การเติบโตของ AI ไม่ได้สร้างความต้องการเฉพาะชิปประมวลผลระดับแนวหน้าเท่านั้น แต่ยังเพิ่มคำสั่งซื้อชิปโหนดการผลิตที่เก่ากว่า ซึ่งใช้เป็นชิปประกอบในระบบ เช่น ชิปจัดการพลังงานและชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับออปติกส์ ส่งผลให้กำลังการผลิตของโรงงานรับจ้างผลิตชิปตึงตัวขึ้น
SMIC ระบุว่า ความต้องการจาก AI จะยังสนับสนุนตลาดรับจ้างผลิตชิปอย่างแข็งแกร่ง และบริษัทกำลังปรับกำลังการผลิตเดิมพร้อมเร่งการเริ่มเดินสายการผลิตใหม่ เพื่อช่วยบรรเทาข้อจำกัดด้านอุปทานในอุตสาหกรรม
ในไตรมาส 2 ปี 2026 SMIC มีอัตราการใช้กำลังการผลิต 93.7% เพิ่มจาก 93.1% ในไตรมาสแรก สะท้อนว่ากำลังการผลิตที่พร้อมใช้งานเหลือไม่มาก ข้อมูลอีกชุดระบุว่า SMIC และ Hua Hong ต่างเดินโรงงานในระดับใกล้ 94% ในไตรมาสดังกล่าว แม้รายงานจะไม่ได้ให้ตัวเลขที่แม่นยำของ Hua Hong ในแหล่งข้อมูลเดียวกัน
ก่อนหน้านี้ SMIC รายงานอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ 93% ในไตรมาส 1 ปี 2026
หลักฐานที่มีสนับสนุนภาพรวมว่า ความต้องการชิปที่เกี่ยวข้องกับ AI กำลังกดดันกำลังการผลิต และทำให้ผู้ผลิตต้องทบทวนแผนขยายโรงงาน แต่ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันคำกล่าวอ้างเรื่องคำสั่งซื้อที่มองเห็นได้ถึงสิ้นปี 2027 หรือระบุวันที่แน่นอนได้ว่า กำลังการผลิตใหม่ในระดับที่มีนัยสำคัญจะเริ่มเข้าสู่ระบบเมื่อใด
ในภาพระยะยาว ส่วนแบ่งกำลังการผลิตชิปโหนดเดิมช่วง 22–40 นาโนเมตรของโรงงานจีนคาดว่าจะเพิ่มจาก 32% ในปี 2025 เป็น 41% ในปี 2027 แต่กำลังการผลิตรวมที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่าจะสามารถแก้ปัญหาขาดแคลนระยะสั้นได้ทั้งหมด เพราะตลาดยังขึ้นอยู่กับชนิดกระบวนการผลิตเฉพาะและสายการผลิตที่ผ่านการรับรองแล้ว
โดยสรุป รายงาน CIC มองว่าการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐาน AI จะผลักดันตลาดออปติคัลอินเทอร์คอนเนกต์ศูนย์ข้อมูลให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ขณะเดียวกัน ความตึงตัวของโรงงานผลิตชิปก็เป็นปัจจัยเสี่ยงด้านอุปทานที่อาจกำหนดความเร็วของการเติบโตจริง ตัวเลขพยากรณ์จึงควรใช้เป็นภาพสะท้อนทิศทางตลาด มากกว่าจะตีความว่าเป็นผลลัพธ์ที่ยืนยันแล้ว
การเติบโตของ AI ไม่ได้สร้างความต้องการเฉพาะชิปประมวลผลระดับแนวหน้าเท่านั้น แต่ยังเพิ่มคำสั่งซื้อชิปโหนดการผลิตที่เก่ากว่า ซึ่งใช้เป็นชิปประกอบในระบบ เช่น ชิปจัดการพลังงานและชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับออปติกส์ ส่งผลให้กำลังการผลิตของโรงงานรับจ้างผลิตชิปตึงตัวขึ้น
SMIC ระบุว่า ความต้องการจาก AI จะยังสนับสนุนตลาดรับจ้างผลิตชิปอย่างแข็งแกร่ง และบริษัทกำลังปรับกำลังการผลิตเดิมพร้อมเร่งการเริ่มเดินสายการผลิตใหม่ เพื่อช่วยบรรเทาข้อจำกัดด้านอุปทานในอุตสาหกรรม
ในไตรมาส 2 ปี 2026 SMIC มีอัตราการใช้กำลังการผลิต 93.7% เพิ่มจาก 93.1% ในไตรมาสแรก สะท้อนว่ากำลังการผลิตที่พร้อมใช้งานเหลือไม่มาก ข้อมูลอีกชุดระบุว่า SMIC และ Hua Hong ต่างเดินโรงงานในระดับใกล้ 94% ในไตรมาสดังกล่าว แม้รายงานจะไม่ได้ให้ตัวเลขที่แม่นยำของ Hua Hong ในแหล่งข้อมูลเดียวกัน
ก่อนหน้านี้ SMIC รายงานอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ 93% ในไตรมาส 1 ปี 2026
หลักฐานที่มีสนับสนุนภาพรวมว่า ความต้องการชิปที่เกี่ยวข้องกับ AI กำลังกดดันกำลังการผลิต และทำให้ผู้ผลิตต้องทบทวนแผนขยายโรงงาน แต่ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันคำกล่าวอ้างเรื่องคำสั่งซื้อที่มองเห็นได้ถึงสิ้นปี 2027 หรือระบุวันที่แน่นอนได้ว่า กำลังการผลิตใหม่ในระดับที่มีนัยสำคัญจะเริ่มเข้าสู่ระบบเมื่อใด
ในภาพระยะยาว ส่วนแบ่งกำลังการผลิตชิปโหนดเดิมช่วง 22–40 นาโนเมตรของโรงงานจีนคาดว่าจะเพิ่มจาก 32% ในปี 2025 เป็น 41% ในปี 2027 แต่กำลังการผลิตรวมที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่าจะสามารถแก้ปัญหาขาดแคลนระยะสั้นได้ทั้งหมด เพราะตลาดยังขึ้นอยู่กับชนิดกระบวนการผลิตเฉพาะและสายการผลิตที่ผ่านการรับรองแล้ว
โดยสรุป รายงาน CIC มองว่าการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐาน AI จะผลักดันตลาดออปติคัลอินเทอร์คอนเนกต์ศูนย์ข้อมูลให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ขณะเดียวกัน ความตึงตัวของโรงงานผลิตชิปก็เป็นปัจจัยเสี่ยงด้านอุปทานที่อาจกำหนดความเร็วของการเติบโตจริง ตัวเลขพยากรณ์จึงควรใช้เป็นภาพสะท้อนทิศทางตลาด มากกว่าจะตีความว่าเป็นผลลัพธ์ที่ยืนยันแล้ว