เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2026 เซเลนสกีระบุว่า รัสเซียยังได้รับชิ้นส่วนสำคัญต่อการผลิตขีปนาวุธและอาวุธจากประเทศสมาชิก G7 ยูเครนประสานงานระหว่างหน่วยข่าวกรอง กระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานความมั่นคง เพื่อระบุจุดกดดันและช่วงเวลาที่คาดหวังการตัดสินใจคว่ำบาตรจากพันธมิตร คำเรียกร้องดังกล่าวเกิดขึ้นหลังมาตรการคว่ำบาตรชุดที...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Ukrainian President Volodymyr Zelenskyy say on August 17 about Russia continuing to obtain components critical to its military-indu. Article summary: Zelenskyy said Russia was still receiving items vital to its military-industrial base—and thus its missile and other weapons production—from countries that belong to the G7. He argued that partners must impose further sa. Topic tags: general, general web, user generated, government, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermar
ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีของยูเครนกล่าวเมื่อวันที่ 17 สิงหาคมว่า รัสเซียยังคงได้รับสิ่งของที่จำเป็นต่ออุตสาหกรรมการทหารจากประเทศสมาชิกกลุ่ม G7 ซึ่งเปิดทางให้รัสเซียเดินหน้าผลิตขีปนาวุธและอาวุธประเภทอื่นได้ต่อไป พร้อมเรียกร้องให้พันธมิตรออกมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมและอุดช่องโหว่ของข้อจำกัดที่มีอยู่
ประเด็นสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่จำนวนรายชื่อผู้ถูกคว่ำบาตรเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การบังคับใช้ให้ครอบคลุมคนกลาง เส้นทางส่งออกต่อ และช่องว่างด้านเขตอำนาจศาลที่ทำให้ชิ้นส่วนจากต่างประเทศยังไปถึงผู้ผลิตอาวุธของรัสเซียได้
ตามรายงานคำกล่าวของเขา เซเลนสกีระบุว่า สิ่งของบางประเภทที่มีความสำคัญต่อความพยายามทำสงครามของรัสเซียยังถูกส่งมาจากประเทศสมาชิก G7 เขาไม่ได้กล่าวหาว่ารัฐบาล G7 จงใจจัดส่งสินค้าให้รัสเซีย แต่ชี้ว่าชิ้นส่วนเหล่านี้อาจเคลื่อนผ่านห่วงโซ่อุปทานเชิงพาณิชย์ ผ่านผู้จัดจำหน่าย คนกลาง หรือเส้นทางส่งออกต่อ ก่อนถึงผู้ผลิตของรัสเซีย แม้มีข้อจำกัดอยู่แล้ว
ยูเครนเคยเน้นย้ำก่อนหน้านี้ว่า พบชิ้นส่วนจากต่างประเทศในขีปนาวุธ โดรน และอาวุธประเภทอื่นของรัสเซีย ทำให้การควบคุมการส่งออกและการตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานกลายเป็นส่วนสำคัญของยุทธศาสตร์คว่ำบาตรของกรุงเคียฟ
อย่างไรก็ตาม การพบชิ้นส่วนจากตะวันตกในอาวุธรัสเซียไม่ได้พิสูจน์โดยอัตโนมัติว่าผู้ผลิตเดิมรู้ว่าสินค้าจะถูกนำไปใช้ทางทหาร หรือขายให้รัสเซียโดยตรง ประเด็นที่ถูกตั้งคำถามคือเส้นทางระหว่างผู้ผลิตกับผู้ใช้งานปลายทาง
เหตุผลของเซเลนสกีคือ ทุกเส้นทางจัดหาที่ยังไม่ถูกปิดอาจช่วยให้รัสเซียรักษาศักยภาพในการโจมตีต่อไปได้ เขาจึงต้องการให้พันธมิตรไม่ได้มุ่งเป้าเฉพาะบริษัทอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของรัสเซียเท่านั้น แต่รวมถึงบุคคลและนิติบุคคลที่ช่วยผลิตขีปนาวุธ จัดหาแท่นยิง หรือส่งมอบชิ้นส่วนที่จำเป็นด้วย
ในทางปฏิบัติ การปิดช่องโหว่หมายถึงการทำให้การหลบเลี่ยงมาตรการเดิมทำได้ยากขึ้น เช่น ตรวจสอบเครือข่ายจัดซื้อ จำกัดการส่งออกต่อ และระบุบริษัทหรือคนกลางที่ยังเชื่อมโยงผู้ผลิตของรัสเซียเข้ากับเทคโนโลยีจากต่างประเทศ รายงานที่มีอยู่สนับสนุนว่ามีข้อกังวลด้านการบังคับใช้จริง แต่ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าชิ้นส่วนทุกชิ้นในอาวุธรัสเซียถูกขายเพื่อใช้ทางทหารโดยผู้ผลิตเดิมอย่างรู้เห็น
เซเลนสกีกล่าวว่า ยูเครนได้ประสานงานระหว่างหน่วยข่าวกรอง กระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานความมั่นคงพิเศษ เพื่อพิจารณา 2 เรื่อง ได้แก่ ยูเครนคาดหวังการตัดสินใจคว่ำบาตรรอบใหม่จากพันธมิตรรายใดและเมื่อใด รวมถึงจุดกดดันใดที่จะลดขีดความสามารถทางทหารที่รัสเซียกำลังใช้งานอยู่ได้มากที่สุด
แนวทางนี้สะท้อนการคว่ำบาตรแบบเจาะจงเป้าหมาย มากกว่าการเพิ่มรายชื่ออย่างกว้างขวางโดยไม่พิจารณาเส้นทางจัดหา ยูเครนกำลังรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเครือข่ายจัดซื้อและบริษัทที่มีความสำคัญ ก่อนส่งข้อเสนอให้พันธมิตรที่มีอำนาจขัดขวางเครือข่ายเหล่านั้น นอกจากนี้ เซเลนสกียังสั่งให้จัดทำแผนปฏิบัติการคว่ำบาตรที่มุ่งเป้าไปยังภาคส่วนและบริษัทบางแห่งในอุตสาหกรรมการทหารของรัสเซีย
แต่รายงานที่มีอยู่ไม่ได้ระบุตารางเวลาสาธารณะแบบแยกรายประเทศว่าพันธมิตรแต่ละรายจะตัดสินใจเมื่อใด ดังนั้น การประสานงานที่เซเลนสกีกล่าวถึงจึงเป็นความพยายามเชื่อมข้อมูลข่าวกรอง การทูต และลำดับความสำคัญด้านการบังคับใช้เข้าด้วยกัน ไม่ใช่การประกาศว่ามาตรการทั้งหมดได้รับอนุมัติแล้ว
คำเรียกร้องของเซเลนสกีเกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่คาจา คัลลัส หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป ระบุว่า เธอมีแผนเสนอรายชื่อคว่ำบาตรรัสเซียครั้งใหญ่ที่สุดของ EU นับตั้งแต่เริ่มการรุกรานเต็มรูปแบบ หากได้รับการอนุมัติ จำนวนบุคคล บริษัท และองค์กรของรัสเซียที่อยู่ภายใต้มาตรการอาจเพิ่มขึ้นราวหนึ่งในสาม
แหล่งข่าวทางการทูตของ EU ที่ Reuters อ้างระบุว่า ข้อเสนออาจครอบคลุมบุคคลและนิติบุคคลประมาณ 1,600 ราย โดยส่วนใหญ่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมการทหารของรัสเซีย ตัวเลขดังกล่าวเป็นจำนวนที่คาดว่าจะเสนอ ไม่ใช่รายชื่อสุดท้าย และคัลลัสยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดหรือกำหนดเวลาที่แน่นอนของการขึ้นบัญชี
แผนดังกล่าวจะต่อยอดจากมาตรการของ EU เมื่อเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นชุดคว่ำบาตรลำดับที่ 21 และเพิ่มรายชื่อ 218 ราย แบ่งเป็นบุคคล 48 รายกับนิติบุคคล 170 ราย ผู้ที่ถูกขึ้นบัญชีจะเผชิญมาตรการระงับทรัพย์สินและการห้ามจัดหาเงินทุนหรือทรัพยากรทางเศรษฐกิจให้ ส่วนบุคคลจะถูกห้ามเดินทางเข้า EU ด้วย
มาตรการเดือนกรกฎาคมยังมุ่งเป้าไปที่บางส่วนของระบบการเงินรัสเซีย รวมถึงธนาคารและเครือข่ายคริปโตเคอร์เรนซี
ลำดับเหตุการณ์นี้สะท้อนความแตกต่างระหว่างการประกาศคว่ำบาตรกับการทำให้มาตรการมีผลในทางปฏิบัติ การขึ้นบัญชีเพิ่มเติมอาจเพิ่มแรงกดดันทางกฎหมายและการเงิน แต่การที่รัสเซียยังเข้าถึงชิ้นส่วนจากต่างประเทศได้แสดงให้เห็นว่า การบังคับใช้ข้ามพรมแดนและการจัดการกับคนกลางยังเป็นหัวใจสำคัญ
สิ่งที่เซเลนสกีเรียกร้องจาก G7 และ EU คือการเชื่อมโยงนโยบายคว่ำบาตรเข้ากับห่วงโซ่อุปทานจริงที่หล่อเลี้ยงการผลิตขีปนาวุธและอาวุธของรัสเซีย แพ็กเกจฤดูใบไม้ร่วงที่ EU วางแผนไว้อาจขยายจำนวนบริษัทและบุคคลเป้าหมาย ขณะที่การประสานงานโดยใช้ข้อมูลข่าวกรองของยูเครนมีเป้าหมายเพื่อระบุเส้นทางและผู้เล่นที่มาตรการที่กว้างขึ้นจำเป็นต้องเข้าถึง
อย่างไรก็ดี ณ เวลาที่มีรายงานเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม แพ็กเกจของ EU ยังอยู่ในขั้นเสนอ จึงยังไม่สามารถยืนยันขอบเขตหรือผลกระทบสุดท้ายได้
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2026 เซเลนสกีระบุว่า รัสเซียยังได้รับชิ้นส่วนสำคัญต่อการผลิตขีปนาวุธและอาวุธจากประเทศสมาชิก G7
เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2026 เซเลนสกีระบุว่า รัสเซียยังได้รับชิ้นส่วนสำคัญต่อการผลิตขีปนาวุธและอาวุธจากประเทศสมาชิก G7 ยูเครนประสานงานระหว่างหน่วยข่าวกรอง กระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานความมั่นคง เพื่อระบุจุดกดดันและช่วงเวลาที่คาดหวังการตัดสินใจคว่ำบาตรจากพันธมิตร
คำเรียกร้องดังกล่าวเกิดขึ้นหลังมาตรการคว่ำบาตรชุดที่ 21 ของ EU เมื่อเดือนกรกฎาคม ซึ่งเพิ่มรายชื่อ 218 รายและคุมเข้มภาคธนาคารกับเครือข่ายคริปโตของรัสเซีย