จุดนี้ทำให้เส้นทางการทูตสองสายเกิดความตึงเครียดโดยตรง ข้อตกลงระหว่างโอมานกับอิหร่านอาจทำให้อิหร่านมีบทบาทสำคัญในการควบคุมเรือที่เดินทางเข้าสู่อ่าว ขณะที่สหรัฐฯ ยืนยันว่าตนต้องการควบคุมเส้นทางน้ำดังกล่าว และกำลังผลักดันข้อตกลงกับเตหะรานในอีกช่องทางหนึ่ง
การเปิดเผยเรื่องช่องทางลับสะท้อนว่า สหรัฐฯ อาจกำลังสื่อสารโดยตรงกับ IRGC ไปพร้อมกับที่โอมานทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างฝ่ายต่าง ๆ แต่รายงานที่มีอยู่ยังไม่ระบุว่าใครเป็นผู้ติดต่อ ช่องทางดังกล่าวมีรูปแบบอย่างไร หรือมีอำนาจเจรจามากน้อยเพียงใด ดังนั้นขอบเขตที่แท้จริงของการสื่อสารจึงยังไม่ชัดเจน
ทรัมป์ยังกล่าวว่าเขาไม่ได้ทำงานภายใต้เส้นตายที่กำหนดไว้ล่วงหน้า การเรียกร้องให้อิหร่าน “ชูธงขาวยอมแพ้” แสดงให้เห็นว่าเขากำลังอธิบายการเจรจาในลักษณะกดดันและบีบบังคับ มากกว่าจะส่งสัญญาณว่าการประนีประนอมใกล้เกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้
ทรัมป์นำเสนอการป้องกันไม่ให้อิหร่านได้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์เป็นเป้าหมายหลักของสหรัฐฯ แต่ในอีกด้านหนึ่ง เขากล่าวว่า หลังจากเอาชนะอิหร่านแล้ว สหรัฐฯ อาจประกาศให้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นดินแดนของสหรัฐฯ ใน “เร็ว ๆ นี้” อิหร่านปฏิเสธข้ออ้างดังกล่าวว่าไม่สามารถยึดครองช่องแคบได้ด้วยคำประกาศหรือกำลังทหาร
ท่าทีทั้งสองประการจึงชี้ไปยังเป้าหมายคนละระดับ ด้านหนึ่งคือเป้าหมายด้านความมั่นคงที่มุ่งจำกัดศักยภาพด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน อีกด้านคือการอ้างสิทธิ์ในวงกว้างเหนือเส้นทางน้ำระหว่างประเทศที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์
ก่อนเกิดวิกฤต ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวทั่วโลกราวหนึ่งในห้า อย่างไรก็ตาม รายงานที่มีอยู่ไม่ได้ระบุว่าข้อตกลงเส้นทางระหว่างอิหร่านกับโอมานจะโอนอธิปไตยเหนือช่องแคบให้แก่ประเทศใด แต่พูดถึงการกำหนดแนวทางเดินเรือและการจัดการจราจรทางทะเล
อิหร่านและโอมานระบุว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องเรื่องพิกัดทางภูมิศาสตร์ของเส้นทางเดินเรือพาณิชย์ที่เสนอ และกำลังเตรียมแถลงการณ์ร่วม รายงานต่อมาระบุว่าเส้นทางดังกล่าวอาจเป็นมาตรการชั่วคราว และอาจพาดผ่านน่านน้ำอิหร่าน ทำให้เตหะรานมีอำนาจควบคุมเรือขาเข้าที่มุ่งสู่อ่าว
สื่อที่เชื่อมโยงกับรัฐบาลอิหร่านยังรายงานว่า ข้อตกลงอาจห้ามเรือสหรัฐฯ และอิสราเอลใช้เส้นทางดังกล่าว รวมถึงกำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืน รายละเอียดเหล่านี้มาจากการรายงานของสื่อรัฐอิหร่าน และไม่ได้ถูกนำเสนอว่าเป็นจุดยืนที่วอชิงตันยอมรับร่วมกัน
แต่สำหรับเตหะราน การตกลงเรื่องเส้นทางกับโอมานเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ เจ้าหน้าที่อิหร่านระบุว่าสหรัฐฯ ต้องยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลและมาตรการคว่ำบาตร ถอนกำลังทหารออกจากภูมิภาค ยุติการโจมตี ปลดอายัดทรัพย์สินของอิหร่าน และชดเชยความเสียหายจากสงคราม
อิหร่านยังปฏิเสธว่ากำลังเจรจากับสหรัฐฯ โดยตรง เว้นแต่เงื่อนไขของตนจะได้รับการตอบรับ พร้อมระบุว่าข้อความระหว่างสองฝ่ายถูกส่งผ่านคนกลาง
ความสำคัญของโอมานไม่ได้อยู่ที่ทำเลที่ตั้งเพียงอย่างเดียว ประเทศนี้อยู่ติดกับด้านใต้ของช่องแคบฮอร์มุซ และมีบทบาทเป็นคนกลางทางการทูตระหว่างวอชิงตันกับเตหะรานมาอย่างยาวนาน ทำให้โอมานมีทั้งบทบาทเชิงปฏิบัติในการจัดทำข้อตกลงเดินเรือ และมีช่องทางส่งต่อข้อความระหว่างรัฐบาลที่ยืนยันว่าพวกเขาไม่ได้เจรจากันโดยตรง
ด้วยเหตุนี้ คำขู่ของทรัมป์จึงมีนัยสำคัญเป็นพิเศษ การข่มขู่ใช้กำลังกับโอมานอาจบั่นทอนบทบาทของคนกลางที่มีช่องทางสื่อสารกับทั้งสองฝ่าย ขณะเดียวกันก็เป็นการกดดันประเทศที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อตกลงเส้นทางเดินเรือที่กำลังเสนออยู่
ผลที่ตามมาอาจทำให้การเปิดช่องแคบผ่านการเจรจายากขึ้น แม้ว่าสหรัฐฯ อิหร่าน และมัสกัต—เมืองหลวงของโอมาน—จะยังเดินหน้าข้อตกลงที่มีเป้าหมายทับซ้อนกัน แต่กลับขัดแย้งกันในประเด็นสำคัญ
เดิมพันของวิกฤตนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตะวันออกกลาง ช่องแคบฮอร์มุซเป็นคอขวดด้านพลังงานที่สำคัญของโลก และมีรายงานว่าน้ำมันกับก๊าซธรรมชาติเหลวทั่วโลกราวหนึ่งในห้าเคยผ่านเส้นทางนี้ก่อนเกิดวิกฤต การที่เรือพาณิชย์จะกลับมาเดินทางได้หรือไม่ จึงขึ้นอยู่ทั้งกับเส้นทางชั่วคราวที่อิหร่านกับโอมานกำลังหารือ และข้อพิพาทที่ยังไม่คลี่คลายระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเรื่องการคว่ำบาตร แรงกดดันทางทหาร การชดเชยความเสียหาย และผู้มีอำนาจควบคุมการเข้าถึงช่องแคบ