นักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมชี้ให้เห็นถึงเหตุผลทางการเงินที่ชัดเจนเบื้องหลังการตัดสินใจครั้งนี้
มีความกังขาอย่างรุนแรงจากทั้งนักวิเคราะห์และผู้บริโภคว่าการยกเลิกแผ่นเกมจะทำให้ราคาถูกลง เนื่องจาก Sony จะมีร้านค้าดิจิทัล (PlayStation Store) ที่ผูกขาด โดยไม่มีการแข่งขันจากร้านค้าปลีก นักวิเคราะห์คาดว่า Sony จะได้กำไรเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาที่จะลดลงสำหรับผู้บริโภค ไม่มีนักวิเคราะห์คนใดที่ถูกอ้างถึงในหลักฐานคาดการณ์ว่าเกมจะถูกลงอันเป็นผลจากการเคลื่อนไหวนี้ การเคลื่อนไหวนี้ถูกมองว่าเป็นการเพิ่มผลกำไรสูงสุด ไม่ใช่การลดราคาสำหรับผู้บริโภค
การเลิกผลิตแผ่นเกมทำให้แคมเปญการตลาดของหนึ่งในเกม Exclusive ที่ใหญ่ที่สุดของ PlayStation กลายเป็นเวทีประท้วง
ระหว่างการประชุมรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ปีงบประมาณ 2026 เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2026 Lin Tao ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Sony รับทราบถึง "ความคิดเห็นที่รุนแรง" จากชุมชนเกมเมอร์ แต่ยืนยันอย่างหนักแน่น: "เราประกาศไปแล้วว่าตั้งแต่มกราคม 2028 เป็นต้นไป เราจะไม่ผลิตแผ่นเกมอีกต่อไป ... เราจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างค่อยเป็นค่อยไป" เขากล่าวว่า Sony ไม่คาดหวังผลกระทบเชิงลบใด ๆ ต่อธุรกิจเกมจากการตัดสินใจครั้งนี้ Sony ย้ำหลายครั้งว่าจะไม่เปลี่ยนใจ และนักวิเคราะห์เห็นพ้อง: "ดิจิทัลนั้นทำกำไรได้มากเกินไป"
แผนการเลิกผลิตแผ่นเกมของ Sony ได้ขยายตัวจากวิกฤตประชาสัมพันธ์ไปสู่การต่อสู้ทางกฎหมายระหว่างประเทศ
นักวิเคราะห์ชี้ว่าตลาดเกมแผ่นมือสองทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การจำหน่ายแบบดิจิทัลล้วนจะขจัดความสามารถในการซื้อ ขาย ให้ยืม และแลกเปลี่ยนเกมแผ่นข้ามพรมแดน ซึ่งเป็น blow ครั้งใหญ่ต่อตลาดซื้อขายต่อทั่วโลก
ภูมิภาคที่มีตลาดสีเทา (gray market) คึกคัก รวมถึงบางส่วนของเอเชีย จะได้รับผลกระทบอย่างหนัก แม้ว่ารายงานต่อสาธารณะโดยละเอียดเกี่ยวกับผลกระทบในจีนโดยเฉพาะยังมีจำกัด ณ วันที่ค้นหาข้อมูล
แม้ว่าผลการค้นหาที่มีอยู่จะไม่ได้ระบุตัวเลขส่วนแบ่งการขายแบบแผ่นของ Nintendo ที่ 38.5% แต่บริบทอุตสาหกรรมโดยรวมก็ชัดเจน: Nintendo ยังคงขายเกมแบบแผ่นในสัดส่วนที่สูงมาก ความแตกต่างชัดเจนมาก — ส่วนแบ่งดิจิทัลของ Sony สูงถึง 82% ของยอดขายซอฟต์แวร์ (และ 95% ของรายได้) ในขณะที่ยอดขายแบบแผ่นของ Nintendo ยังคงสูงกว่ามากเมื่อเทียบเป็นสัดส่วนของยอดขายทั้งหมด ซึ่งสะท้อนถึงกลยุทธ์ด้านประชากรและการค้าปลีกที่แตกต่างกัน Nintendo ไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ ที่จะเลิกผลิตแผ่นเกม และยังคงสนับสนุนเกมแบบตลับสำหรับ Switch (และรุ่นต่อ ๆ ไป)