การคูณราคาเสนอขาย 150.80 หยวนด้วยหุ้นใหม่ประมาณ 40.45 ล้านหุ้น ให้เงินระดมทุนขั้นต้นราว 6.10 พันล้านหยวน ขณะที่การคูณราคาเดียวกันด้วยหุ้นทั้งหมดหลังการเสนอขายประมาณ 404.46 ล้านหุ้น ทำให้ได้มูลค่าตลาดประมาณ 60.99 พันล้านหยวน
Unitree ระบุว่าเงินทุนจะถูกจัดสรรให้กับ 4 โครงการหลัก ได้แก่
แผนดังกล่าวสะท้อนแนวทางที่เดินหน้าพร้อมกันทั้งด้านซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ การวิจัยโมเดลมีเป้าหมายเพื่อยกระดับความฉลาดและระบบควบคุมของหุ่นยนต์ ขณะที่การพัฒนาต้นแบบและผลิตภัณฑ์จะช่วยเปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นระบบที่นำไปใช้งานเชิงพาณิชย์ได้ ส่วนฐานการผลิตมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต
เงินที่บริษัทได้รับจริงจะต่ำกว่าตัวเลขระดมทุนขั้นต้นหลังหักค่าใช้จ่าย โดยรายงานที่อ้างอิงเอกสารยื่นต่อตลาดระบุว่าเงินสุทธิอยู่ที่ประมาณ 5.917 พันล้านหยวน หรือราว 5.92 พันล้านหยวน
Unitree ทำตลาดทั้งหุ่นยนต์สี่ขาและหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ รายงานที่อ้างอิงหนังสือชี้ชวนของบริษัทระบุว่า ระหว่างปี 2023-2025 บริษัทจำหน่ายหุ่นยนต์สี่ขามากกว่า 33,000 ตัว และจัดส่งหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์มากกว่า 5,500 ตัวในปี 2025 โดย Unitree ระบุว่าตัวเลขการจัดส่งฮิวแมนนอยด์ดังกล่าวสูงที่สุดในโลกในปีนั้น
หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ยังมีบทบาทต่อรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รายได้จากการดำเนินงานของ Unitree เพิ่มจากประมาณ 159 ล้านหยวนในปี 2023 และ 393 ล้านหยวนในปี 2024 เป็นประมาณ 1.708 พันล้านหยวนในปี 2025 ด้าน Reuters รายงานว่ารายได้จากการดำเนินงานเติบโต 335% ในปี 2025 และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงเดียวกัน
รายงานอีกชุดหนึ่งที่อ้างอิงหนังสือชี้ชวนระบุว่า กำไรสุทธิปรับปรุงในปี 2025 อยู่ที่ประมาณ 600 ล้านหยวน เทียบกับผลขาดทุนที่ปรับปรุงแล้วในปี 2023 ตัวเลขนี้บ่งชี้ว่า Unitree เข้าสู่ IPO พร้อมผลกำไรที่รายงานไว้ ไม่ได้อาศัยเพียงเรื่องราวการเติบโตในอนาคตเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม การเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปีเดียวไม่ได้ยืนยันว่าความต้องการจะรักษาอัตราเดิมได้ตลอดไป เงินจาก IPO จึงมีความสำคัญต่อบททดสอบระยะถัดไปของ Unitree นั่นคือการขยายการผลิต และเปลี่ยนความต้องการระยะแรกให้กลายเป็นยอดขายที่เกิดขึ้นซ้ำและยั่งยืน
หุ้นในส่วนที่จัดสรรให้ผู้ลงทุนรายย่อยมีคำสั่งจองซื้อมากกว่าจำนวนหุ้นที่เปิดไว้กว่า 8,000 เท่า อัตราการถูกรางวัลจัดสรรหุ้นออนไลน์ขั้นสุดท้ายอยู่ที่ประมาณ 0.018% โดยรายงานหนึ่งระบุค่าละเอียดที่ 0.01809759%
ดีลนี้ยังได้รับความสนใจจากนักลงทุนสถาบันอย่างมาก ข้อมูลจากเอกสารยื่นต่อตลาดระบุว่ามีบัญชีที่มีสิทธิ์ยื่นเสนอราคานอกระบบจำนวน 11,052 บัญชี ซึ่งบริหารโดยนักลงทุนสถาบัน 313 แห่ง หลังเปิดใช้กลไกปรับสัดส่วนระหว่างช่องทางจัดสรร จำนวนหุ้นที่เสนอขายผ่านระบบออนไลน์ขั้นสุดท้ายอยู่ที่ประมาณ 9.707 ล้านหุ้น
ตัวเลขรายละเอียดของการจองซื้อจากนักลงทุนสถาบันและการจัดสรรหุ้นเชิงกลยุทธ์มาจากข้อมูลที่บริษัทและตลาดหลักทรัพย์เปิดเผย จึงควรใช้เป็นตัวชี้วัดความสนใจต่อดีลนี้ มากกว่าจะตีความว่าเป็นประมาณการผลประกอบการหรือคำยืนยันแนวโน้มราคาหุ้นในอนาคต ส่วนอัตราถูกรางวัลของนักลงทุนรายย่อยได้รับการรายงานโดยแหล่งข่าวอิสระว่าเป็นหลักฐานของแรงสนใจที่เข้มข้นเป็นพิเศษ
ที่ราคา 150.80 หยวนต่อหุ้น IPO ของ Unitree คิดเป็นมูลค่าตลาดหลังการออกหุ้นประมาณ 60.993 พันล้านหยวน Global Times รายงานว่าอัตราส่วนราคาต่อกำไร หรือ P/E อยู่ที่ 219.23 เท่า ซึ่งสะท้อนว่ามูลค่าดังกล่าวได้รวมความคาดหวังต่อการเติบโตในอนาคตไว้สูงมาก
ค่าพรีเมียมนี้มีที่มาจากหลายปัจจัย ทั้งสถานะของ Unitree ในตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และหุ่นยนต์สี่ขา การเติบโตอย่างรวดเร็วในปี 2025 จำนวนบริษัทหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในจีนแผ่นดินใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดสาธารณะยังมีจำกัด และกระแสความสนใจต่อปัญญาประดิษฐ์แบบมีตัวตน หรือ embodied AI Reuters ระบุว่าดีลนี้จะทำให้ Unitree เป็นผู้ผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รายแรกที่เข้าจดทะเบียนในตลาดจีนแผ่นดินใหญ่
แต่อีกด้านหนึ่ง มูลค่าที่สูงก็ทำให้ราคาหุ้นไวต่อปัจจัยลบมากขึ้น หากยอดจัดส่งต่ำกว่าคาด อัตรากำไรถูกกดดัน การผลิตล่าช้า หรือการนำหุ่นยนต์ไปใช้งานเชิงพาณิชย์เติบโตช้ากว่าที่ตลาดหวัง แผนการใช้เงินของ Unitree บอกได้ว่าฝ่ายบริหารจะลงทุนในจุดใด แต่การเข้าตลาดไม่ได้รับประกันว่าเงินลงทุนเหล่านั้นจะสร้างผลตอบแทนในสัดส่วนเดียวกัน
IPO ของ Unitree จะกลายเป็นจุดอ้างอิงจากตลาดทุนสำหรับอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ที่ก่อนหน้านี้ได้รับการประเมินมูลค่าผ่านรอบระดมทุนเอกชนและการลงทุนเชิงกลยุทธ์เป็นหลัก นอกจากนี้ บริษัทยังจะต้องเผชิญการตรวจสอบจากตลาดมากขึ้น ทั้งในเรื่องกำลังการผลิต ความน่าเชื่อถือของหุ่นยนต์ ความต้องการของลูกค้า ความสามารถในการทำกำไร และความเร็วที่หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จะขยับจากการสาธิตหรือโครงการเริ่มต้นไปสู่การใช้งานจริงในวงกว้าง
สำหรับนักลงทุนและผู้ติดตามอุตสาหกรรม คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า Unitree จะระดมทุนได้ 6.10 พันล้านหยวนหรือไม่ แต่คือเงินทุนจากทั้ง 4 โครงการจะช่วยให้บริษัทเปลี่ยนการเติบโตที่รวดเร็วในช่วงที่ผ่านมาให้เป็นธุรกิจหุ่นยนต์ที่มั่นคงและยั่งยืนได้หรือไม่ พร้อมรองรับมูลค่ากิจการเกือบ 61 พันล้านหยวน
ก่อนการเข้าซื้อขายตามกำหนดในวันที่ 19 สิงหาคม ข้อเท็จจริงที่ชัดเจนที่สุดคือราคาเสนอขาย ขนาดเงินระดมทุน แผนใช้เงินทั้ง 4 ด้าน ผลประกอบการและยอดจัดส่งในปี 2025 รวมถึงแรงจองซื้อที่ร้อนแรงอย่างผิดปกติ ส่วนคำตอบว่ามูลค่าดังกล่าวเหมาะสมหรือไม่ จะขึ้นอยู่กับผลงานของ Unitree หลังเข้าตลาด
การคูณราคาเสนอขาย 150.80 หยวนด้วยหุ้นใหม่ประมาณ 40.45 ล้านหุ้น ให้เงินระดมทุนขั้นต้นราว 6.10 พันล้านหยวน ขณะที่การคูณราคาเดียวกันด้วยหุ้นทั้งหมดหลังการเสนอขายประมาณ 404.46 ล้านหุ้น ทำให้ได้มูลค่าตลาดประมาณ 60.99 พันล้านหยวน
Unitree ระบุว่าเงินทุนจะถูกจัดสรรให้กับ 4 โครงการหลัก ได้แก่
แผนดังกล่าวสะท้อนแนวทางที่เดินหน้าพร้อมกันทั้งด้านซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ การวิจัยโมเดลมีเป้าหมายเพื่อยกระดับความฉลาดและระบบควบคุมของหุ่นยนต์ ขณะที่การพัฒนาต้นแบบและผลิตภัณฑ์จะช่วยเปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นระบบที่นำไปใช้งานเชิงพาณิชย์ได้ ส่วนฐานการผลิตมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต
เงินที่บริษัทได้รับจริงจะต่ำกว่าตัวเลขระดมทุนขั้นต้นหลังหักค่าใช้จ่าย โดยรายงานที่อ้างอิงเอกสารยื่นต่อตลาดระบุว่าเงินสุทธิอยู่ที่ประมาณ 5.917 พันล้านหยวน หรือราว 5.92 พันล้านหยวน
Unitree ทำตลาดทั้งหุ่นยนต์สี่ขาและหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ รายงานที่อ้างอิงหนังสือชี้ชวนของบริษัทระบุว่า ระหว่างปี 2023-2025 บริษัทจำหน่ายหุ่นยนต์สี่ขามากกว่า 33,000 ตัว และจัดส่งหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์มากกว่า 5,500 ตัวในปี 2025 โดย Unitree ระบุว่าตัวเลขการจัดส่งฮิวแมนนอยด์ดังกล่าวสูงที่สุดในโลกในปีนั้น
หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ยังมีบทบาทต่อรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รายได้จากการดำเนินงานของ Unitree เพิ่มจากประมาณ 159 ล้านหยวนในปี 2023 และ 393 ล้านหยวนในปี 2024 เป็นประมาณ 1.708 พันล้านหยวนในปี 2025 ด้าน Reuters รายงานว่ารายได้จากการดำเนินงานเติบโต 335% ในปี 2025 และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงเดียวกัน
รายงานอีกชุดหนึ่งที่อ้างอิงหนังสือชี้ชวนระบุว่า กำไรสุทธิปรับปรุงในปี 2025 อยู่ที่ประมาณ 600 ล้านหยวน เทียบกับผลขาดทุนที่ปรับปรุงแล้วในปี 2023 ตัวเลขนี้บ่งชี้ว่า Unitree เข้าสู่ IPO พร้อมผลกำไรที่รายงานไว้ ไม่ได้อาศัยเพียงเรื่องราวการเติบโตในอนาคตเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม การเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปีเดียวไม่ได้ยืนยันว่าความต้องการจะรักษาอัตราเดิมได้ตลอดไป เงินจาก IPO จึงมีความสำคัญต่อบททดสอบระยะถัดไปของ Unitree นั่นคือการขยายการผลิต และเปลี่ยนความต้องการระยะแรกให้กลายเป็นยอดขายที่เกิดขึ้นซ้ำและยั่งยืน
หุ้นในส่วนที่จัดสรรให้ผู้ลงทุนรายย่อยมีคำสั่งจองซื้อมากกว่าจำนวนหุ้นที่เปิดไว้กว่า 8,000 เท่า อัตราการถูกรางวัลจัดสรรหุ้นออนไลน์ขั้นสุดท้ายอยู่ที่ประมาณ 0.018% โดยรายงานหนึ่งระบุค่าละเอียดที่ 0.01809759%
ดีลนี้ยังได้รับความสนใจจากนักลงทุนสถาบันอย่างมาก ข้อมูลจากเอกสารยื่นต่อตลาดระบุว่ามีบัญชีที่มีสิทธิ์ยื่นเสนอราคานอกระบบจำนวน 11,052 บัญชี ซึ่งบริหารโดยนักลงทุนสถาบัน 313 แห่ง หลังเปิดใช้กลไกปรับสัดส่วนระหว่างช่องทางจัดสรร จำนวนหุ้นที่เสนอขายผ่านระบบออนไลน์ขั้นสุดท้ายอยู่ที่ประมาณ 9.707 ล้านหุ้น
ตัวเลขรายละเอียดของการจองซื้อจากนักลงทุนสถาบันและการจัดสรรหุ้นเชิงกลยุทธ์มาจากข้อมูลที่บริษัทและตลาดหลักทรัพย์เปิดเผย จึงควรใช้เป็นตัวชี้วัดความสนใจต่อดีลนี้ มากกว่าจะตีความว่าเป็นประมาณการผลประกอบการหรือคำยืนยันแนวโน้มราคาหุ้นในอนาคต ส่วนอัตราถูกรางวัลของนักลงทุนรายย่อยได้รับการรายงานโดยแหล่งข่าวอิสระว่าเป็นหลักฐานของแรงสนใจที่เข้มข้นเป็นพิเศษ
ที่ราคา 150.80 หยวนต่อหุ้น IPO ของ Unitree คิดเป็นมูลค่าตลาดหลังการออกหุ้นประมาณ 60.993 พันล้านหยวน Global Times รายงานว่าอัตราส่วนราคาต่อกำไร หรือ P/E อยู่ที่ 219.23 เท่า ซึ่งสะท้อนว่ามูลค่าดังกล่าวได้รวมความคาดหวังต่อการเติบโตในอนาคตไว้สูงมาก
ค่าพรีเมียมนี้มีที่มาจากหลายปัจจัย ทั้งสถานะของ Unitree ในตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และหุ่นยนต์สี่ขา การเติบโตอย่างรวดเร็วในปี 2025 จำนวนบริษัทหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในจีนแผ่นดินใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดสาธารณะยังมีจำกัด และกระแสความสนใจต่อปัญญาประดิษฐ์แบบมีตัวตน หรือ embodied AI Reuters ระบุว่าดีลนี้จะทำให้ Unitree เป็นผู้ผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รายแรกที่เข้าจดทะเบียนในตลาดจีนแผ่นดินใหญ่
แต่อีกด้านหนึ่ง มูลค่าที่สูงก็ทำให้ราคาหุ้นไวต่อปัจจัยลบมากขึ้น หากยอดจัดส่งต่ำกว่าคาด อัตรากำไรถูกกดดัน การผลิตล่าช้า หรือการนำหุ่นยนต์ไปใช้งานเชิงพาณิชย์เติบโตช้ากว่าที่ตลาดหวัง แผนการใช้เงินของ Unitree บอกได้ว่าฝ่ายบริหารจะลงทุนในจุดใด แต่การเข้าตลาดไม่ได้รับประกันว่าเงินลงทุนเหล่านั้นจะสร้างผลตอบแทนในสัดส่วนเดียวกัน
IPO ของ Unitree จะกลายเป็นจุดอ้างอิงจากตลาดทุนสำหรับอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ที่ก่อนหน้านี้ได้รับการประเมินมูลค่าผ่านรอบระดมทุนเอกชนและการลงทุนเชิงกลยุทธ์เป็นหลัก นอกจากนี้ บริษัทยังจะต้องเผชิญการตรวจสอบจากตลาดมากขึ้น ทั้งในเรื่องกำลังการผลิต ความน่าเชื่อถือของหุ่นยนต์ ความต้องการของลูกค้า ความสามารถในการทำกำไร และความเร็วที่หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จะขยับจากการสาธิตหรือโครงการเริ่มต้นไปสู่การใช้งานจริงในวงกว้าง
สำหรับนักลงทุนและผู้ติดตามอุตสาหกรรม คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า Unitree จะระดมทุนได้ 6.10 พันล้านหยวนหรือไม่ แต่คือเงินทุนจากทั้ง 4 โครงการจะช่วยให้บริษัทเปลี่ยนการเติบโตที่รวดเร็วในช่วงที่ผ่านมาให้เป็นธุรกิจหุ่นยนต์ที่มั่นคงและยั่งยืนได้หรือไม่ พร้อมรองรับมูลค่ากิจการเกือบ 61 พันล้านหยวน
ก่อนการเข้าซื้อขายตามกำหนดในวันที่ 19 สิงหาคม ข้อเท็จจริงที่ชัดเจนที่สุดคือราคาเสนอขาย ขนาดเงินระดมทุน แผนใช้เงินทั้ง 4 ด้าน ผลประกอบการและยอดจัดส่งในปี 2025 รวมถึงแรงจองซื้อที่ร้อนแรงอย่างผิดปกติ ส่วนคำตอบว่ามูลค่าดังกล่าวเหมาะสมหรือไม่ จะขึ้นอยู่กับผลงานของ Unitree หลังเข้าตลาด