ในเดือนกรกฎาคม 2026 การส่งออกจีนเพิ่มขึ้น 23.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนในรูปเงินดอลลาร์ โดยความต้องการสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงที่เกี่ยวข้องกับ AI ถูกระบุว่าเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ จีนยังขยายตลาดไปยังประเทศกำลังพัฒนา โดยการส่งออกไปแอฟริกาเพิ่มขึ้น 25.8% และไปกลุ่มอาเซียนเพิ่มขึ้น 13.4% ในปี 2025
สิ่งที่นักลงทุนกำลังประเมินไม่ใช่เพียงความสามารถในการผลิตสินค้าราคาถูก แต่คือการเปลี่ยนผ่านจากการประกอบสินค้าโดยอาศัยต้นทุนต่ำ ไปสู่เทคโนโลยีที่นำไปใช้งานเชิงพาณิชย์ได้จริง
ดังนั้น นักลงทุนจำนวนมากจึงมองฮาร์ดเทคเป็นธีมการเติบโตระยะยาว มากกว่าการเดิมพันแบบเหมารวมกับเศรษฐกิจจีนทั้งหมด
กรณีของ ChangXin Memory Technologies หรือ CXMT ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำ DRAM รายใหญ่ของจีน กลายเป็นสัญลักษณ์ที่ชัดเจนที่สุดของความเชื่อมั่นดังกล่าว บริษัทระดมทุนได้ 8.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจากการเข้าจดทะเบียนในเซี่ยงไฮ้ ซึ่งขณะนั้นเป็น IPO ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียในปี 2026 และราคาหุ้นพุ่งขึ้นมากกว่า 500% ในวันแรก จนมูลค่าตลาดแตะประมาณ 539 พันล้านดอลลาร์ในช่วงหนึ่ง
มูลค่าดังกล่าวสะท้อนความคาดหวังหลายด้าน ทั้งวัฏจักรขาขึ้นของชิปหน่วยความจำที่ขับเคลื่อนโดย AI ความต้องการเพิ่มศักยภาพการผลิต DRAM ภายในประเทศ และการสนับสนุนจากนโยบายรัฐ โดยกลุ่มนักลงทุนที่เชื่อมโยงกับรัฐบาลเมืองเหอเฝย์ถือหุ้น CXMT รวมกัน 36.8%
แต่ราคาหุ้นที่พุ่งแรงไม่ได้แปลว่าความสามารถในการแข่งขันระดับโลกได้รับการพิสูจน์แล้ว CXMT ยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงเครื่องจักรผลิตชิประดับแนวหน้า และต้องแข่งขันกับผู้ผลิตหน่วยความจำรายเดิมของโลกที่มีเทคโนโลยีและประสบการณ์สูงกว่า บททดสอบสำคัญจึงอยู่ที่การส่งมอบสินค้า คุณภาพ อัตรากำไร และความสามารถในการลดช่องว่างทางเทคโนโลยี ไม่ใช่เพียงความคึกคักในวันเข้าตลาด
Unitree เป็นอีกชื่อที่สะท้อนความสนใจต่อหุ่นยนต์มนุษย์และหุ่นยนต์สี่ขาของจีน นักลงทุนมองเห็นโอกาสจากการนำชิ้นส่วนจำนวนมาก ห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแรง และความเชี่ยวชาญด้านการผลิตในโรงงาน มาช่วยให้หุ่นยนต์เชิงพาณิชย์มีต้นทุนต่ำลง
อย่างไรก็ดี หลักฐานที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอที่จะใช้ Unitree เพียงบริษัทเดียวเป็นข้อพิสูจน์ว่าการลงทุนจากต่างชาติในอุตสาหกรรมนี้ไหลเข้าอย่างกว้างขวาง หรืออุตสาหกรรมมีความสามารถทำกำไรในระดับ成熟แล้ว นักลงทุนจึงควรแยกคำสั่งซื้อและอัตรากำไรที่ตรวจสอบได้ ออกจากความสนใจที่เกิดจากการสาธิตผลิตภัณฑ์และเรื่องเล่าในตลาดทุน
ตัวเลขการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศสะท้อนภาพที่ซับซ้อนกว่าเรื่องเล่าขาขึ้นของฮาร์ดเทค FDI ที่จีนใช้จริงลดลง 9.5% ในปี 2025 เหลือ 747.69 พันล้านหยวน แม้จำนวนบริษัทที่ลงทุนจากต่างประเทศซึ่งจัดตั้งใหม่จะเพิ่มขึ้น 19.1%
รูปแบบนี้ชี้ว่า บริษัทต่างชาติยังเห็นโอกาสในบางสาขา โดยเฉพาะการผลิตขั้นสูงและบริการ แต่ก็ยังระมัดระวังต่ออุปสงค์ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ กฎระเบียบ และผลตอบแทนจากการลงทุน
ในทางกลับกัน การลงทุนโดยตรงในต่างประเทศของบริษัทจีนเพิ่มขึ้น 7.1% ในปี 2025 ขณะที่การควบรวมและซื้อกิจการในต่างประเทศเพิ่มขึ้นเกือบ 40% สะท้อนความพยายามของบริษัทจีนในการสร้างตลาดและห่วงโซ่อุปทานนอกประเทศ
มุมมองเชิงบวกคือ AI เทคโนโลยีสีเขียว และการผลิตขั้นสูง อาจช่วยเพิ่มกำไรและการส่งออกได้ แม้เครื่องยนต์การเติบโตแบบเดิมที่พึ่งพาอสังหาริมทรัพย์จะชะลอลง แต่ฝ่ายที่ระมัดระวังเตือนว่า มูลค่าหุ้นบางส่วนอาจสะท้อนเงินสนับสนุนจากรัฐและความขาดแคลนเชิงยุทธศาสตร์ไปล่วงหน้าแล้ว ก่อนที่กำไรจริงจะพิสูจน์ตัวเอง
ความเสี่ยงสำคัญยังรวมถึงกำลังการผลิตส่วนเกิน การแข่งขันด้านราคา ข้อจำกัดการส่งออก และกำแพงภาษีหรือมาตรการกีดกันทางการค้า ซึ่งอาจบีบอัตรากำไร แม้เทคโนโลยีจะเดินหน้าต่อไป
ในระดับเศรษฐกิจมหภาค จีนยังเผชิญการบริโภคภาคครัวเรือนที่ซบเซา การปรับฐานต่อเนื่องของภาคอสังหาริมทรัพย์ แรงกดดันด้านเงินฝืด และการลงทุนภาคเอกชนที่อ่อนแอ ธนาคารโลกคาดว่าเศรษฐกิจจีนจะเติบโตชะลอลงในปี 2026 จากข้อจำกัดด้านอุปสงค์ภายในประเทศเหล่านี้
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF แนะนำให้จีนเปลี่ยนการสนับสนุนไปยังการบริโภคภาคครัวเรือนและการปรับโครงสร้างภาคอสังหาริมทรัพย์ ลดการลงทุนที่ไม่มีประสิทธิภาพ พร้อมใช้นโยบายเศรษฐกิจมหภาคที่ผ่อนคลายมากขึ้นและเปิดให้ค่าเงินมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
ความเชื่อมั่นต่ฮาร์ดเทคจีนมีพื้นฐานที่จับต้องได้ ทั้งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ฐานการผลิตขนาดใหญ่ และการเติบโตของการส่งออก แต่ความยั่งยืนของกระแสนี้จะขึ้นอยู่กับคุณภาพของการเติบโตมากกว่าขนาดเงินลงทุน
การฟื้นตัวจะน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น หากจีนสามารถเดินหน้าสนับสนุนเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์ควบคู่กับการเพิ่มสวัสดิการและรายได้ครัวเรือน ปรับโครงสร้างอสังหาริมทรัพย์อย่างมีความน่าเชื่อถือ สร้างกติกาที่คาดการณ์ได้สำหรับบริษัทเอกชนและบริษัทต่างชาติ และควบคุมการลงทุนเกินตัว
หากการเติบโตยังพึ่งพาหลัก ๆ กับกำลังการผลิตที่ได้รับเงินอุดหนุนและการเร่งส่งออก ความขัดแย้งทางการค้า อัตรากำไรที่บาง และการจัดสรรเงินทุนผิดพลาดอาจทำให้กระแสฮาร์ดเทคอ่อนแรงลงได้ แม้จีนจะยังมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องก็ตาม