แนวทางของ Thrive Capital ตรงกันข้ามกับโมเดลยิงกระสุนกระจายโดยสิ้นเชิง Kushner รายงานว่าบริษัทกระจุกตัวประมาณ 90% ของเงินทุนของแต่ละกองทุนไว้ในการลงทุน 15 อันดับแรก บริษัทลงทุนในบริษัทใหม่ประมาณหนึ่งโหลต่อปี โดยเขียนเช็คขนาดใหญ่ให้กับการเดิมพันที่มีความเชื่อมั่นสูง เช่น OpenAI, SpaceX, Anduril, Stripe, Databricks และ Cursor
Kushner อธิบายว่า Thrive เป็น "นักฉวยโอกาสในทุกช่วง ทุกเซกเตอร์ และทุกภูมิศาสตร์" ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่แค่การลงทุนระยะเริ่มต้นหรือความเชื่อดั้งเดิมของ Silicon Valley สิ่งนี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับโมเดล 'outlier' หรือการหาบริษัทที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดเป็นข้อยกเว้น ซึ่งเป็นแนวทางของบริษัทอย่าง Andreessen Horowitz ที่เน้นการหาผลตอบแทนก้อนโตจากดีลจำนวนมาก
จดหมายฉบับนี้แสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์ของ Thrive เน้นการใช้ดุลยพินิจมากกว่าปริมาณ: การเดิมพันที่น้อยลงแต่ใหญ่ขึ้นและถือไว้นานขึ้น ซึ่งขับเคลื่อนด้วยความเชื่อมั่นในธีม
จดหมายได้เปิดเผยตัวเลขทางการเงินที่น่าทึ่งหลายชุด ซึ่งยืนยันถึงประสิทธิภาพของแนวทางการรวมศูนย์นี้:
นอกเหนือจากการลงทุนร่วมทุนแบบดั้งเดิม Kushner ยังกล่าวถึง Thrive Holdings ซึ่งเป็นหน่วยงานแยกต่างหากที่มีมูลค่า 12,000 ล้านดอลลาร์ หลังจากระดมทุนล่าสุด 2,000 ล้านดอลลาร์ โดยได้รับการสนับสนุนจาก SoftBank, D1 Capital และ Altimeter แทนที่จะให้ทุนกับสตาร์ทอัพที่เกิดมาเพื่อ disrupt อุตสาหกรรมด้วย AI Thrive Holdings จะซื้อกิจการแบบดั้งเดิม เช่น บริษัทบัญชีและบริการไอที และฝัง AI เข้าไปในกระบวนการทำงานโดยตรง ปัจจุบันบริษัทถือครองธุรกิจมากกว่า 70 แห่ง
นี่เป็นการกลับด้านโมเดล 'จากภายนอกสู่ภายใน' แบบดั้งเดิม: AI เปลี่ยนแปลงผู้เล่นรายเดิมจากภายใน ซึ่งเป็นแนวคิดที่แตกต่างโดยพื้นฐานจากแนวทางการ disrupt แบบเดิมที่ Andreessen Horowitz สนับสนุน
จดหมายของ Kushner เป็นคำเตือนที่หาได้ยากจากคนในวงการ: อย่าปล่อยให้กระแสคลั่ง AI ทำลายวินัย ด้วยตัวเลขที่แข็งแกร่ง จดหมายแสดงให้เห็นว่าโมเดลที่เน้นการรวมศูนย์และการใช้ดุลยพินิจของ Thrive กำลังสร้างผลตอบแทนที่เหนือชั้น ไม่ว่ากลยุทธ์นี้จะยังคงใช้ได้ต่อไปหรือไม่ เมื่อการลงทุนใน AI เข้าสู่ช่วงที่คาดเดาได้ยากขึ้น ยังต้องรอดูกันต่อไป แต่อย่างน้อยที่สุด ตอนนี้ Kushner ก็ได้ทำให้วงการ VC ทั่วโลกต้องหันมามอง