อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์เปิดตัวแคมเปญไม่ได้ประกาศว่า Sony จะยกเลิกเครื่องอ่านแผ่นเมื่อใด หรือจะเปลี่ยนนโยบายการจัดจำหน่ายเกมเพิ่มเติม ดังนั้น การปรากฏตัวของ PS5 Digital Edition จึงควรตีความว่าเป็นการสื่อสารแบรนด์ที่สอดคล้องกับแผนดิจิทัล มากกว่าจะเป็นหลักฐานอิสระว่าเครื่องแบบใส่แผ่นจะหายไปในทันที
การโฆษณาแคมเปญนี้เผยแพร่ไม่นานหลัง Sony ประกาศยุติการผลิตแผ่นสำหรับเกมใหม่ตั้งแต่ปี 2028 จึงจุดกระแสวิจารณ์ขึ้นมาอีกครั้ง ผู้เล่นจำนวนหนึ่งมองว่าการเน้นเครื่องรุ่นดิจิทัลเป็นการส่งสัญญาณว่าอนาคตของ PlayStation จะไม่เหลือพื้นที่ให้เกมแบบแผ่น
มีรายงานเกี่ยวกับโฆษณาเวอร์ชันก่อนหน้าที่อาจแสดงเครื่องรุ่นมีไดรฟ์อ่านแผ่น รวมถึงข้อกล่าวหาว่าภาพดังกล่าวถูกถอดออกภายหลัง แต่ข้อมูลที่ตรวจสอบได้ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าโฆษณาเวอร์ชันนั้นมีอยู่จริง ถูกนำออกด้วยเหตุผลใด หรือ Sony เปลี่ยนแนวคิดด้วยแรงจูงใจอะไร
เสียงคัดค้านหลักมาจากความกังวลว่าเกมดิจิทัลจะทำให้ผู้เล่นสูญเสียสิทธิหรือทางเลือกที่เคยมี เช่น
นักวิจารณ์ยังชี้ว่า เมื่อ PlayStation Store เป็นช่องทางหลักเพียงช่องทางเดียว Sony ก็อาจมีอำนาจต่อรองด้านราคาและเงื่อนไขการขายมากขึ้น ขณะที่การซื้อเกมดิจิทัลอาจเป็นการได้รับใบอนุญาตใช้งานที่เพิกถอนได้ ไม่ใช่การเป็นเจ้าของสินค้าอย่างถาวร ประเด็นเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของเหตุผลที่เกิดคำร้อง การเรียกร้องให้บอยคอตต์ และการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับนโยบายดังกล่าว
ข้อมูลจาก Reuters ระบุว่า ยอดซื้อเกมเต็มรูปแบบของ Sony ราว 80% เป็นการซื้อแบบดิจิทัลในช่วงเวลาที่มีการประกาศนโยบาย สำหรับบริษัท การลดการผลิตแผ่นหมายถึงต้นทุนด้านการผลิต บรรจุภัณฑ์ สต็อกสินค้า การขนส่ง และการกระจายสินค้าที่ลดลง นอกจากนี้ การขายผ่านร้านค้าดิจิทัลของตนเองยังช่วยให้ Sony ควบคุมราคาและส่วนต่างกำไรได้โดยตรงมากขึ้น
Piers Harding-Rolls นักวิเคราะห์จาก Ampere Analysis มองว่าการเลิกใช้แผ่นเป็นการเปลี่ยนผ่านระยะยาวที่มีแนวโน้มเกิดขึ้นอยู่แล้ว เขายังเตือนว่าหาก PS6 มีราคาแตะ 1,000 ดอลลาร์จริง ตลาดอาจถูกจำกัดอย่างมาก ในอีกมุมหนึ่ง รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการขายดิจิทัลอาจช่วยชดเชยต้นทุนฮาร์ดแวร์หรือช่วยให้บริษัทมีพื้นที่ในการกำหนดราคาเครื่องรุ่นถัดไป
แต่ทั้งหมดนี้ยังเป็นการวิเคราะห์และการคาดการณ์ ไม่ใช่ข้อมูลสเปกหรือราคาที่ Sony ยืนยันแล้ว ข้ออ้างเรื่อง PS6 ราคา 1,000 ดอลลาร์ ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มจากปัญญาประดิษฐ์ หรือภาวะขาดแคลนหน่วยความจำ จึงไม่ควรถูกนำเสนอเป็นข้อเท็จจริงที่ประกาศอย่างเป็นทางการ
เช่นเดียวกัน ตัวเลขที่อ้างว่าเกมใน PlayStation Store แพงกว่าเกมแผ่นประมาณ 47% ยังไม่สามารถสรุปเป็นค่าคงที่สำหรับทุกตลาดได้ เพราะราคาขึ้นอยู่กับประเทศ เกมแต่ละชื่อ ช่วงลดราคา และผู้จัดจำหน่าย ตัวเลขดังกล่าวจึงควรถือเป็นข้ออ้างที่ยังต้องตรวจสอบ ไม่ใช่ข้อสรุปทั่วไป
แม้ Marvel’s Wolverine จะเป็นหนึ่งในเกมเด่นของโฆษณา แต่ข้อมูลที่มีอยู่กลับไม่ได้ชี้ว่าเกมนี้จะเปิดตัวแบบดิจิทัลเท่านั้น Insomniac ระบุว่าเกมจะสามารถเล่นได้อย่างเต็มรูปแบบจากแผ่น PS5 แม้ยังแนะนำให้ผู้เล่นดาวน์โหลดแพตช์วันแรกเพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุด
นั่นทำให้ Marvel’s Wolverine มีโอกาสถูกจดจำในฐานะเกมฟอร์มใหญ่ช่วงท้ายของยุคเกมแบบแผ่น มากกว่าจะเป็นตัวอย่างของการตลาดที่เปลี่ยนไปสู่ดิจิทัลอย่างสมบูรณ์
Sony ยอมรับว่าการประกาศดังกล่าวทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ แต่ยืนยันว่าจะเดินหน้าต่ออย่าง “ระมัดระวัง” โดยให้เหตุผลสำคัญว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลกำลังเกิดขึ้นในภาพรวมของอุตสาหกรรม ขณะเดียวกัน มีรายงานว่ากลุ่มผู้บริโภคในเนเธอร์แลนด์ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มอนุรักษ์เกมได้ยื่นเรื่องกล่าวหาว่านโยบายนี้ทำให้ Sony มีอำนาจผูกขาดตลาดการขายเกมดิจิทัลบน PlayStation
ส่วนประเด็นที่อ้างว่า Domino’s Pizza เข้ามาแสดงจุดยืน การจัดงาน “Extended Look” ของ Netflix ในวันที่ 27 สิงหาคม หรือการเปรียบเทียบยอดขายเกมแผ่นกับ Nintendo โดยเฉพาะนั้น ยังไม่มีหลักฐานจากประกาศทางการหรือแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือเพียงพอในข้อมูลที่ตรวจสอบ จึงยังไม่ควรถือเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว
สำหรับ GTA VI การปรากฏในโฆษณายืนยันว่า PlayStation ยังคงโปรโมตเกมดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง แต่เพียงเท่านี้ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปรายละเอียดหรือขอบเขตของความร่วมมือทางการตลาดระหว่าง Sony กับ Rockstar Games
สารสำคัญของแคมเปญ “It Happens on PS5” คือการผูกอนาคตของเกมฟอร์มใหญ่เข้ากับแพลตฟอร์ม PlayStation และระบบดิจิทัลของ Sony ภาพ PS5 Digital Edition จึงสอดคล้องกับทิศทางที่บริษัทประกาศไว้แล้ว แม้จะยังไม่ใช่คำยืนยันว่าเครื่องอ่านแผ่นจะถูกยกเลิกทันที
สำหรับ Sony นี่คือการลดต้นทุนและเพิ่มการควบคุมระบบการขาย ขณะที่ผู้เล่นมองว่าการเปลี่ยนแปลงอาจแลกมาด้วยการสูญเสียสิทธิในการขายต่อ ยืม เก็บรักษา และเปรียบเทียบราคา ความขัดแย้งจึงไม่ได้อยู่ที่แผ่นเกมเพียงอย่างเดียว แต่เป็นคำถามว่าในยุคดิจิทัล ผู้เล่นยัง “เป็นเจ้าของเกม” มากน้อยเพียงใด
อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์เปิดตัวแคมเปญไม่ได้ประกาศว่า Sony จะยกเลิกเครื่องอ่านแผ่นเมื่อใด หรือจะเปลี่ยนนโยบายการจัดจำหน่ายเกมเพิ่มเติม ดังนั้น การปรากฏตัวของ PS5 Digital Edition จึงควรตีความว่าเป็นการสื่อสารแบรนด์ที่สอดคล้องกับแผนดิจิทัล มากกว่าจะเป็นหลักฐานอิสระว่าเครื่องแบบใส่แผ่นจะหายไปในทันที
การโฆษณาแคมเปญนี้เผยแพร่ไม่นานหลัง Sony ประกาศยุติการผลิตแผ่นสำหรับเกมใหม่ตั้งแต่ปี 2028 จึงจุดกระแสวิจารณ์ขึ้นมาอีกครั้ง ผู้เล่นจำนวนหนึ่งมองว่าการเน้นเครื่องรุ่นดิจิทัลเป็นการส่งสัญญาณว่าอนาคตของ PlayStation จะไม่เหลือพื้นที่ให้เกมแบบแผ่น
มีรายงานเกี่ยวกับโฆษณาเวอร์ชันก่อนหน้าที่อาจแสดงเครื่องรุ่นมีไดรฟ์อ่านแผ่น รวมถึงข้อกล่าวหาว่าภาพดังกล่าวถูกถอดออกภายหลัง แต่ข้อมูลที่ตรวจสอบได้ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าโฆษณาเวอร์ชันนั้นมีอยู่จริง ถูกนำออกด้วยเหตุผลใด หรือ Sony เปลี่ยนแนวคิดด้วยแรงจูงใจอะไร
เสียงคัดค้านหลักมาจากความกังวลว่าเกมดิจิทัลจะทำให้ผู้เล่นสูญเสียสิทธิหรือทางเลือกที่เคยมี เช่น
นักวิจารณ์ยังชี้ว่า เมื่อ PlayStation Store เป็นช่องทางหลักเพียงช่องทางเดียว Sony ก็อาจมีอำนาจต่อรองด้านราคาและเงื่อนไขการขายมากขึ้น ขณะที่การซื้อเกมดิจิทัลอาจเป็นการได้รับใบอนุญาตใช้งานที่เพิกถอนได้ ไม่ใช่การเป็นเจ้าของสินค้าอย่างถาวร ประเด็นเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของเหตุผลที่เกิดคำร้อง การเรียกร้องให้บอยคอตต์ และการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับนโยบายดังกล่าว
ข้อมูลจาก Reuters ระบุว่า ยอดซื้อเกมเต็มรูปแบบของ Sony ราว 80% เป็นการซื้อแบบดิจิทัลในช่วงเวลาที่มีการประกาศนโยบาย สำหรับบริษัท การลดการผลิตแผ่นหมายถึงต้นทุนด้านการผลิต บรรจุภัณฑ์ สต็อกสินค้า การขนส่ง และการกระจายสินค้าที่ลดลง นอกจากนี้ การขายผ่านร้านค้าดิจิทัลของตนเองยังช่วยให้ Sony ควบคุมราคาและส่วนต่างกำไรได้โดยตรงมากขึ้น
Piers Harding-Rolls นักวิเคราะห์จาก Ampere Analysis มองว่าการเลิกใช้แผ่นเป็นการเปลี่ยนผ่านระยะยาวที่มีแนวโน้มเกิดขึ้นอยู่แล้ว เขายังเตือนว่าหาก PS6 มีราคาแตะ 1,000 ดอลลาร์จริง ตลาดอาจถูกจำกัดอย่างมาก ในอีกมุมหนึ่ง รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการขายดิจิทัลอาจช่วยชดเชยต้นทุนฮาร์ดแวร์หรือช่วยให้บริษัทมีพื้นที่ในการกำหนดราคาเครื่องรุ่นถัดไป
แต่ทั้งหมดนี้ยังเป็นการวิเคราะห์และการคาดการณ์ ไม่ใช่ข้อมูลสเปกหรือราคาที่ Sony ยืนยันแล้ว ข้ออ้างเรื่อง PS6 ราคา 1,000 ดอลลาร์ ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มจากปัญญาประดิษฐ์ หรือภาวะขาดแคลนหน่วยความจำ จึงไม่ควรถูกนำเสนอเป็นข้อเท็จจริงที่ประกาศอย่างเป็นทางการ
เช่นเดียวกัน ตัวเลขที่อ้างว่าเกมใน PlayStation Store แพงกว่าเกมแผ่นประมาณ 47% ยังไม่สามารถสรุปเป็นค่าคงที่สำหรับทุกตลาดได้ เพราะราคาขึ้นอยู่กับประเทศ เกมแต่ละชื่อ ช่วงลดราคา และผู้จัดจำหน่าย ตัวเลขดังกล่าวจึงควรถือเป็นข้ออ้างที่ยังต้องตรวจสอบ ไม่ใช่ข้อสรุปทั่วไป
แม้ Marvel’s Wolverine จะเป็นหนึ่งในเกมเด่นของโฆษณา แต่ข้อมูลที่มีอยู่กลับไม่ได้ชี้ว่าเกมนี้จะเปิดตัวแบบดิจิทัลเท่านั้น Insomniac ระบุว่าเกมจะสามารถเล่นได้อย่างเต็มรูปแบบจากแผ่น PS5 แม้ยังแนะนำให้ผู้เล่นดาวน์โหลดแพตช์วันแรกเพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุด
นั่นทำให้ Marvel’s Wolverine มีโอกาสถูกจดจำในฐานะเกมฟอร์มใหญ่ช่วงท้ายของยุคเกมแบบแผ่น มากกว่าจะเป็นตัวอย่างของการตลาดที่เปลี่ยนไปสู่ดิจิทัลอย่างสมบูรณ์
Sony ยอมรับว่าการประกาศดังกล่าวทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ แต่ยืนยันว่าจะเดินหน้าต่ออย่าง “ระมัดระวัง” โดยให้เหตุผลสำคัญว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลกำลังเกิดขึ้นในภาพรวมของอุตสาหกรรม ขณะเดียวกัน มีรายงานว่ากลุ่มผู้บริโภคในเนเธอร์แลนด์ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มอนุรักษ์เกมได้ยื่นเรื่องกล่าวหาว่านโยบายนี้ทำให้ Sony มีอำนาจผูกขาดตลาดการขายเกมดิจิทัลบน PlayStation
ส่วนประเด็นที่อ้างว่า Domino’s Pizza เข้ามาแสดงจุดยืน การจัดงาน “Extended Look” ของ Netflix ในวันที่ 27 สิงหาคม หรือการเปรียบเทียบยอดขายเกมแผ่นกับ Nintendo โดยเฉพาะนั้น ยังไม่มีหลักฐานจากประกาศทางการหรือแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือเพียงพอในข้อมูลที่ตรวจสอบ จึงยังไม่ควรถือเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว
สำหรับ GTA VI การปรากฏในโฆษณายืนยันว่า PlayStation ยังคงโปรโมตเกมดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง แต่เพียงเท่านี้ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปรายละเอียดหรือขอบเขตของความร่วมมือทางการตลาดระหว่าง Sony กับ Rockstar Games
สารสำคัญของแคมเปญ “It Happens on PS5” คือการผูกอนาคตของเกมฟอร์มใหญ่เข้ากับแพลตฟอร์ม PlayStation และระบบดิจิทัลของ Sony ภาพ PS5 Digital Edition จึงสอดคล้องกับทิศทางที่บริษัทประกาศไว้แล้ว แม้จะยังไม่ใช่คำยืนยันว่าเครื่องอ่านแผ่นจะถูกยกเลิกทันที
สำหรับ Sony นี่คือการลดต้นทุนและเพิ่มการควบคุมระบบการขาย ขณะที่ผู้เล่นมองว่าการเปลี่ยนแปลงอาจแลกมาด้วยการสูญเสียสิทธิในการขายต่อ ยืม เก็บรักษา และเปรียบเทียบราคา ความขัดแย้งจึงไม่ได้อยู่ที่แผ่นเกมเพียงอย่างเดียว แต่เป็นคำถามว่าในยุคดิจิทัล ผู้เล่นยัง “เป็นเจ้าของเกม” มากน้อยเพียงใด