ตัวเลขที่ถูกอ้างถึงบ่อยคือหน้าจอด้านนอกราว 5.5 นิ้ว และหน้าจอด้านในประมาณ 7.8 นิ้ว อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวที่มีน้ำหนักมากที่สุดในขณะนี้ยังไม่ได้ยืนยันตัวเลขดังกล่าวอย่างเป็นอิสระ จึงควรมองเป็นการคาดการณ์ ไม่ใช่สเปกสุดท้าย
ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์ประเมินว่า Apple อาจผลิต iPhone พับได้ประมาณ 7–8 ล้านเครื่องในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 แต่ในไตรมาสที่สามอาจมีเครื่องออกจากสายการผลิตเพียงราว 500,000–1 ล้านเครื่อง ตัวเลขนี้สอดคล้องกับความเป็นไปได้ที่สินค้าจะมีจำกัดอย่างหนักในช่วงเปิดตัว
อย่างไรก็ตาม รายงานที่อ้างข้อมูลจาก Nikkei ระบุภายหลังว่า Apple อาจเพิ่มเป้าหมายการผลิตทั้งปีเป็นประมาณ 10 ล้านเครื่อง ดังนั้นตัวเลข 7–8 ล้านเครื่องจึงไม่ควรถูกใช้เป็นตัวเลขล่าสุดที่ตายตัว
แม้เป้าหมายการผลิตรวมจะสูงขึ้น แต่การเร่งผลิตจำนวนมากอาจต้องใช้เวลา รายงานบางส่วนจึงคาดว่าผู้ซื้ออาจเจอสินค้าหมดทันทีหลังเปิดขาย และต้องรอจัดส่ง 4–6 สัปดาห์หรือนานกว่านั้น ทั้งหมดนี้ยังเป็นผลที่คาดการณ์จากกำลังผลิตช่วงแรก ไม่ใช่ระยะเวลาจัดส่งที่ Apple ประกาศ
ข่าวที่ออกมาสะท้อนภาพไม่ตรงกันทั้งหมด รายงานบางฉบับระบุว่า Apple แก้ปัญหาด้านบานพับและสรุปแผนการผลิตได้แล้ว โดยไม่ต้องออกแบบตัวเครื่องครั้งใหญ่ ขณะที่รายงานในช่วงหลังระบุว่า Foxconn ยังคงปรับกระบวนการผลิตจำนวนมากขั้นสุดท้าย และ Apple อาจกำลังรับมือกับแรงกดดันด้านชิ้นส่วน การทดสอบ และต้นทุน
กล่าวอีกอย่างคือ ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่า “ทุกปัญหาได้รับการแก้ไขแล้ว” หรือการเปิดตัวจะล่าช้าแน่นอน สิ่งที่ยืนยันได้ในตอนนี้มีเพียงกำหนดการและสถานะการผลิตยังเปลี่ยนแปลงได้จนกว่า Apple จะประกาศเอง
ราคาเริ่มต้นที่ถูกคาดการณ์อยู่ระหว่าง 2,299–2,499 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับราคาที่สมเหตุสมผลสำหรับสมาร์ตโฟนพับได้ระดับพรีเมียมรุ่นแรกของ Apple แต่ยังไม่มีการยืนยันจากบริษัท
หากราคานี้เป็นจริง iPhone พับได้จะอยู่เหนือ Galaxy Z Fold 8 ที่มีราคาเริ่มต้น 1,900 ดอลลาร์ และ Galaxy Z Fold 8 Ultra ที่ราคา 2,100 ดอลลาร์ในสหรัฐฯ ทำให้ Samsung มีทั้งข้อได้เปรียบด้านราคาและประสบการณ์จากการทำตลาดมือถือพับมาหลายรุ่น
รายงานหนึ่งระบุว่า Apple อาจวางจำหน่าย iPhone พับได้ในสหรัฐฯ ก่อน ตามด้วยจีน และค่อยขยายไปยังอินเดีย ออสเตรเลีย ยุโรป และตลาดอื่นๆ ในภายหลัง บางตลาดอาจต้องรออีก 2–3 เดือน
ข้อมูลนี้มาจากการอ้างแหล่งข่าวด้านผู้ให้บริการเครือข่ายและห่วงโซ่อุปทานในแต่ละประเทศ จึงควรมองเป็นสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่ตารางวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะสำหรับผู้ซื้อในตลาดนอกสหรัฐฯ และจีน
Samsung เปิดตัว Galaxy Z Fold 8 และ Galaxy Z Fold 8 Ultra แล้ว โดยมีราคาอยู่ที่ 1,900 ดอลลาร์ และ 2,100 ดอลลาร์ตามลำดับ ขณะที่ Galaxy Z Fold 8 ใช้ดีไซน์ที่กว้างและสั้นลง คล้ายพาสปอร์ต เหมาะกับการดูวิดีโอ อ่านหนังสือ และเล่นเกม
รูปทรงดังกล่าวยังเป็นดีไซน์ที่ Apple ถูกคาดหมายว่าจะนำมาใช้กับ iPhone พับได้ของตัวเอง นั่นหมายความว่า เมื่อ Apple เข้าสู่ตลาดนี้ Samsung จะไม่ได้รอคู่แข่งที่ยังไม่มีสินค้า แต่มีผลิตภัณฑ์ที่วางขายจริงและมีความได้เปรียบด้านการผลิตอยู่ก่อนแล้ว
ซื้อ iPhone 18 Pro ในช่วงปลายปีนี้ หากต้องการมือถือที่มีกรอบเวลาวางขายเดือนกันยายนค่อนข้างชัดเจน ไม่อยากจ่ายราคาแพงระดับ 2,000 ดอลลาร์ขึ้นไป หรืออาศัยอยู่นอกสหรัฐฯ และจีน รุ่น Pro เป็นตัวเลือกที่เสี่ยงน้อยกว่า เพราะวันวางขายและจำนวนเครื่องของ iPhone พับได้ยังไม่แน่นอน
รอ iPhone พับได้ หากหน้าจอด้านในขนาดใหญ่คุ้มค่ากับราคาที่สูงกว่ามาก ยอมรับได้หากต้องรอจัดส่ง และพร้อมสั่งซื้อทันทีที่ Apple เปิดเผยกำหนดการอย่างเป็นทางการ ไม่ควรซื้อรุ่น Pro เป็นเครื่องคั่นเวลา เว้นแต่จะสะดวกขายต่อหรือคืนเครื่องภายหลัง
รอ iPhone 18 รุ่นมาตรฐาน หากราคาเป็นปัจจัยสำคัญกว่าการได้มือถือใหม่ในปีนี้ หลายรายงานระบุว่ารุ่นมาตรฐานอาจเลื่อนไปช่วงต้นปี 2027 แต่ Apple ยังไม่ได้ยืนยันแผนการเปิดตัวแบบแยกรอบดังกล่าว
ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า Apple จะเปิดตัว iPhone พับได้ในวันที่ 8 กันยายนหรือไม่ แต่คือบริษัทจะประกาศวันสั่งซื้อล่วงหน้าและวันจัดส่งที่ชัดเจนหรือเปล่า จนกว่าจะถึงตอนนั้น อุปกรณ์รุ่นนี้ยังเป็นสินค้าที่น่าสนใจมาก แต่ก็มาพร้อมความไม่แน่นอนสูงในฐานะผลิตภัณฑ์รุ่นแรก