ทองแดงสัญญา 3 เดือนในตลาด LME แตะ 14,396 ดอลลาร์ต่อตันเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ใกล้สถิติเดือนมกราคมที่ 14,527.50 ดอลลาร์ ขณะที่ส่วนต่างราคาทองแดงส่งมอบทันทีเทียบกับสัญญา 3 เดือนขยายไปถึงราว 545 ดอลลาร์ต่อตัน [5][7][18] สต็อกทองแดงในคลังสินค้าที่ได้รับอนุมัติจาก LME ลดลงต่อเนื่อง 42 วัน เหลือ 204,975 ตัน แต่โลหะที่พร้อ...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is driving the London Metal Exchange copper squeeze toward record highs, how are widening spot premiums and falling warehouse inventori. Article summary: The squeeze is being driven by a mismatch between urgent demand for deliverable copper and a rapidly shrinking pool of exchange-available metal, amplified by tariff-driven stockpiling in the U.S. and lower Chinese refine. Topic tags: general, news, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers
ตลาดทองแดงในลอนดอนกำลังเผชิญภาวะตึงตัวระยะสั้นอย่างชัดเจน สัญญาณสำคัญไม่ได้อยู่แค่ราคาที่พุ่งขึ้น แต่คือโครงสร้างตลาดที่ผู้ซื้อยอมจ่ายแพงกว่ามากเพื่อให้ได้ทองแดงที่ส่งมอบได้ทันที ขณะเดียวกัน สต็อกในคลังสินค้าของ London Metal Exchange (LME) ลดลงต่อเนื่อง 42 วัน
เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ทองแดงสัญญา 3 เดือนแตะ 14,396 ดอลลาร์ต่อตัน ใกล้สถิติเดือนมกราคมที่ 14,527.50 ดอลลาร์ต่อตัน ส่วนต่างระหว่างทองแดงส่งมอบทันทีกับสัญญา 3 เดือนขยายไปถึงราว 545 ดอลลาร์ต่อตัน
นี่สะท้อนการแข่งขันเพื่อแย่งโลหะที่พร้อมส่งมอบอย่างเข้มข้น แต่ยังไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่าโลกกำลังขาดแคลนทองแดงตลอดทั้งปี ประเด็นสำคัญคือทองแดงอาจมีอยู่ในตลาดโลก แต่ไม่ได้อยู่ในสถานที่หรือรูปแบบที่ผู้ซื้อต้องการในเวลานี้
ในตลาดที่มีอุปทานเพียงพอ ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ส่งมอบในอนาคตมักสูงกว่าราคาปัจจุบัน เพราะรวมต้นทุนการจัดเก็บ เงินทุน และประกันภัยไว้แล้ว แต่กรณีที่ราคาส่งมอบทันทีสูงกว่าสัญญาในอนาคตเรียกว่า backwardation
ส่วนต่างราคาทองแดงสัญญาส่งมอบเดือนสิงหาคมกับเดือนกันยายนแตะ 370 ดอลลาร์ต่อตันเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ก่อนที่ส่วนต่างระหว่างราคาส่งมอบทันทีและสัญญา 3 เดือนจะขยายเป็นประมาณ 478–545 ดอลลาร์ต่อตัน ระดับดังกล่าวใกล้เคียงกับช่วงแรงบีบตลาดครั้งใหญ่ในปี 2021
ความหมายของส่วนต่างนี้ค่อนข้างตรงไปตรงมา ผู้ซื้อให้มูลค่ากับทองแดงที่รับมอบได้ทันทีสูงกว่าคำมั่นว่าจะได้รับทองแดงในภายหลังอย่างมาก ผู้ที่ถือสถานะขายในสัญญาใกล้ครบกำหนดจึงต้องเร่งหาโลหะที่ผ่านเกณฑ์ส่งมอบของตลาด หรือซื้อคืนสัญญาของตนเอง ซึ่งอาจทำให้ต้องแข่งขันกับผู้ขายรายอื่นเพื่อแย่งโลหะกองเดียวกัน
สต็อกทองแดงในคลัง LME ลดลงเหลือ 204,975 ตัน หลังลดลงต่อเนื่อง 42 วัน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ตามรายงานที่อ้างถึงในข้อมูลตลาดที่จัดทำขึ้น เกือบครึ่งหนึ่งของทองแดงที่เหลือถูกกำหนดให้ถอนออกจากคลังแล้ว ทำให้ปริมาณที่พร้อมใช้งานจริงในระบบ LME อยู่ที่ประมาณ 94,875 ตันในช่วงสัปดาห์วันที่ 10–14 สิงหาคม
ตัวเลขนี้มีความสำคัญ เพราะสต็อกที่รายงานในคลังสินค้าไม่ได้หมายความว่าโลหะทั้งหมดพร้อมใช้เพื่อชำระสัญญาที่ใกล้ครบกำหนด ทองแดงบางส่วนถูกเจ้าของแจ้งถอนออกแล้ว แม้จะยังนับรวมอยู่ในยอดคลัง เมื่อการถอนเกิดขึ้นต่อเนื่อง กันชนที่ช่วยรองรับสัญญาส่งมอบใกล้ ๆ ก็จะบางลง และความเสี่ยงที่จะเกิดการแย่งชิงโลหะอย่างฉับพลันจะเพิ่มขึ้น
สต็อก LME ลดลงมากกว่า 40% ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม โดยมีทองแดงถูกนำออกจากเครือข่ายคลังครั้งละหลายพันตันอย่างสม่ำเสมอ กันชนที่เล็กลงนี้ช่วยอธิบายว่าเหตุใดการเปลี่ยนแปลงของแรงซื้อหรือแรงขายเพียงเล็กน้อย จึงส่งผลให้ส่วนต่างราคาสัญญาใกล้และไกลขยับแรงผิดปกติ
แรงกดดันส่วนหนึ่งเกิดจากการกระจายตัวทางภูมิศาสตร์ ผู้ค้าทยอยส่งทองแดงบริสุทธิ์เข้าสหรัฐฯ ก่อนการตัดสินใจเรื่องภาษีที่อาจเกิดขึ้น เพื่อคว้าโอกาสจากส่วนต่างราคาที่จะเพิ่มขึ้นหากการนำเข้ามีต้นทุนสูงกว่าเดิม
การนำเข้าทองแดงบริสุทธิ์ของสหรัฐฯ ในเดือนกรกฎาคมสูงกว่า 200,000 ตัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 12 ปีตามรายงานที่มีอยู่
การขนส่งเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าความต้องการใช้ทองแดงปลายทางของโลกเพิ่มขึ้นทันที แต่ทองแดงที่ถูกส่งไปยังท่าเรือสหรัฐฯ จะมีอยู่ให้ผู้ซื้อในยุโรป จีน และศูนย์กลางการค้าอื่น ๆ รวมถึงระบบคลัง LME น้อยลง ผลคือเกิดความไม่สมดุลระหว่างภูมิภาค—สต็อกสะสมในสหรัฐฯ ขณะที่สต็อกที่พร้อมส่งมอบนอกสหรัฐฯ ลดลง
อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนย้ายนี้มีความเสี่ยงที่จะย้อนกลับ หากความคาดหวังเรื่องภาษีลดลง ทองแดงที่สะสมอยู่ในสหรัฐฯ อาจไหลกลับเข้าสู่ตลาดวงกว้าง และกดส่วนเพิ่มของทองแดงส่งมอบทันทีลงได้ แต่ยังไม่แน่นอนว่าการกลับทิศจะเกิดขึ้นเมื่อใดและมีขนาดมากเพียงใด
จีนเป็นแรงกดดันอีกด้านหนึ่ง การนำเข้าทองแดงบริสุทธิ์ของจีนในเดือนมิถุนายนแตะระดับสูงสุดในรอบ 9 เดือน ขณะที่อุปทานภายในประเทศได้รับผลกระทบจากการซ่อมบำรุงโรงถลุง
ส่วนเพิ่มราคาทองแดง Yangshan ซึ่งใช้วัดความต้องการนำเข้าของจีน เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปีที่ 115 ดอลลาร์ต่อตัน ขณะที่สต็อกในตลาด Shanghai Futures Exchange ลดลงจาก 433,458 ตันในเดือนมีนาคม เหลือ 69,610 ตันในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม
โรงถลุงของจีนยังเข้าถึงทองแดงเข้มข้นได้ยากขึ้น และเผชิญความติดขัดของห่วงโซ่อุปทานเศษทองแดง การคาดการณ์ที่อ้างถึงในข้อมูลตลาดระบุว่า ผลผลิตทองแดงบริสุทธิ์ในเดือนสิงหาคมของผู้ผลิตที่คิดเป็น 81.97% ของกำลังการถลุงจีนจะอยู่ที่ประมาณ 1.05 ล้านตัน ลดลง 2.83% จากปีก่อน
ดังนั้นแรงบีบจึงเกิดขึ้นจากสองทิศทางพร้อมกัน จีนดึงทองแดงบริสุทธิ์จากตลาดระหว่างประเทศ ขณะที่ระบบถลุงภายในประเทศกลับถูกจำกัดด้วยวัตถุดิบที่ไม่เพียงพอ นอกจากนี้ รายงานเรื่องข้อจำกัดการส่งออกทองแดงและโคบอลต์เข้มข้นจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกยังเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดวัตถุดิบ แม้บทวิเคราะห์ของ Reuters ที่อยู่ในข้อมูลจะระบุว่าข้อจำกัดดังกล่าวเพียงอย่างเดียวไม่น่าทำให้สมดุลทองแดงโลกเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ผลกระทบที่เด่นกว่าอาจเป็นการทำให้ตลาดทองแดงเข้มข้นที่ตึงตัวอยู่แล้วตึงขึ้นอีก
ภาวะ backwardation เพิ่มต้นทุนของการถือสถานะขายจนถึงวันครบกำหนดสัญญา หากผู้ขายชอร์ตไม่สามารถส่งมอบทองแดงที่ผ่านเกณฑ์ของตลาดได้ ก็อาจต้องซื้อคืนสัญญา หรือหาใบรับรองสิทธิในโลหะและทองแดงจริงจากผู้ถือรายอื่น
หากผู้เล่นหลายรายต้องการทองแดงส่งมอบทันทีในเวลาเดียวกัน แรงซื้อเพื่อปิดสถานะขายจะผลักราคาสัญญาใกล้ให้สูงขึ้นเร็วกว่าสัญญาระยะไกล นี่คือเหตุผลที่แรงบีบจากตลาดจริงสามารถทำให้ราคาช่วงหน้าของเส้นราคาเคลื่อนไหวรุนแรงเกินกว่าที่มุมมองเชิงบวกต่อตลาดเพียงอย่างเดียวจะอธิบายได้
ประเด็นจึงไม่ใช่แค่ความเชื่อว่าทองแดงจะขึ้น แต่คือโลหะจำนวนจำกัดที่สามารถใช้ชำระภาระส่งมอบได้ทันที รายงานตลาดระบุว่าส่วนต่างล่าสุดกว้างที่สุดนับตั้งแต่แรงบีบในปี 2021 ซึ่งครั้งนั้นทำให้ตลาดต้องใช้มาตรการแทรกแซง
LME มีกลไกเพื่อลดความเสี่ยงจากการซื้อขายที่ไม่เป็นระเบียบ เมื่อสต็อกที่พร้อมส่งมอบและสถานะใกล้ครบกำหนดกระจุกตัวมากเกินไป กฎของตลาดครอบคลุมข้อกำหนดเกี่ยวกับการให้ยืมโลหะ การควบคุมภาวะ backwardation ของสัญญา tom-next และเพดาน backwardation นอกจากนี้ ตลาดยังสามารถใช้กลไกเลื่อนการส่งมอบภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
มาตรการเหล่านี้อาจช่วยลดแรงกระแทกของกลไกการบีบตลาด เช่น กระตุ้นให้มีการนำโลหะออกมาให้ยืม หรือจำกัดการขยายตัวของส่วนต่างราคาส่งมอบใกล้ แต่ไม่สามารถสร้างทองแดงใหม่ ย้อนการขนส่งที่ส่งเข้าสหรัฐฯ ไปแล้ว เติมสต็อกหลังมีการยกเลิกใบรับรอง หรือทำให้ผลผลิตของโรงถลุงจีนกลับมาได้ทันที
ความแตกต่างนี้มีความสำคัญ เพราะแรงตึงตัวในปัจจุบันเกิดจากทั้งสถานะการซื้อขายและตำแหน่งของโลหะในทางกายภาพ กฎควบคุมอาจลดความเสี่ยงของการบีบตลาดอย่างไร้ระเบียบได้ แต่ตลาดยังคงตึงตัวได้หากปริมาณทองแดงที่พร้อมส่งมอบยังอยู่ในระดับต่ำ
สิ่งที่ตลาดต้องจับตาในระยะใกล้คือการส่งทองแดงล็อตใหม่เข้าสู่คลัง LME การกลับรายการของใบรับรองที่ถูกยกเลิก และทิศทางของส่วนต่างราคาส่งมอบทันทีเทียบกับสัญญา 3 เดือนเมื่อสัญญาใกล้ครบกำหนด
หากมีทองแดงไหลเข้าคลัง LME อย่างมีนัยสำคัญ ความเสี่ยงด้านการส่งมอบจะลดลง แต่ถ้าสต็อกยังลดต่อและผู้ขายชอร์ตยังต้องหาโลหะส่งมอบ แรงบีบจากตลาดจริงและการซื้อคืนสถานะอาจผลักราคา LME ให้ทะลุสถิติเดือนมกราคมได้
อย่างไรก็ตาม นั่นเป็นสถานการณ์ที่เป็นไปได้ ไม่ใช่สิ่งที่รับประกัน ราคาจะทำจุดสูงสุดใหม่ได้หากโลหะส่งมอบยังตึงตัวและผู้ขายชอร์ตเร่งปิดสถานะ แต่ก็อาจร่วงแรงหากความคาดหวังเรื่องภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ลดลง การซื้อของจีนชะลอตัว หรือทองแดงจากคลังในสหรัฐฯ กลับเข้าสู่ตลาด
หลักฐานในขณะนี้สนับสนุนภาพของอุปทานระยะสั้นที่ตึงตัวอย่างรุนแรง มากกว่าข้อสรุปว่าโลกกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนทองแดงถาวร
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
ทองแดงสัญญา 3 เดือนในตลาด LME แตะ 14,396 ดอลลาร์ต่อตันเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ใกล้สถิติเดือนมกราคมที่ 14,527.50 ดอลลาร์ ขณะที่ส่วนต่างราคาทองแดงส่งมอบทันทีเทียบกับสัญญา 3 เดือนขยายไปถึงราว 545 ดอลลาร์ต่อตัน [5][7][18]
ทองแดงสัญญา 3 เดือนในตลาด LME แตะ 14,396 ดอลลาร์ต่อตันเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ใกล้สถิติเดือนมกราคมที่ 14,527.50 ดอลลาร์ ขณะที่ส่วนต่างราคาทองแดงส่งมอบทันทีเทียบกับสัญญา 3 เดือนขยายไปถึงราว 545 ดอลลาร์ต่อตัน [5][7][18] สต็อกทองแดงในคลังสินค้าที่ได้รับอนุมัติจาก LME ลดลงต่อเนื่อง 42 วัน เหลือ 204,975 ตัน แต่โลหะที่พร้อมส่งมอบจริงมีเพียงราว 94,875 ตัน เนื่องจากเกือบครึ่งหนึ่งถูกจองเพื่อถอนออกจากคลังแล้ว [14][18][35]
การส่งทองแดงเข้าสหรัฐฯ ล่วงหน้าก่อนความเป็นไปได้ที่จะมีภาษีนำเข้า และความตึงตัวของวัตถุดิบสำหรับโรงถลุงในจีน กำลังทำให้โลหะกระจายตัวไม่สมดุลระหว่างภูมิภาค [2][12][17][40]