การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงอย่างหนัก หลังความขัดแย้งสหรัฐฯ–อิหร่านทำให้เส้นทางนี้มีความเสี่ยงทั้งทางกายภาพและเชิงพาณิชย์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ระบุว่าเรือที่เชื่อมโยงกับ ADNOC จำนวน 3 ลำถูกโจมตีโดยอิหร่าน ขณะที่โรงกลั่น Jazan ของ Saudi Aramco ถูกโจมตีอีกครั้ง ADNOC ระบุว่าเรือของบริษัท 15 ลำถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธแ...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is causing shipping through the Strait of Hormuz to nearly halt, how did the alleged Iranian attacks on three Abu Dhabi National Oil Co. Article summary: Shipping is nearly at a halt because the U.S.–Iran conflict has made passage commercially and physically unsafe: reported attacks on tankers, a U.S.. Topic tags: general web, workflow, privacy, benchmarks, marketing. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumb
การขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางคอขวดทางทะเลระหว่างอ่าวเปอร์เซียกับอ่าวโอมาน กำลังเข้าใกล้ภาวะหยุดชะงัก เนื่องจากเรือ เจ้าของเรือ และบริษัทประกันภัยมองว่าการเดินทางผ่านเส้นทางนี้มีความเสี่ยงสูงเกินกว่าจะดำเนินการตามปกติ
ปัจจัยสำคัญประกอบด้วยการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันและก๊าซ การกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ ต่อการขนส่งที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน และการเจรจาที่ไม่มีความคืบหน้า ทำให้เรือหลายลำหยุดรอ หันกลับ หรือเลือกเส้นทางที่มีความเสี่ยงและต้นทุนสูงกว่า
จุดเปลี่ยนล่าสุดคือรายงานการโจมตีเรือที่เชื่อมโยงกับบริษัท Abu Dhabi National Oil Company หรือ ADNOC จำนวน 3 ลำ โดยสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กล่าวโทษอิหร่าน ขณะเดียวกัน โรงกลั่น Jazan ของ Saudi Aramco ในซาอุดีอาระเบียก็ถูกโจมตี ซึ่งยิ่งเพิ่มความกังวลว่าความเสียหายอาจลุกลามไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั่วภูมิภาค
ADNOC ระบุแยกต่างหากว่า เรือของบริษัท 15 ลำถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนระหว่างผ่านช่องแคบฮอร์มุซนับตั้งแต่เริ่มความขัดแย้ง ในจำนวนนี้มี 3 ลำถูกโจมตีภายในสัปดาห์เดียว ส่งผลให้ลูกเรือเสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บ 20 ราย
สำหรับโรงกลั่น Jazan กลุ่มฮูตีซึ่งมีแนวร่วมกับอิหร่านอ้างว่าเป็นผู้โจมตี โดย Saudi Aramco เลื่อนกำหนดการกลับมาเปิดโรงกลั่นกำลังการผลิต 400,000 บาร์เรลต่อวันออกไปเป็นวันที่ 30 สิงหาคม ตามรายงานที่ Reuters อ้างถึง
ข้อมูลติดตามเรือของ Kpler ระบุว่า มีเรือสินค้าโภคภัณฑ์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพียง 5 ลำในวันเสาร์ และไม่พบเรือที่ลงทะเบียนผ่านในวันอาทิตย์ เทียบกับ 31 ลำในสุดสัปดาห์ก่อนหน้า
เรือจำนวนน้อยที่ยังเดินทางในวันเสาร์รวมถึงเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่มาก หรือ VLCC ที่ไม่มีสินค้าและปิดสัญญาณ AIS รวมถึงเรือบรรทุกก๊าซขนาดใหญ่มากติดธงอินเดียที่ใช้เส้นทางฝั่งอิหร่าน ตัวเลขนี้สะท้อนว่าเที่ยวเดินเรือที่ยังดำเนินต่อไปต้องใช้มาตรการปกปิดหรือเลือกเส้นทางเป็นพิเศษ
อย่างไรก็ตาม คำว่า “ไม่พบการลงทะเบียน” ไม่ได้หมายความว่าไม่มีเรือข้ามช่องแคบเลย เพราะเรือบางลำอาจปิดเครื่องส่งสัญญาณ AIS ซึ่งทำให้ไม่สามารถติดตามได้แบบเรียลไทม์ ข้อมูลดังกล่าวจึงควรตีความว่าเป็นการลดลงอย่างรุนแรงของการเดินเรือที่สามารถสังเกตได้ ไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่าการข้ามช่องแคบเป็นศูนย์โดยสมบูรณ์
ก่อนหน้านี้ก็มีรายงานว่าเรือหลายลำหยุดเดินทางหรือเปลี่ยนทิศกลับ หลังเกิดการโจมตีและสหรัฐฯ กลับมาใช้มาตรการปิดล้อมต่อการขนส่งที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน โดยในวันแรกหลังการปิดล้อมกลับมา มีเรือผ่านช่องแคบ 9 ลำ ลดลงจาก 13 ลำในวันก่อนหน้า และยังไม่พบ VLCC หรือเรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลวที่ผ่านอย่างเปิดเผย
ในภาวะปกติ ช่องแคบฮอร์มุซรองรับการขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลวทางทะเลราวหนึ่งในห้าของโลก การหยุดชะงักเป็นเวลานานจึงกระทบทั้งการส่งออกของประเทศผู้ผลิตในอ่าวเปอร์เซียและการจัดหาก๊าซ LNG
ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่ที่ราคาน้ำมันเท่านั้น เพราะค่าระวางเรือและเบี้ยประกันภัยจะสูงขึ้น ขณะที่เส้นทางขนส่งที่ยาวขึ้นอาจเพิ่มต้นทุนเชื้อเพลิง ไฟฟ้า การขนส่ง อาหาร และภาคอุตสาหกรรมในหลายประเทศ
ความเสี่ยงจากการเดินเรือที่ลดลงและการโจมตีโรงกลั่นช่วยผลักดันราคาน้ำมันขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ราคาน้ำมัน Brent ปิดเพิ่มขึ้นประมาณ 5% ที่ 87.72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน WTI เพิ่มขึ้นประมาณ 5.1% มาอยู่ที่ 82.13 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
หลังจากนั้นราคาขยับไม่มากนัก ซึ่งอาจสะท้อนว่าตลาดได้สะท้อนความเสี่ยงระยะสั้นไปแล้วบางส่วน หรือยังคาดว่าจะมีน้ำมันและสินค้าบางส่วนเดินทางต่อได้ อย่างไรก็ดี ราคายังมีโอกาสพุ่งขึ้นอีก หากการปิดเส้นทางยืดเยื้อหรือการโจมตีขยายวงกว้าง โดยในวันที่ 11 สิงหาคม Brent ปิดที่ 88.91 ดอลลาร์ และ WTI ปิดที่ 83.20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ความไม่แน่นอนสำคัญที่สุดไม่ใช่เพียงว่าเรือจะผ่านได้หรือไม่ แต่คือวิกฤตจะยืดเยื้อนานแค่ไหน หากการหยุดชะงักเกิดขึ้นเพียงช่วงสั้น ๆ ประเทศต่าง ๆ ยังอาจใช้คลังสำรองและเปลี่ยนเส้นทางเพื่อบรรเทาผลกระทบได้
แต่หากการปิดล้อมดำเนินต่อไป ขณะที่อิหร่านเชื่อมโยงการกลับมาเปิดการเดินเรือกับข้อเสนอของสหรัฐฯ และวอชิงตันระบุว่าสามารถคงมาตรการปิดล้อมได้อย่างไม่มีกำหนด ความเสี่ยงอาจเปลี่ยนจากปัญหาการขนส่งเฉพาะจุดไปเป็นแรงกระแทกด้านเงินเฟ้อและการเติบโตของเศรษฐกิจโลก
รัฐบาลและผู้บริโภคจึงอาจต้องเผชิญต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจที่พึ่งพาการนำเข้าและการค้าทางทะเลเป็นหลักจะมีความเปราะบางมากกว่าเดิม
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงอย่างหนัก หลังความขัดแย้งสหรัฐฯ–อิหร่านทำให้เส้นทางนี้มีความเสี่ยงทั้งทางกายภาพและเชิงพาณิชย์
การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงอย่างหนัก หลังความขัดแย้งสหรัฐฯ–อิหร่านทำให้เส้นทางนี้มีความเสี่ยงทั้งทางกายภาพและเชิงพาณิชย์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ระบุว่าเรือที่เชื่อมโยงกับ ADNOC จำนวน 3 ลำถูกโจมตีโดยอิหร่าน ขณะที่โรงกลั่น Jazan ของ Saudi Aramco ถูกโจมตีอีกครั้ง
ADNOC ระบุว่าเรือของบริษัท 15 ลำถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนนับตั้งแต่เริ่มความขัดแย้ง โดยมีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บ 20 ราย [8]