คำอธิบายดังกล่าวชี้ว่าปฏิบัติการถูกกล่าวหาว่ามุ่งกระทบระบบที่ลูกค้าและผู้ขายใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เพียงระบบหลังบ้านของบริษัท แต่ข้อมูลสาธารณะยังไม่สามารถตอบได้ว่าผู้โจมตีเข้าถึงระบบใด มีการขโมยหรือลบข้อมูลหรือไม่ ปัญหาเกิดขึ้นนานเท่าใด หรือมีผู้ใช้งานได้รับผลกระทบกี่ราย
ข้อกล่าวหาเรื่องการโจมตีทางไซเบอร์เกิดขึ้นหลังมีรายงานการโจมตีด้วยโดรนต่อสถานที่ของ Wildberries หลายแห่งทั่วรัสเซีย เหตุการณ์เหล่านั้นมีทั้งผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ไฟไหม้ และการหยุดชะงักของการดำเนินงาน โดย HUR และเจ้าหน้าที่ยูเครนระบุว่าเครือข่ายโลจิสติกส์ของบริษัทได้รับผลกระทบทางกายภาพไปแล้ว ก่อนที่ปฏิบัติการไซเบอร์จะถูกเปิดเผย
ตัวเลขที่ปรากฏในรายงานของยูเครนและสื่อต่างประเทศระบุว่า คลังสินค้า Wildberries 23 แห่งถูกโจมตี พนักงาน 9 คนเสียชีวิต และสินค้าได้รับความเสียหายคิดเป็นมูลค่าประมาณ 5.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ยูเครนยังระบุว่า ศูนย์โลจิสติกส์ขนาดใหญ่ที่สุด 7 แห่งจากทั้งหมด 10 แห่ง ของบริษัทหยุดให้บริการ ตัวเลขเหล่านี้ควรเข้าใจว่าเป็นยอดที่มีการรายงานหรือการประเมินเบื้องต้น ไม่ใช่ผลตรวจสอบความเสียหายที่ผ่านการรับรองโดยอิสระ
ต่อมา มีรายงานว่าอาคารของ Wildberries ในเมืองโคเลดิโน ใกล้เมืองโปดอลสก์ เกิดไฟไหม้ระหว่างการโจมตีด้วยโดรนครั้งใหญ่ของรัสเซีย เจ้าหน้าที่รัสเซียระบุว่าการโจมตีในคืนดังกล่าวเกี่ยวข้องกับโดรนยูเครนหลายร้อยลำ แต่รายงานที่มีอยู่ยังไม่สามารถยืนยันขนาดความเสียหายต่อโครงสร้างอาคารหรือสินค้าภายในคลังได้อย่างชัดเจน
Wildberries จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคเป็นหลัก แต่ยูเครนให้เหตุผลว่าบทบาทของบริษัทไปไกลกว่าการค้าปลีกทั่วไป HUR ระบุว่า Wildberries เป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบโลจิสติกส์รัสเซียและเป็นแหล่งสนับสนุนเงินทุนให้ความพยายามทำสงครามของรัสเซีย
เจ้าหน้าที่ยูเครน รวมถึงประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ยังกล่าวด้วยว่าศูนย์โลจิสติกส์ของ Wildberries ช่วยจัดหาอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับกองทัพรัสเซีย เช่น ชิ้นส่วนโดรน อุปกรณ์นำทาง และสินค้าทางทหารประเภทอื่น ๆ
อย่างไรก็ดี การตีความดังกล่าวยังเป็นข้อพิพาท รายงานบางส่วนพบสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทหาร เช่น ชิ้นส่วนโดรนและเสื้อเกราะ ปรากฏอยู่บนแพลตฟอร์ม ขณะที่การวิเคราะห์อื่นไม่พบหลักฐานสาธารณะว่า Wildberries ถูกผนวกรวมอย่างเป็นระบบเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานของกระทรวงกลาโหมรัสเซีย ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ว่าเครือข่ายโลจิสติกส์เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ควรถูกมองเป็นช่องทางส่งกำลังบำรุงทางทหารหรือไม่ เพียงเพราะสินค้าบางประเภทที่จำหน่ายหรือขนส่งผ่านเครือข่ายอาจถูกนำไปสนับสนุนสงครามของรัสเซีย
ขนาดของ Wildberries ช่วยอธิบายว่าเหตุใดบริษัทจึงกลายเป็นเป้าหมายสำคัญ บริษัทเติบโตจากธุรกิจครอบครัวที่เริ่มดำเนินการจากอพาร์ตเมนต์ใกล้กรุงมอสโก จนกลายเป็นผู้ค้าปลีกออนไลน์รายใหญ่ที่สุดของรัสเซีย และเป็นผู้เล่นสำคัญทั้งในระบบเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ของประเทศ
ทัตยานา คิม ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของบริษัท มักได้รับการกล่าวถึงในรายงานข่าวว่าเป็นผู้หญิงที่ร่ำรวยที่สุดของรัสเซีย ด้วยเหตุนี้ การโจมตีจึงมีความหมายมากกว่าเรื่องความเสียหายต่อคลังสินค้า สำหรับยูเครน การโจมตี Wildberries คือการมุ่งเป้าไปยังเครือข่ายธุรกิจที่ถูกกล่าวหาว่าสนับสนุนเศรษฐกิจในภาวะสงครามของรัสเซีย
ในมุมของบริษัทและเจ้าหน้าที่รัสเซีย การโจมตีดังกล่าวคือการโจมตีการค้าพลเรือน คนงาน ผู้ขาย และลูกค้าทั่วไป คิมเรียกการโจมตีคลังสินค้าว่าเป็น “การก่อการร้าย” ที่ส่งผลกระทบต่อพลเรือนและผู้ใช้งานหลายล้านคน
เจ้าหน้าที่รัสเซียยืนยันว่าคลังสินค้าบางแห่งมีผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ ไฟไหม้ และความเสียหาย แต่ปฏิเสธคำอธิบายของเคียฟที่ว่าคลังเหล่านี้เป็นศูนย์โลจิสติกส์ทางทหาร หลักฐานที่มีอยู่ยังไม่สามารถชี้ขาดได้ว่าเครือข่ายของบริษัทลำเลียงสินค้าอย่างไร หรือคลังสินค้าแต่ละแห่งถูกใช้โดยตรงเพื่อจัดส่งสิ่งของให้กองทัพรัสเซียหรือไม่
ขณะนี้เรื่องราวส่วนสำคัญยังอาศัยคำกล่าวอ้างของหน่วยข่าวกรองและเจ้าหน้าที่ยูเครน ประกอบกับรายงานจากเจ้าหน้าที่และสื่อรัสเซีย คำถามที่ยังไม่มีคำตอบชัดเจน ได้แก่
จนกว่า Wildberries หรือผู้ประเมินด้านความมั่นคงไซเบอร์และความเสียหายที่เป็นอิสระจะเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม เหตุการณ์นี้ควรเรียกว่าเป็น การโจมตีที่ HUR อ้างว่าเกิดขึ้น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันโดยอิสระ
สิ่งที่เห็นได้ชัดกว่าคือ ยูเครนกำลังมองเครือข่ายอีคอมเมิร์ซและโลจิสติกส์ขนาดใหญ่ของรัสเซียเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ และอาจรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการทหาร ขณะที่มอสโกและ Wildberries ยืนยันว่าแคมเปญดังกล่าวกำลังสร้างความเสียหายต่อการค้าพลเรือน