ผลลัพธ์นี้ทำให้แอริโซนาแซงหน้าโรงงาน TSMC Nanjing ขึ้นเป็นหน่วยงานต่างประเทศที่สร้างกำไรสูงสุดให้บริษัท ขณะที่ Japan Advanced Semiconductor Manufacturing (JASM) ซึ่งดำเนินงานโรงงานในเมืองคุมาโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น และ TSMC ถือหุ้นราว 73% เพิ่งพลิกกลับมามีกำไร แต่ยังมีขนาดเล็กกว่ามาก
JASM มีกำไร 951 ล้านดอลลาร์ไต้หวันในไตรมาสแรกปี 2026 หลังจากขาดทุนในไตรมาสก่อนหน้า การพลิกเป็นกำไรเกิดขึ้นหลังโรงงานเริ่มผลิตจำนวนมากตั้งแต่ปลายปี 2024
TSMC ระบุว่าความต้องการชิป AI ยังคงแข็งแกร่งและมีแนวโน้มต่อเนื่องหลายปี โดยเฉพาะจากลูกค้ารายใหญ่ในสหรัฐฯ ความต้องการดังกล่าวช่วยให้โรงงานแอริโซนาขยับจากช่วงเริ่มดำเนินงานไปสู่การใช้กำลังการผลิตเชิงพาณิชย์อย่างมีนัยสำคัญ
เมื่อโรงงานสามารถเดินเครื่องได้มากขึ้น ผลกระทบจากต้นทุนเริ่มต้นก็ลดลง ขณะเดียวกัน การผลิตชิปโหนดขั้นสูงอย่าง 4nm มีโอกาสสร้างรายได้ต่อเวเฟอร์สูงกว่าเทคโนโลยีรุ่นเก่า จึงช่วยอธิบายว่าทำไมกำไรครึ่งแรกของปี 2026 จึงแซงหน้าผลประกอบการทั้งปี 2025 ได้อย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขกำไรที่รายงานควรอ่านอย่างระมัดระวัง เพราะกำไรของแอริโซนาในไตรมาสแรกมีรายได้จากการลงทุนรวมอยู่ประมาณ 16,900 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน ดังนั้นกำไรของบริษัทย่อยในครึ่งปีแรกจึงไม่ใช่ตัวแทนที่สมบูรณ์ของกำไรจากการดำเนินงานของโรงงาน หรือระดับกำไรที่เกิดขึ้นซ้ำได้ทุกไตรมาส
ในไตรมาส 2 แอริโซนามีกำไร 17,259 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน ลดลง 8.2% จากไตรมาสแรก ซึ่งมีกำไรราว 18,807 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน
คำอธิบายที่รายงานคือ ค่าเสื่อมราคาสูงขึ้น หลังสินทรัพย์การผลิตและกำลังการผลิตใหม่เริ่มเข้าประจำการ ค่าใช้จ่ายจึงถูกบันทึกเพิ่มขึ้นตามฐานสินทรัพย์ที่ขยายตัว การลดลงของกำไรไตรมาส 2 จึงดูเป็นผลจากจังหวะการรับรู้ต้นทุนในช่วงเร่งกำลังการผลิต มากกว่าจะเป็นสัญญาณว่าความต้องการชิป AI ทรุดตัวลง
ในระยะใกล้ ปัจจัยสนับสนุนกำไรของแอริโซนายังมีอยู่ 3 ด้าน ได้แก่
แต่การขยายฐานผลิตในสหรัฐฯ ก็มีต้นทุนสูง ทั้งค่าก่อสร้าง ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน และค่าเสื่อมราคาของโรงงานและอุปกรณ์ ก่อนที่แต่ละโรงงานจะบรรลุระดับผลผลิตและอัตราการใช้กำลังการผลิตที่มีเสถียรภาพ TSMC ประเมินว่าการขยายโรงงานนอกไต้หวันอาจกดอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทลงราว 2–3 จุดเปอร์เซ็นต์ ในช่วงแรก และแรงกดดันอาจเพิ่มขึ้นในช่วงต่อมา
แผนการผลิตของแอริโซนาจะขยับจาก 4nm ไปสู่ 3nm ในปี 2027 และเทคโนโลยีราว 2nm ในปี 2028 การเปลี่ยนผ่านนี้อาจช่วยเพิ่มรายได้ต่อเวเฟอร์ และทำให้แอริโซนายังคงมีความสำคัญต่อลูกค้าที่ต้องการชิปขั้นสูง
ทว่าเทคโนโลยีแต่ละรุ่นต้องผ่านช่วงเรียนรู้ด้านผลได้ของเวเฟอร์ หรือ yield learning ใหม่ รวมถึงต้องรับภาระค่าเสื่อมราคาอุปกรณ์และค่าใช้จ่ายเริ่มต้น การทำกำไรจึงอาจผันผวนเป็นช่วง ๆ แทนที่จะเพิ่มขึ้นเป็นเส้นตรงต่อเนื่อง นอกจากนี้ การเริ่มผลิต 2nm ยังมีแนวโน้มกดดันอัตรากำไรของ TSMC ในช่วงแรก
TSMC ยังเพิ่มเงินลงทุนในสหรัฐฯ อีก 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ยอดลงทุนที่วางแผนไว้ในสหรัฐฯ รวมเป็น 265,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การลงทุนดังกล่าวช่วยเพิ่มขนาดและศักยภาพระยะยาวของฐานผลิตในแอริโซนา แต่ก็ทำให้ฐานเงินลงทุนที่โรงงานในอนาคตต้องสร้างผลตอบแทนให้คุ้มค่ามีขนาดใหญ่ขึ้น
แอริโซนาขึ้นเป็นหน่วยงานต่างประเทศที่ทำกำไรสูงสุดของ TSMC เพราะ ปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากดีมานด์ชิป AI ประกอบกับการเดินเครื่อง 4nm ที่คืบหน้า สามารถชดเชยต้นทุนเสียเปรียบในช่วงเริ่มต้นได้
กำไรของโรงงานมีแนวโน้มยั่งยืนในแง่ที่แอริโซนายังคงมีความสำคัญทั้งเชิงกลยุทธ์และเศรษฐกิจต่อ TSMC แต่ระดับกำไรและอัตราการเติบโตในครึ่งแรกปี 2026 ไม่น่าจะใช้เป็นมาตรวัดแบบเส้นตรงในระยะยาวได้ เนื่องจากบริษัทกำลังรับรู้ค่าเสื่อมราคา และเตรียมเข้าสู่การขยายกำลังการผลิต 3nm และ 2nm ระลอกต่อไป