ผู้มาแทนที่คือ Dali Rajic ซึ่งดำรงตำแหน่ง president และ chief operating officer ของบริษัทไซเบอร์ซีเคียวริตี้ Wiz ก่อนหน้านี้ Wiz ถูก Google ซื้อกิจการด้วยเงินสด 32,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งประกาศในเดือนมีนาคม 2025 และปิดดีลในเดือนมีนาคม 2026 OpenAI ระบุว่า Rajic นำ "ความเชี่ยวชาญเชิงลึกในการดำเนินองค์กรด้านรายได้ที่มีวินัยและขับเคลื่อนด้วยเมตริก" ตอนนี้เขาจะนำทีมรายได้ระดับโลกของ OpenAI ในขณะที่บริษัทเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
การเปลี่ยน CRO เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้:
หลังจาก Simo ออกไป Greg Brockman ผู้ร่วมก่อตั้งและ president ได้ขยายความรับผิดชอบของเขาอย่างมีนัยสำคัญ โดยรับผิดชอบด้านผลิตภัณฑ์และการดำเนินธุรกิจ Brockman รวบรวมอำนาจการดำเนินงานมากขึ้น และร่วมกับ Sarah Friar CFO ได้เข้าพบนักลงทุนของ OpenAI ในช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2026 เพื่อสร้างความมั่นใจท่ามกลางความวุ่นวายของผู้นำ Brockman ยังเป็นคนเขียนบันทึกภายในที่ขอบคุณ Dresser สำหรับการมีส่วนร่วม ซึ่งตอกย้ำบทบาทการบริหารหลักของเขา
OpenAI รายงานในปี 2026 ว่ามีผู้ใช้ประจำสัปดาห์ (weekly active users) กว่าหนึ่งพันล้านคนทั่วโลกผ่านผลิตภัณฑ์ต่างๆ (รวมถึง ChatGPT) และลูกค้าองค์กรที่จ่ายเงินมากกว่าสองล้านราย อย่างไรก็ตาม แม้จะมีขนาดที่ใหญ่มหึมา แต่บริษัทกลับประสบปัญหาการขาดรายได้เมื่อเทียบกับเป้าหมายภายใน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงผู้นำและการเปลี่ยนไปสู่วัฒนธรรมการขายองค์กรที่ aggressive มากขึ้น Sam Altman CEO ได้ปรับโฟกัสขององค์กรไปที่การปรับใช้ในองค์กร (enterprise deployment) และผลกระทบทางธุรกิจที่วัดผลได้ โดยเปลี่ยนจากแรงผลักดันด้านการวิจัยล้วนๆ ไปสู่วินัยเชิงพาณิชย์
OpenAI ได้ยื่นร่างคำชี้แจงการจดทะเบียน (draft registration statement หรือ DRS) ต่อ SEC อย่างลับๆ ในช่วงปลายปี 2025 หรือต้นปี 2026 ซึ่งเป็นสัญญาณของ IPO ครั้งใหญ่ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2026 หรือ 2027 นอกจากนี้ บริษัทยังจัดโครงการให้พนักงานขายหุ้น (employee tender offer) มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ในช่วงปลายปี 2025 หรือต้นปี 2026 เพื่อให้พนักงานสามารถรับเงินสดจากหุ้นก่อนการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะ การจากไปของผู้บริหาร โดยเฉพาะการเปลี่ยน CRO ถึงสองครั้งในเวลาไม่ถึงปี ได้ถูกนักวิเคราะห์และนักลงทุนมองว่าเป็น "ธงแดงขนาดใหญ่" ก่อน IPO ซึ่งทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับเสถียรภาพของฝ่ายบริหาร
Sam Altman ได้ขับเคลื่อนกลยุทธ์ที่เน้นองค์กร (enterprise-first) มากขึ้น โดยเรียกร้องให้ทีมขายของ OpenAI แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่มีวินัย ขับเคลื่อนด้วยเมตริก และผลตอบแทนจากการลงทุนที่ชัดเจนสำหรับลูกค้าองค์กร การจ้าง Dali Rajic ซึ่งเป็น COO จากบริษัทไซเบอร์ซีเคียวริตี้ที่เติบโตสูงและมีประวัติในการสร้างองค์กรขาย สอดคล้องโดยตรงกับคำสั่งนั้น ข้อความของ Altman ถึงองค์กรคือ OpenAI ต้องพัฒนาจากห้องปฏิบัติการ AI ที่บินสูงไปเป็นบริษัทมหาชนที่ยั่งยืนและมีรายได้ที่คาดการณ์ได้
ผู้มาแทนที่คือ Dali Rajic ซึ่งดำรงตำแหน่ง president และ chief operating officer ของบริษัทไซเบอร์ซีเคียวริตี้ Wiz ก่อนหน้านี้ Wiz ถูก Google ซื้อกิจการด้วยเงินสด 32,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งประกาศในเดือนมีนาคม 2025 และปิดดีลในเดือนมีนาคม 2026 OpenAI ระบุว่า Rajic นำ "ความเชี่ยวชาญเชิงลึกในการดำเนินองค์กรด้านรายได้ที่มีวินัยและขับเคลื่อนด้วยเมตริก" ตอนนี้เขาจะนำทีมรายได้ระดับโลกของ OpenAI ในขณะที่บริษัทเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
การเปลี่ยน CRO เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้:
หลังจาก Simo ออกไป Greg Brockman ผู้ร่วมก่อตั้งและ president ได้ขยายความรับผิดชอบของเขาอย่างมีนัยสำคัญ โดยรับผิดชอบด้านผลิตภัณฑ์และการดำเนินธุรกิจ Brockman รวบรวมอำนาจการดำเนินงานมากขึ้น และร่วมกับ Sarah Friar CFO ได้เข้าพบนักลงทุนของ OpenAI ในช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2026 เพื่อสร้างความมั่นใจท่ามกลางความวุ่นวายของผู้นำ Brockman ยังเป็นคนเขียนบันทึกภายในที่ขอบคุณ Dresser สำหรับการมีส่วนร่วม ซึ่งตอกย้ำบทบาทการบริหารหลักของเขา
OpenAI รายงานในปี 2026 ว่ามีผู้ใช้ประจำสัปดาห์ (weekly active users) กว่าหนึ่งพันล้านคนทั่วโลกผ่านผลิตภัณฑ์ต่างๆ (รวมถึง ChatGPT) และลูกค้าองค์กรที่จ่ายเงินมากกว่าสองล้านราย อย่างไรก็ตาม แม้จะมีขนาดที่ใหญ่มหึมา แต่บริษัทกลับประสบปัญหาการขาดรายได้เมื่อเทียบกับเป้าหมายภายใน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงผู้นำและการเปลี่ยนไปสู่วัฒนธรรมการขายองค์กรที่ aggressive มากขึ้น Sam Altman CEO ได้ปรับโฟกัสขององค์กรไปที่การปรับใช้ในองค์กร (enterprise deployment) และผลกระทบทางธุรกิจที่วัดผลได้ โดยเปลี่ยนจากแรงผลักดันด้านการวิจัยล้วนๆ ไปสู่วินัยเชิงพาณิชย์
OpenAI ได้ยื่นร่างคำชี้แจงการจดทะเบียน (draft registration statement หรือ DRS) ต่อ SEC อย่างลับๆ ในช่วงปลายปี 2025 หรือต้นปี 2026 ซึ่งเป็นสัญญาณของ IPO ครั้งใหญ่ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2026 หรือ 2027 นอกจากนี้ บริษัทยังจัดโครงการให้พนักงานขายหุ้น (employee tender offer) มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ในช่วงปลายปี 2025 หรือต้นปี 2026 เพื่อให้พนักงานสามารถรับเงินสดจากหุ้นก่อนการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะ การจากไปของผู้บริหาร โดยเฉพาะการเปลี่ยน CRO ถึงสองครั้งในเวลาไม่ถึงปี ได้ถูกนักวิเคราะห์และนักลงทุนมองว่าเป็น "ธงแดงขนาดใหญ่" ก่อน IPO ซึ่งทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับเสถียรภาพของฝ่ายบริหาร
Sam Altman ได้ขับเคลื่อนกลยุทธ์ที่เน้นองค์กร (enterprise-first) มากขึ้น โดยเรียกร้องให้ทีมขายของ OpenAI แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่มีวินัย ขับเคลื่อนด้วยเมตริก และผลตอบแทนจากการลงทุนที่ชัดเจนสำหรับลูกค้าองค์กร การจ้าง Dali Rajic ซึ่งเป็น COO จากบริษัทไซเบอร์ซีเคียวริตี้ที่เติบโตสูงและมีประวัติในการสร้างองค์กรขาย สอดคล้องโดยตรงกับคำสั่งนั้น ข้อความของ Altman ถึงองค์กรคือ OpenAI ต้องพัฒนาจากห้องปฏิบัติการ AI ที่บินสูงไปเป็นบริษัทมหาชนที่ยั่งยืนและมีรายได้ที่คาดการณ์ได้