สองสถาบันการเงินที่บริหารสินทรัพย์มากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อรายอนุมัติผลิตภัณฑ์คริปโตในช่วงตลาดขาลง สะท้อนการยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัลของการเงินกระแสหลัก แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่าตลาดหมีจบแล้ว แรงผลักดันสำคัญมาจากความต้องการของลูกค้า ความชัดเจนด้านกฎเกณฑ์ และโครงสร้างพื้นฐานที่พัฒนาขึ้น ทั้งบริการรับฝากสินทรัพย์ การแปลง...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How did the approval this summer of unspecified crypto products by two financial institutions each managing more than $1 trillion in client. Article summary: The approvals mattered because they occurred during a deep downturn, when institutions would normally retreat. Instead, trillion-dollar firms expanded client access to crypto—evidence that digital assets had moved from a. Topic tags: general, general web, user generated, government. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, cha
สัญญาณชัดเจนที่สุดว่าความสัมพันธ์ระหว่างคริปโตกับการเงินแบบดั้งเดิมกำลังเปลี่ยนไป อาจไม่ใช่การที่บิตคอยน์ปรับตัวขึ้น แต่คือสิ่งที่สถาบันการเงินเลือกทำในช่วงที่ราคายังอ่อนแรง
ช่วงฤดูร้อนปีนี้ สองสถาบันที่บริหารสินทรัพย์และความมั่งคั่งของลูกค้ามากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อราย อนุมัติผลิตภัณฑ์คริปโตทั้งที่ตลาดยังอยู่ในภาวะขาลง Hunter Horsley ซีอีโอของ Bitwise มองว่า การตัดสินใจดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าสถาบันขนาดใหญ่กำลังขยายช่องทางให้ลูกค้าเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัล โดยไม่ได้ให้น้ำหนักกับสภาวะตลาดระยะสั้นมากเกินไป
เรื่องนี้ไม่ได้ยืนยันว่าตลาดหมีของคริปโตสิ้นสุดแล้ว แต่สะท้อนว่าคริปโตกำลังเข้าสู่ช่วงใหม่ จากสินทรัพย์ของคนนอกที่เคยท้าทายธนาคาร สู่สินทรัพย์ประเภทหนึ่งที่ถูกส่งมอบผ่านช่องทางการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลมากขึ้น
โดยทั่วไป สถาบันการเงินมักระมัดระวังการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในช่วงตลาดตกต่ำเป็นเวลานาน การที่พวกเขายังเดินหน้าทำให้คริปโตเข้าถึงได้ จึงบ่งชี้ว่าการตัดสินใจนี้ถูกประเมินจากมุมมองระยะยาว มากกว่าผลงานราคาบิตคอยน์ในช่วงที่ผ่านมา
Horsley อธิบายการเปลี่ยนแปลงนี้ด้วยวลีที่เคยสะท้อนจุดยืนของโลกคริปโตว่า “ซื้อบิตคอยน์ ขายธนาคาร” แต่เขามองว่าวิธีคิดดังกล่าวกำลังหมดความหมาย เพราะสถาบันการเงินรายใหญ่ไม่ได้ยืนขวางคริปโตอีกต่อไป เขากล่าวว่า “ทุกคนสวมเสื้อทีมคริปโตแล้ว” หมายความว่า สถาบันการเงินจำนวนมากกำลังเข้ามาช่วยจัดจำหน่ายและสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้กับอุตสาหกรรม แม้ไม่ได้กลายเป็นบริษัทคริปโตโดยสมบูรณ์ก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ธนาคารที่ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ เปิดกองทุน ETF หรือจัดช่องทางซื้อขายที่เป็นไปตามกฎ ไม่ได้หมายความว่าธนาคารรับรองโทเคนทุกประเภท หรือความเสี่ยงของสินทรัพย์ดิจิทัลหายไป แต่หมายความว่าคริปโตกำลังถูกพิจารณาในฐานะหมวดผลิตภัณฑ์ที่สามารถประเมิน ควบคุม และนำเสนอแก่ลูกค้าผ่านระบบการเงินเดิมได้
การเปลี่ยนแปลงของสถาบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเปิดให้ลูกค้าซื้อบิตคอยน์ บริการที่กำลังเข้าสู่ระบบการเงินกระแสหลัก ได้แก่
รายงานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนี้ชี้ว่า แรงขับเคลื่อนหลักมาจากความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นและความชัดเจนด้านกฎระเบียบ เมื่อระบบรับฝากสินทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานของตลาดพัฒนาขึ้น ธนาคารก็มีทางเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องสร้างเทคโนโลยีคริปโตทุกชิ้นขึ้นเอง
ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงนี้จึงไม่ใช่การหันมายอมรับคริปโตแบบฉับพลันของการเงินดั้งเดิม แต่เป็นการทำให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลกลายเป็นเรื่องปกติภายในสถาบันการเงินเดิมทีละขั้น
การตัดสินใจครั้งล่าสุดต่อยอดมาจากการเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้ของบริษัทอย่าง Swissquote, DBS และ BBVA ซึ่งเปิดตัวบริการเกี่ยวกับคริปโตก่อนที่สถาบันระดับโลกขนาดใหญ่จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ขณะที่ BNY Mellon พัฒนาขีดความสามารถด้านการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล และ Morgan Stanley เปิดให้ลูกค้าที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้าถึงกองทุน ETF บิตคอยน์แบบสปอต ส่วน Charles Schwab และ Standard Chartered ก็ขยับเข้าสู่กิจกรรมด้านสินทรัพย์ดิจิทัลที่กว้างขึ้น
บริษัทลูกของ BBVA ในสวิตเซอร์แลนด์เป็นตัวอย่างของพัฒนาการลักษณะนี้ โดยเริ่มให้บริการซื้อขายและรับฝากบิตคอยน์ในปี 2021 ก่อนขยายไปยังสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่น และร่วมมือกับผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานเฉพาะทาง
รูปแบบที่เห็นจึงเป็นการขยับแบบค่อยเป็นค่อยไป สถาบันการเงินอาจเริ่มจากการรับฝากหรือการซื้อขาย จากนั้นเพิ่มบริการจัดจำหน่าย และต่อยอดไปยังผลิตภัณฑ์โทเคนหรือความร่วมมือกับพันธมิตร เมื่อผ่านแต่ละขั้น สถาบันจะสะสมประสบการณ์ด้านการดำเนินงาน ความรู้เกี่ยวกับกฎระเบียบ และข้อมูลเกี่ยวกับความต้องการของลูกค้า ทำให้ก้าวถัดไปทำได้ง่ายขึ้น
สำหรับนักลงทุนจำนวนมาก การยอมรับจากสถาบันจะมีความหมายก็ต่อเมื่อมาถึงความสัมพันธ์กับที่ปรึกษาการลงทุน Matt Hougan ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Bitwise มองว่า ที่ปรึกษาการเงินและสำนักงานบริหารทรัพย์สินครอบครัวน่าจะเป็นกลุ่มนักลงทุนมืออาชีพกลุ่มแรก ๆ ที่จัดสรรเงินลงทุนในระดับมาก การเปลี่ยนแปลงนี้เริ่มเห็นได้จากการที่บริษัทบริหารความมั่งคั่งเข้ามามีส่วนร่วมกับ ETF บิตคอยน์มากขึ้น
ช่องทางดังกล่าวเปลี่ยนวิธีการเข้าถึงคริปโต จากเดิมที่ลูกค้าต้องเปิดบัญชีคริปโต จัดการคีย์ส่วนตัว และดูแลโทเคนด้วยตนเอง มาเป็นการที่ที่ปรึกษาอาจเพิ่มสัดส่วนการลงทุนเล็กน้อยไว้ในพอร์ตเดิม ผ่านผลิตภัณฑ์ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล
Hougan เคยกล่าวถึงสัดส่วนที่อาจอยู่ในช่วง 2–4% ตัวเลขนี้เป็นเพียงการคาดการณ์หรือสถานการณ์จำลองของพอร์ต ไม่ใช่กระแสเงินทุนที่รับประกันว่าจะเกิดขึ้นจริง ความสำคัญอยู่ที่รูปแบบการจัดจำหน่าย เพราะแม้การจัดสรรเพียงเล็กน้อยก็ทำได้ง่ายขึ้น หากแพลตฟอร์มอนุมัติผลิตภัณฑ์ที่ที่ปรึกษาใช้อยู่แล้ว
การเข้าถึงโดยสถาบันยังเปลี่ยนวิธีตีความช่วงตลาดอ่อนแรง Hougan ชี้ว่า การตอบสนองของบิตคอยน์ต่อข่าวลบที่ค่อนข้างจำกัด รวมถึงการที่สถาบันยังคงเดินหน้ามีส่วนร่วม เป็นลักษณะที่อาจสอดคล้องกับการก่อตัวของจุดต่ำสุดของตลาด เขาอธิบายว่า นักลงทุนระยะยาวและผู้ซื้อที่เข้ามาอย่างเป็นระบบอาจกำลังดูดซับแรงกระแทก ซึ่งในอดีตอาจทำให้เกิดแรงขายรุนแรงกว่านี้
แต่นี่เป็นเพียงการตีความตลาด ไม่ใช่การยืนยัน บิตคอยน์ยังคงมีความผันผวนได้ และการมีส่วนร่วมของสถาบันไม่ได้ลบความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง กฎระเบียบ หรือการประเมินมูลค่าออกไป ข้อสรุปที่รอบคอบกว่าคือ ราคาที่อ่อนแอไม่ได้ทำให้การตัดสินใจด้านโครงสร้างพื้นฐานและช่องทางจัดจำหน่ายของสถาบันการเงินรายใหญ่ต้องหยุดลงเสมอไป
การเงินดั้งเดิมไม่จำเป็นต้องให้ธนาคารทุกแห่งสร้างแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตและระบบรับฝากสินทรัพย์แบบครบวงจรด้วยตนเอง โมเดลที่มีแนวโน้มมากกว่าคือการแบ่งหน้าที่กัน
ธนาคารมีความสัมพันธ์กับลูกค้า ระบบกำกับดูแล งบดุล และช่องทางจัดจำหน่าย ส่วนผู้ให้บริการเฉพาะทางมีเทคโนโลยีรับฝากสินทรัพย์ ความสามารถด้านการชำระราคา และความเชี่ยวชาญด้านการดำเนินงานแบบคริปโตเนทีฟ Nathan McCauley ระบุว่า Anchorage Digital เป็นแพลตฟอร์มคริปโตสำหรับสถาบัน และเป็นที่ตั้งของธนาคารคริปโตเพียงแห่งเดียวในสหรัฐฯ ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลระดับรัฐบาลกลางและได้รับใบอนุญาตตามกฎบัตรของ Office of the Comptroller of the Currency หรือ OCC โดยคำให้การต่อรัฐสภาของเขาระบุว่าแพลตฟอร์มให้บริการรับฝากสินทรัพย์ การสเตกกิง และการชำระราคาแก่ลูกค้าสถาบันภายใต้กรอบกำกับดูแล
โมเดลความร่วมมือนี้ช่วยอธิบายว่า เหตุใดการยอมรับคริปโตจึงอาจเร่งตัวขึ้นได้ โดยไม่ต้องให้สถาบันการเงินดั้งเดิมทุกแห่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนของตัวเอง ธนาคารสามารถเริ่มจากผลิตภัณฑ์ที่ควบคุมขอบเขตได้ ขณะที่พึ่งพาผู้เชี่ยวชาญสำหรับงานที่มีความซับซ้อนทางเทคนิค
การสิ้นสุดของยุค “ซื้อบิตคอยน์ ขายธนาคาร” ไม่ได้หมายความว่าการเงินดั้งเดิมยอมรับคริปโตทุกประเภท หรือการเงินกระจายศูนย์ (DeFi) จะถูกธนาคารเข้าครอบรวมทั้งหมด แต่หมายความว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองฝั่งกำลังเปลี่ยนไปสู่รูปแบบที่ใช้งานเชิงพาณิชย์ได้จริงมากขึ้น
สถาบันการเงินดั้งเดิมนำกฎระเบียบ เงินทุน ช่องทางจัดจำหน่าย และประสบการณ์การให้บริการลูกค้าที่คุ้นเคยเข้ามา ขณะที่บริษัทคริปโตเนทีฟนำเทคโนโลยีเฉพาะทางและความรู้ด้านการดำเนินงานเข้ามา ทั้งสองฝั่งกำลังร่วมกันสร้างตลาดที่สินทรัพย์ดิจิทัลสามารถถูกถือครอง ซื้อขาย และนำเสนอผ่านผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ผู้ลงทุนคุ้นเคยมากขึ้น
ดังนั้น สัญญาณสำคัญจากการอนุมัติผลิตภัณฑ์ในช่วงฤดูร้อนจึงไม่ใช่การคาดการณ์ว่าราคาบิตคอยน์จะเคลื่อนไหวอย่างไรต่อไป แต่คือการที่ตลาดหมีไม่เพียงพอจะทำให้สถาบันระดับล้านล้านดอลลาร์ถอยออกจากตลาดอีกแล้ว คริปโตกำลังถูกประเมินในฐานะโอกาสด้านโครงสร้างพื้นฐานและผลิตภัณฑ์ ซึ่งการเงินดั้งเดิมสามารถนำมาจัดแพ็กเกจ กำกับดูแล และจัดจำหน่ายควบคู่ไปกับบริการเดิมได้
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
สองสถาบันการเงินที่บริหารสินทรัพย์มากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อรายอนุมัติผลิตภัณฑ์คริปโตในช่วงตลาดขาลง สะท้อนการยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัลของการเงินกระแสหลัก แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่าตลาดหมีจบแล้ว
สองสถาบันการเงินที่บริหารสินทรัพย์มากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อรายอนุมัติผลิตภัณฑ์คริปโตในช่วงตลาดขาลง สะท้อนการยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัลของการเงินกระแสหลัก แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่าตลาดหมีจบแล้ว แรงผลักดันสำคัญมาจากความต้องการของลูกค้า ความชัดเจนด้านกฎเกณฑ์ และโครงสร้างพื้นฐานที่พัฒนาขึ้น ทั้งบริการรับฝากสินทรัพย์ การแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคน และการซื้อขายภายใต้กรอบกำกับดูแล
โมเดลที่กำลังเกิดขึ้นเป็นความร่วมมือระหว่างสองฝั่ง ธนาคารจัดหาฐานลูกค้า ระบบกำกับดูแล และช่องทางจัดจำหน่าย ขณะที่บริษัทคริปโตเฉพาะทางให้บริการเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน