ดิสนีย์ทิ้งดีล 1,000 ล้านดอลลาร์กับ OpenAI หลัง OpenAI ปิด Sora กระทันหันในเดือนมีนาคม 2026 ดิสนีย์จับมือ TikTok นำคลิปจากครีเอเตอร์ลง Disney+ ผ่านฟีเจอร์ Verts ถือเป็นครั้งแรกที่คอนเทนต์ TikTok ไปอยู่บนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอื่น เปิดตัว Disney Creator Ambassador Program ให้ครีเอเตอร์ TikTok เข้าถึงไลบรารีของดิสนีย์ เพิ...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is Disney's new partnership with TikTok for bringing fan content into Disney+, how does it relate to Disney's earlier (now failed) $1 b. Article summary: Let me search for information on theseLet me search for more details on the Disney Creator Ambassador Program and the restructuring.. Topic tags: general, general web, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustra
เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2026 ดิสนีย์และ TikTok ประกาศความร่วมมือระดับโลกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่อนุญาตให้ครีเอเตอร์บน TikTok ใช้คลิปอย่างเป็นทางการของดิสนีย์มาสร้างวิดีโอสั้น และนำวิดีโอเหล่านั้นไปแสดงบนฟีเจอร์ Verts ของ Disney+ ดีลนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ดิสนีย์และ OpenAI ตกลงจะร่วมมือกันมูลค่ากว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ แต่ต้องล้มเลิกไปเมื่อ OpenAI ประกาศปิดตัว Sora กระทันหันในเดือนมีนาคม 2026
ยิ่งไปกว่านั้น ดิสนีย์ยังรายงานผลประกอบการ Q3 ปี 2026 ที่กำไรจากสตรีมมิ่งพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ และประกาศปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ ซึ่งทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นถึงกลยุทธ์ที่ชัดเจน: ดิสนีย์เลือกที่จะเดิมพันกับครีเอเตอร์ตัวจริง มากกว่าพึ่งพา AI ที่มีต้นทุนสูงและความเสี่ยงสูง เพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมและยอดขายสินค้าลิขสิทธิ์
ภายใต้ข้อตกลงนี้ ครีเอเตอร์บน TikTok ที่เลือกเข้าร่วมโปรแกรมจะสามารถเข้าถึงคลิปและเนื้อหาจากภาพยนตร์และรายการทีวีของดิสนีย์หลายร้อยเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น Pixar, Marvel, Star Wars, FX และอีกมากมาย ครีเอเตอร์สามารถนำเนื้อหาเหล่านี้ไปสร้างวิดีโอแฟนเมดแบบสั้นได้ จากนั้นวิดีโอที่ผ่านการคัดเลือกจะปรากฏทั้งบน TikTok และใน Verts ฟีเจอร์วิดีโอแนวตั้งของ Disney+ ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ในปี 2026
โปรแกรมนำร่องจะเริ่มในสหรัฐฯ ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ก่อนจะขยายไปยังประเทศอื่นๆ ทั่วโลก นับเป็นครั้งแรกที่คอนเทนต์จาก TikTok ถูกนำไปแสดงบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งนอกเหนือจาก TikTok เอง
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยเงื่อนไขทางการเงินของดีลดังกล่าว
ในเดือนธันวาคม 2025 ดิสนีย์เซ็นสัญญาความร่วมมือมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์ กับ OpenAI เพื่ออนุญาตให้ใช้ตัวละครของดิสนีย์มากกว่า 200 ตัวบน Sora เครื่องมือสร้างวิดีโอด้วย AI ของ OpenAI ข้อตกลงนี้รวมถึงสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ์เป็นเวลา 3 ปี และข้อผูกพันด้านทุน
แต่ดีลดังกล่าวก็พังทลายลงใน เดือนมีนาคม 2026 เมื่อ OpenAI ประกาศปิดตัว Sora อย่างไม่คาดฝัน รายงานระบุว่า Sora มีต้นทุนด้านการประมวลผลสูงถึงวันละประมาณ 15 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่รายได้ตลอดอายุของเครื่องมือนี้มีเพียงประมาณ 2.1 ล้านดอลลาร์เท่านั้น
ที่สำคัญคือ ยังไม่มีเงินลงทุนจากดิสนีย์ถูกโอนไปยัง OpenAI ก่อนที่ Sora จะถูกปิดตัวลง
ทีมงานของดิสนีย์ได้รับรู้ข่าวการปิดตัวของ Sora ก่อนที่ OpenAI จะประกาศต่อสาธารณะเพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง
ความร่วมมือกับ TikTok คือการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ครั้งสำคัญของดิสนีย์ แทนที่จะพึ่งพา AI ที่มีต้นทุนสูงและความเสี่ยงสูงเพื่อสร้างคอนเทนต์สังเคราะห์ของดิสนีย์ ตอนนี้ดิสนีย์หันมาใช้ครีเอเตอร์ตัวจริงและแพลตฟอร์มโซเชียลที่มีผู้ใช้จำนวนมหาศาลอย่าง TikTok เพื่อผลิตคอนเทนต์แฟนเมดที่แท้จริงในต้นทุนที่ต่ำกว่ามาก ดีลนี้ยังช่วยหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้านชื่อเสียงและข้อพิพาทด้านลิขสิทธิ์ที่มักเกิดขึ้นกับคอนเทนต์ที่สร้างโดย AI
นอกเหนือจากดีลแชร์คอนเทนต์แล้ว ดิสนีย์และ TikTok ยังเปิดตัว Disney Creator Ambassador Program ซึ่งเป็นโปรแกรมแบบแบ่งระดับที่ดำเนินการร่วมกัน โดยเสนอสิทธิประโยชน์ให้แก่ครีเอเตอร์ที่เข้าร่วม
:
ทั้งสองบริษัทยังไม่เปิดเผยว่าครีเอเตอร์ในโปรแกรมหลักหรือในระดับ Ambassador จะได้รับเงินสดโดยตรงหรือไม่ หรือว่าพวกเขาให้สิทธิ์อะไรแก่ดิสนีย์เหนือเนื้อหาของพวกเขา
ดิสนีย์ประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ปีงบประมาณ 2026 ในวันเดียวกับที่ประกาศความร่วมมือกับ TikTok คือวันที่ 5 สิงหาคม 2026 ซึ่งผลประกอบการออกมาแข็งแกร่ง:
นอกจากนี้ ดิสนีย์ยังประกาศว่าจะ ปรับโครงสร้างธุรกิจคอนซูเมอร์โปรดักส์ โดยย้ายจากส่วน Experiences (สวนสนุก, เรือสำราญ) ไปอยู่ภายใต้ส่วน Studios (ภาพยนตร์, ทีวี, สตรีมมิ่ง) ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2027 เป็นต้นไป
เส้นทางยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงการเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้: กำไรจากสตรีมมิ่งที่ทำสถิติใหม่เป็นการตอกย้ำว่าการเดิมพันแบบ Direct-to-Consumer ของดิสนีย์กำลังได้ผล และทำให้บริษัทมีกำลังทางการเงินที่จะลงทุนในฟีเจอร์ที่ช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมอย่าง Verts การย้ายธุรกิจคอนซูเมอร์โปรดักส์จาก Experiences ไปยัง Studios สะท้อนให้เห็นว่าดิสนีย์มองว่า คอนเทนต์และสตรีมมิ่ง — ไม่ใช่สวนสนุก — คือเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนยอดขายสินค้าลิขสิทธิ์อีกต่อไป ความร่วมมือกับ TikTok สอดคล้องกับกลยุทธ์นี้โดยตรง: วิดีโอสั้นที่สร้างโดยแฟนๆ คือจุดเริ่มต้นใหม่สำหรับยอดขายสินค้าของดิสนีย์ ซึ่งดีล OpenAI/Sora ในอดีตพยายามจะทำให้เป็นระบบอัตโนมัติด้วย AI แต่ดีล TikTok กลับทำได้สำเร็จด้วยคอนเทนต์จากชุมชนครีเอเตอร์ที่มีต้นทุนต่ำและเป็นของแท้
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
ดิสนีย์ทิ้งดีล 1,000 ล้านดอลลาร์กับ OpenAI หลัง OpenAI ปิด Sora กระทันหันในเดือนมีนาคม 2026
ดิสนีย์ทิ้งดีล 1,000 ล้านดอลลาร์กับ OpenAI หลัง OpenAI ปิด Sora กระทันหันในเดือนมีนาคม 2026 ดิสนีย์จับมือ TikTok นำคลิปจากครีเอเตอร์ลง Disney+ ผ่านฟีเจอร์ Verts ถือเป็นครั้งแรกที่คอนเทนต์ TikTok ไปอยู่บนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอื่น
เปิดตัว Disney Creator Ambassador Program ให้ครีเอเตอร์ TikTok เข้าถึงไลบรารีของดิสนีย์ เพิ่มการมองเห็น และโอกาสทางอาชีพ