Rothschild & Co Redburn ปรับคำแนะนำ Apple จาก Neutral เป็น Buy และเพิ่มราคาเป้าหมายจาก 260 เป็น 400 ดอลลาร์ โดยมองว่า iPhone จอพับราคาอาจอยู่ที่ 2,199 ดอลลาร์และกลยุทธ์ AI ที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นจะช่วยหนุนราคาเฉลี่ยและก... Redburn คาดว่า iPhone Ultra แบบจอพับอาจทำยอดขายได้ราว 14 ล้านเครื่องในปีงบประมาณ 2027 โดยมีเพียง...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What were Rothschild & Co Redburn’s reasons for upgrading Apple from Neutral to Buy and raising its price target from $260 to $400, includin. Article summary: Rothschild & Co Redburn’s upgrade rested on two possible upside catalysts that it believes the market underestimates: a high-priced foldable iPhone that could expand—not merely replace—the iPhone market, and a more pragm. Topic tags: general, general web, user generated, education, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermark
Rothschild & Co Redburn มองว่า Apple มีโอกาสสร้างการเติบโตจากสองปัจจัยที่ตลาดอาจยังประเมินต่ำเกินไป ได้แก่ iPhone จอพับระดับอัลตราพรีเมียม และการปรับแนวทางด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ให้เน้นการใช้งานจริงมากขึ้น
ด้วยเหตุนี้ บริษัทจึงปรับคำแนะนำหุ้น Apple จาก Neutral เป็น Buy พร้อมเพิ่มราคาเป้าหมายจาก 260 ดอลลาร์เป็น 400 ดอลลาร์ ซึ่งขณะมีการรายงานบทวิเคราะห์ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนโอกาสขาขึ้นราว 31%
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่การบอกว่า Apple แก้ปัญหาด้าน AI ได้แล้ว แต่เป็นการเดิมพันว่า Apple ยังสามารถใช้จุดแข็งด้านฮาร์ดแวร์ ชิป ระบบนิเวศ และบริการ เพื่อยกระดับธุรกิจ iPhone และไล่ตามคู่แข่งด้าน AI ได้ โดยไม่จำเป็นต้องพัฒนาโมเดลพื้นฐานที่ดีที่สุดของอุตสาหกรรมด้วยตัวเอง
Redburn คาดว่า Apple อาจเข้าสู่ตลาดสมาร์ตโฟนจอพับระดับอัลตราพรีเมียมด้วยอุปกรณ์ที่มีราคาประมาณ 2,199 ดอลลาร์ และอาจใช้ชื่อทางการตลาดว่า “iPhone Ultra” มีการคาดการณ์ว่า Apple อาจเปิดตัวในเดือนกันยายน แต่บริษัทยังไม่ได้ยืนยันชื่อสินค้า ราคา ผลิตภัณฑ์ หรือกำหนดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
ราคาดังกล่าวจะสูงกว่า iPhone 17 Pro Max ราว 83% ความแตกต่างนี้มีความสำคัญต่อโมเดลของ Redburn เพราะแม้ยอดขายจะไม่ได้สูงมาก iPhone จอพับก็อาจช่วยเพิ่มราคาขายเฉลี่ย หรือ ASP ของ iPhone และทำให้สัดส่วนรายได้ของ Apple ขยับไปทางสินค้าราคาสูงมากขึ้น
Redburn ประเมินว่า iPhone จอพับอาจช่วยเพิ่ม ASP โดยรวมของ iPhone ได้ 11% ภายในเดือนมิถุนายน 2027
Redburn คาดการณ์ว่า iPhone Ultra อาจมียอดขายประมาณ 14 ล้านเครื่องในปีงบประมาณ 2027 โดยในจำนวนนี้มีเพียงราว 4 ล้านเครื่องที่เป็นการแทนที่ยอดขาย iPhone รุ่นปกติ ส่วนที่เหลือจึงถูกมองว่าเป็นความต้องการใหม่ที่เพิ่มเข้ามา
สมมติฐานนี้คือจุดสำคัญของบทวิเคราะห์ เพราะหากผู้ซื้อส่วนใหญ่เพียงเปลี่ยนจาก iPhone รุ่นเดิมมาเป็นรุ่นจอพับ Apple จะได้ประโยชน์จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น แต่ไม่ได้ผู้ใช้หรือตลาดใหม่เข้ามามากนัก
ในทางกลับกัน Redburn เชื่อว่า iPhone จอพับอาจดึงดูดผู้บริโภคที่ยังไม่ได้ใช้ iPhone หรือกระตุ้นให้ผู้ใช้เดิมเลือกซื้ออุปกรณ์ที่มีราคาสูงขึ้น โดยไม่ทำให้ยอดขาย iPhone รุ่นอื่นลดลงอย่างรุนแรง
นักวิเคราะห์ยังยก AirPods และ Apple Watch เป็นตัวอย่างว่า Apple เคยช่วยขยายหมวดหมู่สินค้าที่บริษัทเข้าไปแข่งขันได้อย่างไร โดยการวิเคราะห์ระบุว่า หลังเปิดตัว Apple มีส่วนคิดเป็นประมาณ 65%–75% ของยอดขายหน่วยที่เพิ่มขึ้นในแต่ละหมวดหมู่
แนวคิดนี้ช่วยสนับสนุนมุมมองของ Redburn ว่า Apple อาจไม่ได้เพียงแค่ย้ายลูกค้าจาก iPhone รุ่นหนึ่งไปอีกรุ่นหนึ่ง แต่สามารถสร้างความต้องการใหม่ให้เกิดขึ้นรอบผลิตภัณฑ์ประเภทใหม่ได้
Redburn คาดการณ์ว่ารายได้จาก iPhone อาจสูงกว่าคาดการณ์ของตลาดประมาณ 3%–14% ตลอดช่วงปีงบประมาณ 2026–2030 ขณะที่ประมาณการกำไรโดยรวมของบริษัทอาจสูงกว่าคอนเซนซัส 8%–18% ภายในปีงบประมาณ 2030
โมเดลนี้อาศัยปัจจัยหลายด้านประกอบกัน ได้แก่
สรุปหนึ่งของบทวิเคราะห์ระบุว่า ยอดขาย iPhone อาจเติบโตเฉลี่ย 12% ต่อปีจนถึงปีงบประมาณ 2030 และสูงกว่าคอนเซนซัสได้มากถึง 14% ตัวเลขทั้งหมดนี้เป็นการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ไม่ใช่เป้าหมายหรือคำแนะนำอย่างเป็นทางการจาก Apple
Redburn ระบุว่า Apple Intelligence และความพยายามพัฒนาโมเดลพื้นฐานของ Apple ยังมีประสิทธิภาพไม่น่าประทับใจ และตามหลังคู่แข่งที่อยู่แนวหน้าของอุตสาหกรรม นอกจากนี้ Apple ยังพึ่งพา Gemini ของ Google สำหรับความสามารถด้าน generative AI บางส่วน รวมถึงพึ่งพาความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายเงินเพื่อการจัดวางผลการค้นหาของ Google
สำหรับ Redburn จุดอ่อนดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงความเสี่ยง แต่ยังเป็นโอกาสในการปรับกลยุทธ์ บริษัทมองว่า Apple สามารถใช้ข้อได้เปรียบด้านการผสานฮาร์ดแวร์กับซอฟต์แวร์ ชิปที่ออกแบบเอง ฐานการจัดจำหน่าย การควบคุมความเป็นส่วนตัว และธุรกิจบริการ เพื่อทำให้ AI มีประโยชน์ต่อผู้ใช้ในวงกว้าง
แนวทางที่ Redburn เสนอ ซึ่งเรียกว่า “Fast Follower 2.0” คือการนำโมเดลโอเพนซอร์สที่มีความสามารถสูงมาใช้งาน แทนการพยายามเป็นผู้นำในการสร้างโมเดลพื้นฐานตั้งแต่ต้น โดยหนึ่งในตัวเลือกที่ถูกกล่าวถึงคือกลุ่มโมเดล Nemotron ของ Nvidia และอาจรวมถึงการสร้างความสัมพันธ์กับ Nvidia ให้ลึกซึ้งขึ้น
แนวคิดนี้เป็นข้อเสนอเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง รายงานที่มีอยู่พูดถึงความเป็นไปได้ของความร่วมมือระหว่าง Apple กับ Nvidia ไม่ใช่ดีลที่ได้รับการยืนยันแล้ว อีกทั้งความสัมพันธ์ระหว่างสองบริษัทในอดีตก็ไม่ได้ราบรื่นนัก
ดังนั้น กรณีขาขึ้นของ Redburn จึงตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า Apple จะสามารถเข้าถึงโมเดลที่แข่งขันได้ และนำมาผสานกับฮาร์ดแวร์ ระบบปฏิบัติการ บริการ และฐานผู้ใช้งานของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กรณีลงทุนใน iPhone จอพับมีความเสี่ยงด้านการดำเนินงานหลายประการ หากการผลิตล่าช้า ปัจจัยกระตุ้นการเติบโตก็จะถูกเลื่อนออกไป ขณะเดียวกัน ปัญหารอยพับบนหน้าจอ ความทนทานของบานพับ หรือคุณภาพฮาร์ดแวร์โดยรวม อาจกระทบความต้องการของสินค้าที่วางตำแหน่งไว้สูงสุดในตลาด
ราคาก็เป็นอีกโจทย์สำคัญ ผู้บริโภคอาจไม่พร้อมจ่าย 2,199 ดอลลาร์ หากประสบการณ์ใช้งานของ iPhone จอพับไม่ได้แตกต่างจากสมาร์ตโฟนระดับเรือธงทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ และหากยอดขายส่วนใหญ่เป็นเพียงการเปลี่ยนจาก iPhone รุ่นอื่น ปริมาณความต้องการใหม่ก็จะต่ำกว่าสมมติฐานของ Redburn
ฝั่ง AI ก็ยังมีเงื่อนไขไม่แน่นอนเช่นกัน Apple อาจต้องพึ่งพาผู้ให้บริการภายนอกต่อไป ความร่วมมือกับ Nvidia อาจไม่เกิดขึ้น และการใช้โมเดลโอเพนซอร์สก็ไม่ได้รับประกันว่าจะทำให้ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคดีขึ้นโดยอัตโนมัติ
กล่าวอีกอย่างคือ การอัปเกรดครั้งนี้เป็นการเดิมพันกับความสามารถในการดำเนินงานและความยืดหยุ่นเชิงกลยุทธ์ของ Apple ไม่ใช่คำยืนยันว่า Apple แก้ปัญหา AI สำเร็จแล้ว
ขณะที่มีการรายงานบทวิเคราะห์ หุ้น Apple ปรับตัวขึ้น 13% นับตั้งแต่ต้นปี แต่ลดลง 8% ในช่วงหนึ่งเดือนก่อนหน้านั้น ด้านความเห็นของนักวิเคราะห์โดยรวมถือว่าเป็นบวก แต่ยังไม่เป็นเอกฉันท์ โดยนักวิเคราะห์ 29 จาก 47 รายที่ LSEG ติดตาม ให้คำแนะนำ Buy หรือ Strong Buy
Rothschild Redburn อัปเกรด Apple เพราะมองเห็นโอกาสจากการผสานกันของการเติบโตด้านฮาร์ดแวร์ระดับพรีเมียมกับทางเลือกใหม่ในธุรกิจ AI
โมเดลของบริษัทตั้งสมมติฐานว่า iPhone จอพับราคาใกล้ 2,199 ดอลลาร์อาจขายได้ 14 ล้านเครื่องในปีงบประมาณ 2027 โดยมีเพียงส่วนน้อยที่แย่งยอดขาย iPhone รุ่นเดิม ส่งผลให้ ASP ของ iPhone สูงขึ้น และช่วยผลักดันรายได้กับกำไรให้เหนือกว่าคาดการณ์ของตลาด
ส่วนสำคัญอีกด้านคือการเปลี่ยนจากความพยายามพัฒนาโมเดล AI ชั้นนำด้วยตัวเอง ไปสู่การนำโมเดลโอเพนซอร์สที่มีความสามารถสูงมาผสานเข้ากับระบบนิเวศด้านฮาร์ดแวร์และบริการของ Apple
หากสมมติฐานทั้งสองข้อเกิดขึ้นจริง เป้าหมาย 400 ดอลลาร์ของ Redburn ก็มีเหตุผลรองรับอย่างชัดเจน แต่หาก iPhone จอพับเปิดตัวล่าช้า ความต้องการไม่เป็นไปตามคาด หรือการปรับกลยุทธ์ AI ไม่ช่วยยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ กรณีขาขึ้นส่วนใหญ่ก็อาจสูญเสียแรงส่งไป
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Rothschild & Co Redburn ปรับคำแนะนำ Apple จาก Neutral เป็น Buy และเพิ่มราคาเป้าหมายจาก 260 เป็น 400 ดอลลาร์ โดยมองว่า iPhone จอพับราคาอาจอยู่ที่ 2,199 ดอลลาร์และกลยุทธ์ AI ที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นจะช่วยหนุนราคาเฉลี่ยและก...
Rothschild & Co Redburn ปรับคำแนะนำ Apple จาก Neutral เป็น Buy และเพิ่มราคาเป้าหมายจาก 260 เป็น 400 ดอลลาร์ โดยมองว่า iPhone จอพับราคาอาจอยู่ที่ 2,199 ดอลลาร์และกลยุทธ์ AI ที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นจะช่วยหนุนราคาเฉลี่ยและก... Redburn คาดว่า iPhone Ultra แบบจอพับอาจทำยอดขายได้ราว 14 ล้านเครื่องในปีงบประมาณ 2027 โดยมีเพียงประมาณ 4 ล้านเครื่องที่เข้ามาแทนยอดขาย iPhone รุ่นปกติ
กรณีขาขึ้นยังเผชิญความเสี่ยงจากการเปิดตัวล่าช้า ปัญหารอยพับและบานพับ ความต้องการที่อาจไม่มากพอสำหรับราคา 2,199 ดอลลาร์ รวมถึงการพึ่งพาผู้ให้บริการ AI ภายนอกอย่างต่อเนื่อง