นักวิจัย NUS พัฒนาต้นแบบไร้แบตเตอรี่ที่ประเมินความดันโลหิตตัวบนอย่างต่อเนื่องจากเวลาที่สัญญาณหัวใจเดินทางไปถึงชีพจรที่ข้อมือ ระบบประกอบด้วยเซ็นเซอร์ไฟฟ้าที่หน้าอก เซ็นเซอร์ออปติคัลที่ข้อมือ สมาร์ตโฟน การส่งพลังงานผ่าน NFC และการรับส่งข้อมูลผ่าน Bluetooth บนเสื้อนำไฟฟ้า การวัดต่อเนื่องอาจช่วยเผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงข...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is the NUS-developed battery-free skin patch prototype for continuous blood pressure monitoring, why is continuous monitoring during sl. Article summary: NUS researchers have developed a prototype battery-free epidermal sensor network that estimates continuous systolic blood pressure from the time blood takes to travel from the heart to the wrist. It is a research prototy. Topic tags: general, government, academic, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, wate
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) พัฒนาเครือข่ายเซ็นเซอร์ผิวหนังแบบไร้แบตเตอรี่ ซึ่งออกแบบมาเพื่อประเมินความดันโลหิตตัวบนอย่างต่อเนื่องระหว่างที่ผู้ใช้หลับ ออกกำลังกาย และใช้ชีวิตประจำวัน แทนที่จะติดตั้งแบตเตอรี่และวงจรอิเล็กทรอนิกส์ไว้ในอุปกรณ์แบบสมาร์ตวอตช์ ระบบต้นแบบนี้ใช้เซ็นเซอร์ที่แนบกับผิวหนัง 2 จุด สมาร์ตโฟน และเสื้อผ้าที่มีเส้นใยนำไฟฟ้า
อย่างไรก็ตาม นี่คือหลักฐานยืนยันแนวคิดในระยะต้น ยังไม่ใช่อุปกรณ์วัดความดันสำหรับใช้ทางการแพทย์ที่วางจำหน่ายแล้ว การทดลองที่รายงานมีผู้เข้าร่วมเพียง 5 คน จึงยังต้องมีการศึกษากับกลุ่มตัวอย่างที่ใหญ่ขึ้น ก่อนจะพิจารณาว่าระบบนี้สามารถทดแทนอุปกรณ์วัดความดันที่ผ่านการรับรองทางคลินิกได้หรือไม่
โดยทั่วไป การวัดความดันโลหิตด้วยปลอกแขนมักทำขณะนั่งนิ่งและพักอยู่ วิธีนี้เหมาะกับการตรวจค่าขณะพัก แต่ก็อาจทำให้ช่วงเวลาสำคัญของรูปแบบความดันตลอดทั้งวันไม่ถูกบันทึก
ความดันโลหิตอาจไม่ได้รับการวัดระหว่างหลับสนิทหรือทันทีหลังตื่นนอน การเปลี่ยนแปลงในช่วงกลางคืน หรือการเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนหลังตื่น จึงอาจไม่ปรากฏจากการตรวจเป็นครั้งคราวในเวลากลางวัน โครงการของ NUS มุ่งบันทึกการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ในช่วงเวลาที่เกิดขึ้นจริง แทนการพึ่งพาค่าที่วัดขณะพักเพียงไม่กี่ครั้ง
การออกกำลังกายทำให้ความดันตัวบนเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การติดตามระหว่างทำกิจกรรมอาจช่วยให้นักวิจัยและแพทย์ศึกษาการตอบสนองที่สูงหรือต่ำผิดปกติ ซึ่งการวัดด้วยปลอกแขนขณะพักไม่สามารถแสดงให้เห็นได้ ทีมวิจัยรายงานว่าได้ทดสอบระบบระหว่างการเดินทาง การนอนหลับ และการออกกำลังกาย รวมถึงการออกแรงหนัก
เครื่องวัดความดันแบบปลอกแขนยังเป็นอุปกรณ์อ้างอิงที่คุ้นเคยและใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่การพองลมอาจรบกวนการนอน และผู้ใช้มักต้องอยู่นิ่งขณะวัด ส่วนอุปกรณ์สวมข้อมือสะดวกกว่าสำหรับการใส่ต่อเนื่อง แต่ต้องชาร์จแบตเตอรี่ และการประเมินความดันแบบไม่ใช้ปลอกแขนยังต้องผ่านการตรวจสอบอย่างรอบคอบเทียบกับวิธีอ้างอิงที่ยอมรับ
ต้นแบบของ NUS พยายามแก้ปัญหาทั้งสองด้าน โดยออกแบบให้ติดอยู่บนผิวหนังขณะเคลื่อนไหวตามปกติ และไม่ต้องมีแบตเตอรี่ติดอยู่กับเซ็นเซอร์แต่ละตัว แต่ความสะดวกนี้ไม่ควรถูกตีความว่าอุปกรณ์พร้อมใช้ในทางคลินิกแล้ว
ระบบนี้ไม่ได้วัดความดันด้วยการพองปลอกแขน แต่ผสานสัญญาณด้านเวลาและสัญญาณทางสรีรวิทยา 2 ชนิดเข้าด้วยกัน
ด้วยเหตุนี้ อุปกรณ์จึงควรถูกเรียกว่าเครื่องประเมินความดันแบบไม่ใช้ปลอกแขนมากกว่าเครื่องวัดความดันโดยตรง ค่าที่ได้ขึ้นอยู่กับสัญญาณจากเซ็นเซอร์ การคำนวณเวลา และการสอบเทียบ จึงต้องประเมินประสิทธิภาพเทียบกับค่ามาตรฐานในคนหลายกลุ่มและหลายสภาวะ
ต้นแบบนี้เปลี่ยนเสื้อแขนยาวทั่วไปให้เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายอุปกรณ์สวมใส่ เส้นทางที่ทำจากผ้านำไฟฟ้าทองแดง–นิกเกิลเชื่อมตำแหน่งของเซ็นเซอร์เข้าด้วยกัน ขณะที่ผู้ใช้พกสมาร์ตโฟนไว้บริเวณต้นแขน
สถาปัตยกรรมของระบบใช้การสื่อสารไร้สาย 2 ช่องทางเพื่อทำหน้าที่ต่างกัน
ผ้านำไฟฟ้าได้รับการออกแบบให้แยกช่องทางจ่ายพลังงานระยะใกล้ออกจากช่องทางส่งข้อมูล Bluetooth กล่าวง่าย ๆ คือ สมาร์ตโฟนทำหน้าที่เป็นศูนย์กลาง ทั้งจ่ายพลังงานให้เซ็นเซอร์ที่กระจายอยู่บนร่างกายและรับข้อมูลกลับมา โดยไม่ต้องติดแบตเตอรี่ไว้บนผิวหนัง
แนวคิดนี้ต่อยอดจากงานวิจัยก่อนหน้าที่ใช้เสื้อผ้ารองรับการสื่อสารระยะใกล้ เพื่อเชื่อมต่อเซ็นเซอร์ไร้แบตเตอรี่หลายจุดทั่วร่างกาย
รายงานเกี่ยวกับโครงการระบุว่า การพัฒนาเริ่มขึ้นในกลุ่มวิจัย Wireless Bioelectronics ของ NUS เมื่อปี 2021 โดยมีผู้ร่วมงานจากมหาวิทยาลัยแอริโซนาและมหาวิทยาลัยชิงหวา ผลงานดังกล่าวได้รับการรายงานในวารสารวิชาการ Nature Electronics ในฐานะเครือข่ายเซ็นเซอร์ผิวหนังไร้สายแบบไร้แบตเตอรี่สำหรับติดตามความดันโลหิตตัวบนอย่างต่อเนื่อง
โครงการนี้ยังมีแรงจูงใจจากประสบการณ์ส่วนตัวของทีมวิจัย เซลมาน เคิร์ต นักวิจัยคนหนึ่งเล่าว่า บิดาของเขามีภาวะความดันโลหิตสูงจาก “white-coat hypertension” หรือความดันที่สูงขึ้นเมื่ออยู่ในสถานพยาบาล และรู้สึกไม่สบายจากการติดเครื่องวัดความดันตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากปลอกแขนพองลมระหว่างนอนหลับ ประสบการณ์ดังกล่าวสะท้อนความต้องการวิธีติดตามความดันตลอดวันและคืนที่รบกวนการใช้ชีวิตน้อยลง
ต้นแบบนี้ยังต้องปรับปรุงทั้งในด้านการแพทย์และการใช้งานในชีวิตประจำวัน
ระบบที่ตั้งใจพัฒนาต่อควรมีแอปที่แสดงค่าความดันบนสมาร์ตโฟนแบบเรียลไทม์ การแปลงสัญญาณจากเซ็นเซอร์ให้เป็นข้อมูลที่อ่านง่ายและเชื่อถือได้จะเป็นขั้นตอนสำคัญ หากเทคโนโลยีต้องการก้าวพ้นการสาธิตในห้องทดลอง
ปัจจุบันผ้าสามารถรองรับการซักได้ประมาณ 10 รอบ ก่อนความสามารถในการนำพลังงานและส่งข้อมูลจะเริ่มลดลง เสื้อผ้าที่ใช้ตรวจวัดสุขภาพจำเป็นต้องทนต่อการซักซ้ำและการใช้งานในชีวิตประจำวันได้ดีกว่านี้ จึงจะเหมาะกับการใช้งานเป็นกิจวัตร
การทดลองกับผู้ใช้ 5 คนแสดงให้เห็นว่าสถาปัตยกรรมของระบบทำงานได้ แต่ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันประสิทธิภาพกับประชากรในวงกว้าง หรือพิสูจน์ว่าอุปกรณ์เหมาะสำหรับใช้วินิจฉัยโรค การศึกษาระยะต่อไปต้องเปรียบเทียบค่าประเมินกับวิธีอ้างอิงที่ยอมรับในผู้ใช้จำนวนมากขึ้น ระหว่างกิจกรรมและภาวะสุขภาพที่หลากหลาย นอกจากนี้ ยังต้องผ่านการตรวจสอบตามข้อกำกับดูแลก่อนนำไปใช้ในทางการแพทย์เชิงพาณิชย์
จุดเด่นสำคัญของระบบ NUS อยู่ที่การออกแบบทั้งระบบ ไม่ใช่เพียงตัวแผ่นแปะ แต่เป็นการผสานเซ็นเซอร์ที่แนบกับผิวหนัง การจ่ายพลังงานแบบไร้แบตเตอรี่ผ่านเสื้อผ้า และการใช้สมาร์ตโฟนเก็บข้อมูลเข้าด้วยกัน แนวทางนี้อาจช่วยให้ติดตามรูปแบบความดันระหว่างนอนหลับ ตื่นนอน ออกกำลังกาย และทำกิจกรรมทั่วไปได้สะดวกขึ้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่การวัดด้วยปลอกแขนเป็นครั้งคราวอาจให้บริบทได้จำกัด
ในตอนนี้ ควรมองระบบดังกล่าวเป็นต้นแบบวิจัยที่น่าสนใจ ไม่ใช่อุปกรณ์ทดแทนเครื่องวัดความดันแบบปลอกแขนที่ผ่านการรับรอง อนาคตของเทคโนโลยีนี้ขึ้นอยู่กับการพิสูจน์ความแม่นยำในกลุ่มผู้ใช้จำนวนมาก การเพิ่มความทนทานของผ้านำไฟฟ้า และการพัฒนาการแสดงผลแบบเรียลไทม์ที่เชื่อถือได้สำหรับการใช้งานจริง
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
นักวิจัย NUS พัฒนาต้นแบบไร้แบตเตอรี่ที่ประเมินความดันโลหิตตัวบนอย่างต่อเนื่องจากเวลาที่สัญญาณหัวใจเดินทางไปถึงชีพจรที่ข้อมือ
นักวิจัย NUS พัฒนาต้นแบบไร้แบตเตอรี่ที่ประเมินความดันโลหิตตัวบนอย่างต่อเนื่องจากเวลาที่สัญญาณหัวใจเดินทางไปถึงชีพจรที่ข้อมือ ระบบประกอบด้วยเซ็นเซอร์ไฟฟ้าที่หน้าอก เซ็นเซอร์ออปติคัลที่ข้อมือ สมาร์ตโฟน การส่งพลังงานผ่าน NFC และการรับส่งข้อมูลผ่าน Bluetooth บนเสื้อนำไฟฟ้า
การวัดต่อเนื่องอาจช่วยเผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของความดันระหว่างนอนหลับ ตื่นนอน ออกกำลังกาย และทำกิจวัตรประจำวันที่การวัดด้วยปลอกแขนเป็นครั้งคราวมักพลาดไป