดชอบของผู้บริหารมีความสำคัญมากขึ้น
กองทุนที่สองมูลค่า 500 ล้านดอลลาร์ของ QuantumLight เป็นสัญญาณสำคัญจากตลาด นักลงทุนแสดงความสนใจมากพอที่จะสนับสนุนกองทุนที่มีขนาดใหญ่กว่ากองทุนเปิดตัวถึงสองเท่า ขณะเดียวกันการใช้ Aleph ก็ถือเป็นหนึ่งในความพยายามที่ชัดเจนที่สุดของวงการ VC ในการทำให้การค้นหาและเลือกดีลขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ แทนที่จะพึ่งพาความสัมพันธ์เป็นหลัก
แต่การระดมทุนไม่ใช่ผลการดำเนินงาน บทพิสูจน์ที่สำคัญจะมาจากผลลัพธ์ของบริษัทที่ QuantumLight ลงทุนจริง ซึ่งอาจต้องใช้เวลาอีกหลายปี
ในเวลานี้ QuantumLight จึงควรถูกมองว่าเป็นการทดสอบครั้งใหญ่และมีชื่อเสียงของแนวคิดที่ว่าแมชชีนเลิร์นนิงจะช่วยให้การลงทุนในสตาร์ทอัพค้นหาโอกาสได้กว้างขึ้น เร็วขึ้น และสม่ำเสมอขึ้นหรือไม่—not yet เป็นหลักฐานว่า AI เข้ามาแทนที่นักลงทุน VC ได้แล้ว